
รมว.ท่องเที่ยว คิ๊กออฟ 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' 1 ต.ค.นี้ จี้ ททท.ดันรายได้ 3 ล้านล้าน ใน 4 ปีนี้
รมว.ท่องเที่ยว คิ๊กออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” 1 ตุลาคมนี้ กระตุ้นเที่ยวในประเทศ จี้ททท.ดันรายได้ท่องเที่ยวแตะ 3 ล้านล้าน ภายในสมัยรัฐบาล 4 ปีนี้ แม้จะไม่ง่ายจากมรสุมหลายปัจจัยรุมเร้า แต่ต้องทำให้เติบโตทุกปี นับจากปีหน้าเป็นต้นไป ทั้งมอบ 3 นโยบายเดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยวปี 2570
KEY
POINTS
- รัฐบาลเตรียมเปิดตัวโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว "ไทยเที่ยวไทยพลัส" อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
- รมว.ท่องเที่ยวฯ ตั้งเป้าหมายระยะยาวผลักดันรายได้รวมจากการท่องเที่ยวไทยให้แตะ 3 ล้านล้านบาท ภายในวาระ 4 ปีของรัฐบาล
- ททท. ได้รับมอบนโยบาย 3 ข้อ เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานขับเคลื่อนท่องเที่ยว ปี 2570 ให้บรรลุเป้าหมายรายได้ รวมถึงการมุ่งเน้นการท่องเที่ยวคุณภาพสูงและการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนองค์กร
วันนี้ (วันที่ 24 สิงหาคม 2569) ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงถูกคาดหวังให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการพยุงเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งในมิติการผลักดันรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเพื่อคุมเข้มภาพลักษณ์ของประเทศ
หวัง 4 ปีรัฐบาลดันรายได้ท่องเที่ยวแตะ 3 ล้านล้าน
วันนี้(วันที่ 24 สิงหาคม 2569) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผย ว่า ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงถูกคาดหวังให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการพยุงเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งในมิติการผลักดันรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเพื่อคุมเข้มภาพลักษณ์ของประเทศ
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2569 นี้ คาดว่าจะใกล้เคียงกับปี 2568 ซึ่งมีรายได้รวมอยู่ที่ 2.7 ล้านล้านบาท และในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยอยู่ที่ 33 ล้านคน โดยเป้าหมายการผลักดันรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติให้แตะระดับ 2 ล้านล้านบาทภายในปีนี้ อาจยังไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง (High Spending) โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดเอเชียตะวันออก (East) ยังไม่ฟื้นตัวกลับมาอย่างเต็มที่
ส่งผลให้รัฐบาลต้องปรับยุทธศาสตร์หันมาให้ความสำคัญกับการรักษาโมเมนตัมของตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศเพื่อสร้างความสมดุลทางรายได้ทดแทนชั่วคราว แต่คาดว่าในปีหน้า รายได้จากตลาดต่างประเทศจะกลับมาเป็นบวกและสามารถแตะระดับเป้าหมาย 2 ล้านล้านบาทได้อย่างแน่นอน โดยคาดการณ์ในปี 2570 จะมีการเติบโตของรายได้รวมไม่น้อย 5 %
สำหรับเป้าหมายระยะยาวตั้งใจที่จะสร้างรายได้รวมของการท่องเที่ยวไทยให้ได้ 3 ล้านล้านบาท ภายในวาระ 4 ปีของรัฐบาล รัฐมนตรียอมรับว่าการตอบคำถามว่าภาคท่องเที่ยวไทยจะกลับไปสู่จุดเดิมได้เมื่อไหร่นั้นเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร
เนื่องจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน และสภาวะเศรษฐกิจโลก ตลอดจนการแข่งขันในระดับภูมิภาคที่มีประเทศคู่แข่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเป้าหมายหลักยังคงเป็นการขยับเพดานรายได้ขึ้นในทุก ๆ ปีเพื่อกลับไปสู่เป้าหมายเดิมให้ได้
ดีเดย์ 1 ตุลาคมนี้ คลอด "ไทยเที่ยวไทยพลัส"
สำหรับการผลักดันเศรษฐกิจภายในประเทศ รัฐบาลได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อหาสรุปแนวทางการดำเนินโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในสัปดาห์นี้
เพื่อจัดเตรียมความพร้อมในการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนกันยายน และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
อย่างไรก็ดี ในส่วนของมาตรการอุดหนุนราคาตั๋วเครื่องบิน (Subsidize) อาจมีข้อจำกัดทางข้อกฎหมายที่ไม่สามารถนำเงินกู้มาสนับสนุนได้ จึงจำเป็นต้องพิจารณาจัดสรรจากเงินงบประมาณรายจ่ายงบกลางประจำปีงบประมาณ 2570 ภายหลังจากวันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไปแทน
ความไม่สงบชายแดนใต้ ไม่กระทบท่องเที่ยว
ต่อกรณีความไม่สงบที่เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ชายแดนใต้ของไทย ใกล้ประเทศมาเลเซีย รัฐบาลประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยาต่อนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียในภาพรวมอย่างรุนแรง เนื่องจากนักท่องเที่ยวเข้าใจดีว่าเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่จำกัดที่เกิดเหตุเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ใช่การมุ่งเป้าทำร้ายนักท่องเที่ยวหรือเกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวหลัก
โดยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญยังคงมีความปลอดภัยและได้รับความเชื่อมั่นอยู่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงบูรณาการการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ แม้ว่าการป้องกันจะมีความยากลำบากเนื่องจากเป็นพื้นที่บริเวณกว้าง
จี้ถอนวีซ่าต่างชาติทำผิดกฏหมายไทย
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้แสดงท่าทีเด็ดขาดต่อกรณีการเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนขัดแย้งเชิงสัญลักษณ์และการต่อต้านอิสราเอลในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เกาะสมุย และภูเก็ต โดยย้ำจุดยืนว่า ประเทศไทยมีความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์และต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศอย่างเท่าเทียม แต่ผู้มาเยือนจะต้องเคารพต่อกฎหมายและวัฒนธรรมไทย
หากมีบุคคลใดสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือละเมิดกฎหมายไทย รัฐบาลพร้อมดำเนินการถอดถอนวีซ่าทันที เพื่อไม่ยอมให้ใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์หรือนำความขัดแย้งภายนอกเข้ามาในประเทศ
นอกจากนี้นายสุรศักดิ์ ยังได้กล่าวบนเวทีแถลงทิศทางการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประจำปี 2570 ซึ่งเป็นการต่อยอดจากผลการประชุมเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการประจำปีเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลได้ประกาศวิสัยทัศน์ในการยกระดับโครงสร้างการบริหารจัดการการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เพื่อให้ทุกภาคส่วนเตรียมการรองรับและขับเคลื่อนระบบนิเวศการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ปรับโครงสร้างการบริหาร มุ่งท่องเที่ยวคุณภาพสูง
รัฐบาลได้กำหนดทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยมุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายการเดินทางที่สำคัญในภูมิภาค โดยเน้นยกระดับจากเดิมที่เน้นปริมาณนักท่องเที่ยวไปสู่การสร้างคุณภาพที่สูงขึ้น ซึ่งในปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการจัดโครงสร้างการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของประเทศใหม่
นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รับมอบหมายให้จัดตั้ง “คณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน” เพื่อประสานงานร่วมกันผลักดันให้เกิดการพัฒนาเป็นจุดหมายในการเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดปี (365 วัน) รวมถึงการประสานงานและผลักดันมาตรการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของชาวไทย ตลอดจนการพัฒนาและยกระดับพื้นที่ การบริหารความปลอดภัย ความสะดวก สุขอนามัย และการสร้างความมั่นใจอย่างรอบด้านให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ
มอบ 3 นโยบายสำคัญ ททท. แผนปฏิบัติการปี 2570
ทั้งนี้เเพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานของ ททท. รัฐบาลได้มอบนโยบายหลัก 3 ประการ สำหรับจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี 2570 ดังนี้
- ยกระดับสู่จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ทรงคุณค่า (High-Value Experiential Destination)
มุ่งเน้นการสร้างคุณภาพจากการท่องเที่ยวมากกว่าการมุ่งเน้นเพียงจำนวนผู้เดินทาง โดยส่งเสริมและพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบสนองกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ยกระดับในมิติด้านสุขภาพ, วัฒนธรรม, อาหาร, กีฬา (รวมถึงการท่องเที่ยว "ประเจ" ตามที่ปรากฏในบทบันทึก) และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายต่อคนของนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้อย่างมีคุณภาพ
- ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Data-Driven Organization)
มุ่งพัฒนาขีดความสามารถด้านข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวอย่างแม่นยำ พร้อมทั้ง นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนการสื่อสารการตลาดและการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อน ททท. สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization หรือตามบันทึกระบุ "Data Dent Organization")
- สร้างความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนในระยะยาว
มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกรอ. ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือเพื่อสร้างสมดุลระหว่างมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อให้การท่องเที่ยวกลายเป็นเครื่องมือในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยอย่างแท้จริง
การท่องเที่ยวไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชน โดยเรียกร้องให้ทำงานร่วมกันภายใต้แนวคิด “Team Thailand” เพื่อช่วยกันหมุนฟันเฟืองระบบนิเวศอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ก้าวไปในทิศทางเดียวกัน มุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่เติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืน พร้อมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างความสุขให้แก่นักท่องเที่ยว และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยตลอดไป







