thansettakij
thansettakij
บอร์ดอีวีถก  10 ก.ย.นี้ จับตา รื้อภาษีอีวี ไม่ใช้ชิ้นส่วนในไทย โดนภาษี 31-39%

บอร์ดอีวีถก 10 ก.ย.นี้ จับตา รื้อภาษีอีวี ไม่ใช้ชิ้นส่วนในไทย โดน 31-39%

09 ก.ย. 69 | 01:54 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ย. 69 | 02:26 น.

คลังเผยบอร์ดอีวี ถกรื้อรถภาษีรถยนต์ 10 ก.ย.นี้ วางเงื่อนไขนำเข้าอีวี-อาร์อีอีวี จับตาไม่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ขึ้นภาษีเป็น 31-39% พร้อมปรับเกณฑ์เข้มโลคอล คอนเทนท์

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) จะประชุมในวันที่ 10 ก.ย. เพื่อพิจารณานโยบายและทิศทางการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า
  • มีการเสนอให้ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์อีวีที่ไม่มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ จากปัจจุบัน 10% เป็น 31-39%
  • มาตรการขึ้นภาษีมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการผลิตในประเทศและป้องกันการนำเข้ารถยนต์มาแข่งขันกับผู้ผลิตในไทย
  • รถยนต์อีวีที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศจะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์เสียภาษีในอัตราต่ำที่ 2% เพื่อเป็นแต้มต่อและส่งเสริมการลงทุน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) โดยจะมีการพิจารณาทิศทางนโยบายและกรอบการสนับสนุนรถยนต์แต่ละกลุ่มประเภทให้มีความชัดเจน ทั้งกลุ่มนำเข้า 100% และกลุ่มที่มีฐานการผลิตในประเทศ 

ทั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อต้องการรักษาฐานผลิตรถยนต์เก่าจากญี่ปุ่นไว้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมรถยนต์อีวีจากจีน และต่างชาติไว้อยู่ร่วมกันได้ 

จับตาขึ้นภาษีเป็น 31-39% ไม่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ

ส่วนประเด็นการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์อีวี รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและอื่นๆ นั้น จะเป็นอำนาจของกระทรวงการคลัง เบื้องต้น คลังและกรมสรรพสามิต กำลังพิจารณาอยู่ ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ในส่วนของรถที่ไม่ใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศ เฉพาะในกลุ่มรถอีวี และรถอาร์อีอีวี 

สำหรับปัจจุบันเก็บที่  10% ให้เพิ่มเป็น 31-39% ตามข้อเสนอเอกชน เพื่อป้องกันการนำเข้ารถยนต์เข้ามาแข่งขันกับรถผลิตในไทย ส่วนรถไฮบริด และรถปลั๊กอินไฮบริดยังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนของนโยบาย โดยปัจจุบันไทยเก็บภาษีสูงเริ่มต้นที่ 15% 

ใช้ชิ้นส่วนในไทยได้แต้มต่อ เข้มโลคอล คอนเทนท์

ขณะที่ภาษีสรรพสามิตรถที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ยังจะได้แต้มต่อเสียภาษีต่ำอัตราเดิม เพื่อส่งเสริมการผลิตรถยนต์ในประเทศ  เช่น อีวีเสียภาษี 2% ไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริดเสีย 5-6%

นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตจะพิจารณาวางหลักเกณฑ์การคิดสัดส่วนโลคอล คอนเทนท์ สำหรับใช้ผลิตรถยนต์ในประเทศเพิ่มเติม จากปัจจุบันที่ใช้เกณฑ์โลคอล คอนเทนท์ของกรมศุลกากร ที่กำหนดสัดส่วนโลคอล คอนเทนท์ไทยเพียง 40% ต่อ 60%  

ซึ่งสรรพสามิต จะต้องพิจารณาดูว่าจะปรับอย่างไร อาทิ การเพิ่มสัดส่วนโลคอลคอนเทนท์ไทยเป็น 50-50 หรือการปรับรายละเอียดเนื้อใน มาเป็นสัดส่วนการคิดโลคอลคอนเทนท์ให้เข้มข้นขึ้น 

อย่างไรก็ตาม หากมีการขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์อีวีขึ้นจริง จะมีการยกเว้นให้รถที่มีคำสั่งซื้อล่วงหน้ามาแล้วให้ได้รับภาษีอัตราเก่า แต่หากเป็นรถที่เป็นคำสั่งซื้อใหม่ ถ้ามีการขึ้นภาษีเป็นสูงเกิน 30% กว่าจริงจะทำให้รถอีวี หากมีคันละ 1 ล้านบาท จะเสียภาษีเพิ่มจากเดิมคันละ 1 แสนบาท เพิ่มเป็น 3-4 แสนบาททันที   

ก่อนหน้านี้ นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีหลักการ 3 เรื่อง 

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต

  1. ไทยจะไม่เป็นเพียงผู้นำเข้ารถไฟฟ้าอย่างเดียว แต่จะใช้การนำเข้าเพื่อสร้างบรรยากาศและดึงดูดการลงทุน เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าสู่ประเทศ ซึ่งขณะนี้มีอยู่แล้ว 9-10 โรงงาน
  2. ขยายสเกลสู่การส่งออก โดยเมื่อมีการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศแล้ว เป้าหมายคือการขยายกำลังการผลิตเพื่อเป็นศูนย์กลางส่งออกรถยนต์ของภูมิภาค
  3. ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ที่มีมูลค่าสูง มากกว่าเพียงแค่การประกอบหรือผลิตชิ้นส่วนพื้นฐาน

ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลังกำลังเตรียมนำรายละเอียดและมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) และ ครม. เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ให้เป็นรูปธรรมต่อไป