
ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 ท่องเที่ยวถกคลัง เคาะ 2 ทางเลือก จ่ายค่าที่พัก 1 ล้านสิทธิ์วันนี้
ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 รัฐเคาะ 2 ทางเลือก จ่ายค่าที่พัก 1 ล้านสิทธิ์วันนี้ โดยรมว.ท่องเที่ยวนัดหารือ “เอกนิติ” หาข้อสรุป หนุนค่าใช้จ่ายจองโรงแรม Flat Rate อัตราคงที่ 2,000 บาท หรือ Co-payment 50% สูงสุด 3,000 บาท
KEY
POINTS
- กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และกระทรวงการคลัง ประชุมสรุปมาตรการสนับสนุนค่าที่พักในโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569" จำนวน 1 ล้านสิทธิ์
- มี 2 ทางเลือกในการสนับสนุนค่าที่พัก คือ 1) รัฐร่วมจ่าย 50% (สูงสุด 3,000 บาท) หรือ 2) รัฐให้เงินสนับสนุนแบบอัตราคงที่ 2,000 บาท โดยทั้งสองแนวทางจะพ่วง E-coupon มูลค่า 1,000 บาท
- E-coupon ในโครงการใหม่จะเพิ่มมูลค่าเป็น 1,000 บาท และขยายการใช้งานไปยังธุรกิจบริการท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น สปา และร้านขายของที่ระลึก
- หากได้ข้อสรุป คาดว่าจะเสนอ ครม. สัปดาห์หน้า และตั้งเป้าเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตังในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี
วันนี้(วันที่ 8 กันยายน 2569) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569) ว่าในวันนี้ตนเองจะหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหาข้อสรุปแนวทางการสนับสนุนค่าที่พัก ในโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” จำนวน 1 ล้านสิทธิ์
ไทยเที่ยวไทยพลัส รมว.ท่องเที่ยวหารือ 'เอกนิติ' เคาะจ่ายค่าที่พัก 1 ล้านสิทธิ์วันนี้
ทั้งนี้กระทรวงท่องเที่ยวฯ จะหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อให้ ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะต้องเคาะ 2 ทางเลือก ดังนี้
แนวทางที่ 1 (Co-payment) รัฐสนับสนุนค่าที่พัก 50% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท และพ่วงด้วย E-coupon อีก 1,000 บาท รวมเป็น 4,000 บาทต่อ 1 สิทธิ์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่เคยพิสูจน์แล้วว่าสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้จริง โดยหากใช้แนวทางนี้จะใช้วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท สำหรับ 1 ล้านสิทธิ์
แนวทางที่ 2 (Flat Rate) หากต้องใช้รูปแบบอัตราคงที่ตามที่คลังเสนอ ทางกระทรวงท่องเที่ยวฯ มองว่าควรจะสนับสนุนค่าโรงแรมอยู่ที่ 2,000 บาท พ่วงด้วย E-coupon 1,000 บาท เพื่อให้มีน้ำหนักพอที่จะกระตุ้นการตัดสินใจ ใช้วงเงิน รวม 3,000 ล้านบาท
สำหรับรูปแบบการสนับสนุน ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาแนวทางการกำหนดอัตราตายตัว (Flat Rate) เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาที่พักในช่วงไฮซีซั่น
รมว.สุรศักดิ์ ชี้ Co-payment รัฐสนับสนุนค่าที่พัก 50% ดีกว่า Flat Rate
แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เห็นว่าการใช้ระบบร่วมจ่าย (Co-payment) น่าจะสร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า เพราะประชาชนจะต้องควักเงินของตัวเองร่วมด้วย ทำให้มีเม็ดเงินจากภาคประชาชนเข้ามาหมุนเวียนเพิ่มเติม
ถ้าเป็น Flat Rate เช่น รัฐให้ 1,000 บาท ประชาชนอาจเลือกพักโรงแรมราคา 1,000 บาท และไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่ถ้าเป็นระบบร่วมจ่าย ประชาชนจะต้องออกเงินในส่วนของตัวเองเพิ่ม
ทำให้เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ก็แปลว่าเงินที่จะมากระตุ้นในระบบเศรษฐกิจ 3,000 บาทต่อสิทธิ์ ก็อาจจะกลายเป็น 5,000 -6,000 บาท โดยที่ได้การสมทบ ก็จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้นในระบบ
ส่วนอีคูปองจะปรับเพิ่มจากโครงการก่อนหน้าที่เคยให้ 500 บาท และจำกัดการใช้เฉพาะร้านอาหาร ขณะที่โครงการใหม่จะขยายการใช้สิทธิ์ไปยังธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น สปา ร้านขายของที่ระลึก และบริการด้านสุขภาพ (Wellness) เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยวมากขึ้น
ตั้งเป้าเปิดลงทะเบียนไทยเที่ยวไทย พลัส 1 ต.ค.นี้
หากการหารือในวันที่ 8 ก.ย.นี้ ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน คาดว่าจะสามารถเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า จากนั้นตั้งเป้าเปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 ผ่านแอปเป๋าตัง
อย่างไรก็ตาม ก่อนเปิดใช้งานจริงจะต้องมีการทดสอบระบบร่วมกับธนาคารกรุงไทยประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบการลงทะเบียนและการใช้สิทธิ์ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี







