
เคาะ 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' หนุนจองโรงแรม Flat Rate 2,000 บาท หรือ Co-payment 50% พรุ่งนี้
ไทยเที่ยวไทยพลัส รมว.ท่องเที่ยว หารือ"เอกนิติ" พรุ่งนี้ เคาะ 2 แนวทางสนับสนุนค่าจองโรงแรม ในแบบ Flat Rate 2,000 บาท หรือ Co-payment) 50% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท
KEY
POINTS
- รมว.สุรศักดิ์ หารือ เอกนิติ เตรียมตัดสินใจรูปแบบโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ระหว่างการร่วมจ่าย (Co-payment) 50% (สูงสุด 3,000 บาท) หรือการให้เงินอุดหนุนอัตราคงที่ (Flat Rate) 2,000 บาท วันอังคารนี้
- แนวทางที่ 1 (Co-payment) รัฐสนับสนุนค่าที่พัก 50% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท และพ่วงด้วย E-coupon อีก 1,000 บาท รวมเป็น 4,000 บาทต่อ 1 สิทธิ์ ใช้วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท สำหรับ 1 ล้านสิทธิ์
- แนวทางที่ 2 (Flat Rate) หรือ สนับสนุนค่าโรงแรมอัตราคงที่กระทรวงท่องเที่ยวฯ มองว่าควรจะสนับสนุนค่าโรงแรมอยู่ที่ 2,000 บาท (ไม่รวม E-coupon 1,000 บาท) เพื่อให้มีน้ำหนักพอที่จะกระตุ้นการตัดสินใจ ใข้งบ 3,000 ล้านบาท
วันนี้(วันที่ 7 กันยายน 2569) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับกระทรวงการคลัง โดยประเด็นหลักอยู่ที่รูปแบบการสนับสนุนงบประมาณและวงเงินต่อสิทธิ์
ชง 2 แนวทางไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 Co-payment สูงสุด 3,000 บาท หรือ Flat Rate 2,000 บาท
ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ยื่นข้อเสนอการดำเนินโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ที่จะหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2 แนวทาง ดังนี้
แนวทางที่ 1 (Co-payment) รัฐสนับสนุนค่าที่พัก 50% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท และพ่วงด้วย E-coupon อีก 1,000 บาท รวมเป็น 4,000 บาทต่อ 1 สิทธิ์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่เคยพิสูจน์แล้วว่าสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้จริง โดยหากใช้แนวทางนี้จะใช้วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท สำหรับ 1 ล้านสิทธิ์
แนวทางที่ 2 (Flat Rate) หากต้องใช้รูปแบบอัตราคงที่ตามที่คลังเสนอ ทางกระทรวงท่องเที่ยวฯ มองว่าควรจะสนับสนุนค่าโรงแรมอยู่ที่ 2,000 บาท พ่วงด้วย E-coupon 1,000 บาท) เพื่อให้มีน้ำหนักพอที่จะกระตุ้นการตัดสินใจ ใช้วงเงิน รวม 3,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ รูปแบบ Flat Rate 2,000 บาท ยังอาจช่วยผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กได้มากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวแทบไม่ต้องควักเงินจ่ายเอง
จ่อสรุปผลอังคารนี้ เปิดลงทะเบียน 1 ต.ค.69 นี้
ความชัดเจนของโครงการนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังจากการหารือร่วมกับนาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายในวันอังคารนี้ ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งหากได้ข้อสรุปจะมีการเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ภายในไม่กี่สัปดาห์ถัดไปเพื่อให้ทันต่อการเริ่มโครงการ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
ส่วนกรณีที่ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเสนอแนวทางการให้เงินอุดหนุนแบบ Flat Rate (อัตราคงที่) โดยยกตัวอย่าง 1,000 บาทต่อสิทธิ์ขึ้นมา เรามองว่าการสนับสนุน 1,000 บาท จะไม่มีแรงดึงดูดหรือสร้างผลกระทบ (Impact) ต่อเศรษฐกิจได้เพียงพอที่จะทำให้คนที่ไม่แผนจะท่องเที่ยวเปลี่ยนใจออกมาใช้จ่าย
"ถ้าให้แค่ 1,000 บาท ผมบอกว่าอย่าทำเลย เพราะมันดูเล็กน้อยเกินไป ไม่สามารถกระตุ้นคนที่ไม่มีแผนจะเที่ยวให้เปลี่ยนใจออกมาเที่ยวได้ แต่อาจจะแค่ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้คนที่ตั้งใจจะไปอยู่แล้วเท่านั้น ถ้าจะให้แบบ Flat Rate
กระทรวงท่องเที่ยวฯ มองว่าควรจะสนับสนุนค่าโรงแรมอยู่ที่ 2,000 บาท (ไม่รวม E-coupon 1,000 บาท) เพื่อให้มีน้ำหนักพอที่จะกระตุ้นการตัดสินใจ"
สำหรับรายละเอียดเบื้องต้นของโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ที่ได้ข้อสรุปแล้วขณะนี้ มี 2 เรื่อง คือ
- จำนวนสิทธิ์ กำหนดไว้ที่ 1 ล้านสิทธิ์
- E-coupon 1,000 บาท สำหระบใช้บริการต่างๆ
- วันเปิดลงทะเบียน คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป
ส่วนระยะเวลาการใช้สิทธิ์ จะสามารถใช้ได้จนกว่าวงเงินจะหมด โดยจะมีเงื่อนไขการคืนสิทธิ์หากไม่มีการใช้งานภายในเวลาที่กำหนด เพื่อนำกลับมาให้ผู้ที่พร้อมใช้สิทธิ์คนใหม่
ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยืนยันว่ามีระบบการตรวจสอบที่เข้มงวดเพื่อป้องกันปัญหาผู้ประกอบการโรงแรมฉวยโอกาสขึ้นราคา ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยดำเนินการมาแล้วในรอบก่อนหน้า โดยเป้าหมายหลักคือการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางและกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการอย่างรวดเร็วที่สุด







