
'เอกนิติ' พร้อมรับ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 ยันมีงบพอ ลุ้นเปลี่ยนสูตรคืน 'คนละครึ่ง'
'เอกนิติ' รับข้อเสนอ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 เร่งประเมินผลหลังจบโครงการ ระบุล่าสุด ยอดใช้จ่ายทะลุ 1 แสนล้านบาท ยันมีงบพอ พร้อมไปต่อไทยเที่ยวไทยพลัส
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังพร้อมพิจารณาโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เฟส 2 หลังได้รับเสียงตอบรับที่ดีและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
- นายเอกนิติยืนยันว่ามีงบประมาณเพียงพอสำหรับรองรับการดำเนินโครงการในระยะต่อไปอย่างแน่นอน
- มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนให้เปลี่ยนสูตรการสมทบเงินจาก 60:40 กลับไปเป็น 50:50 แบบโครงการ "คนละครึ่ง" เดิม ซึ่งกระทรวงการคลังพร้อมรับฟังเพื่อนำไปพิจารณา
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีมีข้อเสนอให้รัฐบาลต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตนพิจารณานั้น กระทรวงการคลังพร้อมรับข้อเสนอไปพิจารณา
สำหรับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถช่วยลดภาระรายจ่ายได้จริง โดยจากการติดตามผลเบื้องต้นพบว่า มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วประมาณ 1 แสนล้านบาท
ความน่าสนใจของโครงการนี้คือการกระจายตัวของเม็ดเงินที่ออกไปสู่ต่างจังหวัดสูงถึง 84-85% ในขณะที่มีการใช้จ่ายในกรุงเทพฯ เพียงประมาณ 15-16% ซึ่งเป็นลักษณะที่คล้ายคลึงกับโครงการคนละครึ่งพลัสในอดีต
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้นำระบบ AI มาใช้ในส่วนที่เรียกว่า "นกกระซิบ" เพื่อสนับสนุนพ่อค้าแม่ค้าให้ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่ถูกต้อง เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอสินเชื่อจากธนาคารออมสิน ช่วยดึงกลุ่มผู้ค้ารายย่อยเข้าสู่ระบบการเงินและลดปัญหาหนี้สินนอกระบบ
อย่างไรก็ตาม มีเสียงสะท้อนจากประชาชนบางส่วนถึงเกณฑ์การสมทบเงินแบบ 60:40 หรือ รัฐออกให้ 60% ประชาชนออก 40% ว่ามีความยุ่งยากในการคำนวณมากกว่าแบบ 50:50 ของโครงการคนละครึ่งเดิม ซึ่งทางกระทรวงฯ พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นดังกล่าวไปพิจารณาสำหรับการดำเนินโครงการในระยะต่อไป
“เราก็แปลกใจ มีคอมเมนต์นึงบอกว่า 60:40 คิดยาก ต้องบอกว่าจุดประสงค์ของเราออกมาเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ซึ่งประชาชนคำนวณยาก อยากขอกลับไปใช้คนละครึ่งแทน ซึ่งคอมเมนต์ที่เข้ามาเราก็พร้อมรับฟัง แต่ยืนยันว่า มีงบประมาณรองรับแน่นอน”
เดินหน้า "ไทยเที่ยวไทย" ฟื้นฟูท่องเที่ยวรายย่อย
ในส่วนของโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยมีเป้าหมายหลักคือการเยียวยาและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย เป็นสำคัญ
“เบื้องต้น มีการพิจารณาความเป็นไปได้ในการนำแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" กลับมาใช้ในรูปแบบที่คล้ายกับโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" เพื่อความสะดวกของประชาชนและผู้ประกอบการ”
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังตรวจสอบความพร้อมทางเทคนิคของระบบว่ามีความพร้อมมากน้อยเพียงใด และให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ สรุปรายชื่อกลุ่มเป้าหมายที่เป็นรายย่อยจริงๆ โดยคาดว่าโครงการนี้จะมีความชัดเจนและเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมได้ ภายใน 1 เดือน







