
‘เอกนิติ’ ถกบ่ายโมงนี้ จับตาบอร์ดอีวี เคาะรื้อภาษีรถอีวี ไม่ใช้ชิ้นส่วนในไทย
จับตาบอร์ดอีวี ถกรื้อรถภาษีรถยนต์ บ่ายโมงนี้ วางเงื่อนไขนำเข้าอีวี-อาร์อีอีวี จับตาขึ้นภาษีไม่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ พร้อมปรับเกณฑ์เข้มโลคอล คอนเทนท์
KEY
POINTS
- คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เตรียมประชุมเพื่อพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้า
- มีข้อเสนอให้ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์อีวีที่ไม่ได้ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ จากปัจจุบัน 10% เป็น 31-39%
- มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการผลิตในประเทศ โดยรถอีวีที่ใช้ชิ้นส่วนไทยจะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในอัตราต่ำ
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 เวลา 13.30 น.
เบื้องต้น จะมีการพิจารณาทิศทางนโยบายและกรอบการสนับสนุนรถยนต์แต่ละกลุ่มประเภทให้มีความชัดเจน ทั้งกลุ่มนำเข้า 100% และกลุ่มที่มีฐานการผลิตในประเทศ
ทั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อต้องการรักษาฐานผลิตรถยนต์เก่าจากญี่ปุ่นไว้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมรถยนต์อีวีจากจีน และต่างชาติไว้อยู่ร่วมกันได้
ส่วนประเด็นการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์อีวี รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและอื่นๆ นั้น จะเป็นอำนาจของกระทรวงการคลัง เบื้องต้น คลังและกรมสรรพสามิต กำลังพิจารณาอยู่ ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ในส่วนของรถที่ไม่ใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศ เฉพาะในกลุ่มรถอีวี และรถอาร์อีอีวี
สำหรับปัจจุบันเก็บที่ 10% ให้เพิ่มเป็น 31-39% ตามข้อเสนอเอกชน เพื่อป้องกันการนำเข้ารถยนต์เข้ามาแข่งขันกับรถผลิตในไทย ส่วนรถไฮบริด และรถปลั๊กอินไฮบริดยังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนของนโยบาย โดยปัจจุบันไทยเก็บภาษีสูงเริ่มต้นที่ 15%
ขณะที่ภาษีสรรพสามิตรถที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ยังจะได้แต้มต่อเสียภาษีต่ำอัตราเดิม เพื่อส่งเสริมการผลิตรถยนต์ในประเทศ เช่น อีวีเสียภาษี 2% ไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริดเสีย 5-6%
นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตจะพิจารณาวางหลักเกณฑ์การคิดสัดส่วนโลคอล คอนเทนท์ สำหรับใช้ผลิตรถยนต์ในประเทศเพิ่มเติม จากปัจจุบันที่ใช้เกณฑ์โลคอล คอนเทนท์ของกรมศุลกากร ที่กำหนดสัดส่วนโลคอล คอนเทนท์ไทยเพียง 40% ต่อ 60%
ก่อนหน้านี้ นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลังกำลังเตรียมนำรายละเอียดและมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ และ ครม. เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ให้เป็นรูปธรรมต่อไป
ทั้งนี้ ที่ผ่านมามาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า อีวี3 และอีวี 3.5 ตั้งแต่ปี 65-69 มีการตั้งโรงงานผลิตรถไฟฟ้าแล้ว 9-10 โรงงาน เช่น บีวายดี, เอ็มจี เกรท วอล มอเตอร์ ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศ และปัจจุบันจากการประมาณการจากการผลิต คาดว่ามีผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า 170,000 คัน มีการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนไปแล้วกว่า 140,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 25,000 คน






