thansettakij
thansettakij
นายกรัฐมนตรี

อนุทิน เกาะติด "ดาต้าเซ็นเตอร์ในเมือง" จับตาถกบอร์ดใหญ่ 4 ก.ย. อุดช่องโหว่

03 ก.ย. 69 | 01:05 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.ย. 69 | 01:15 น.

รัฐบาลเอาจริงคุมดาต้าเซ็นเตอร์ในเมือง นายกฯเกาะติดปัญหา จับตา “เอกนิติ” นัดถกบอร์ดใหญ่ครั้งแรก 4 ก.ย.นี้ ปิดช่องโหว่ทั้งระบบ ส่วนวันนี้เตรียมแจ้งความกรณีลอบเก็บน้ำมัน 2 แสนลิตร

KEY

POINTS

  • รัฐบาลกังวลผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ในเมืองบางรายใช้ช่องโหว่กฎหมาย โดยขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารประเภทอื่นเพื่อเลี่ยงการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
  • มีการตั้ง "บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์" และจะประชุมนัดแรกในวันที่ 4 ก.ย. เพื่อทบทวนกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดสำหรับอุดช่องโหว่
  • ยกกรณีย่านพระราม 9 ที่ดาต้าเซ็นเตอร์ลักลอบเก็บน้ำมันสำรอง 200,000 ลิตรโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการและเตรียมแจ้งความดำเนินคดี

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีติดตามปัญหาการดำเนินกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่เมืองอย่างใกล้ชิด หลังพบข้อกังวลว่าผู้ประกอบการบางรายอาจใช้ช่องว่างของกฎหมาย โดยขออนุญาตก่อสร้างอาคารในลักษณะโกดังสินค้า ก่อนนำไปติดตั้งระบบและดำเนินกิจการในลักษณะดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งอาจทำให้การกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมไม่ครอบคลุม

นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ “บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์” ซึ่งจะมีการประชุมครั้งแรก ในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 เพื่อเร่งทบทวนกฎหมาย กฎ และหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปิดช่องว่างในการกำกับดูแล และวางมาตรฐานรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเป็นระบบ

สำหรับกรณีอาคารดาต้าเซ็นเตอร์บริเวณถนนพระราม 9 กระทรวงพลังงานได้เข้าตรวจสอบภายหลังได้รับการร้องเรียนเรื่องการจัดเก็บน้ำมันสำรองภายในอาคาร เบื้องต้นพบการจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการเคลื่อนย้ายน้ำมันประมาณ 200,000 ลิตรออกจากพื้นที่ทั้งหมดแล้ว และผู้ประกอบการได้ยุติการดำเนินการดังกล่าว

ทั้งนี้ ตามกฎหมาย การจัดเก็บน้ำมันเกิน 15,000 ลิตรต้องได้รับอนุญาต และต้องจัดเก็บไม่เกินปริมาณที่ได้รับอนุญาต โดยในวันนี้ (3 กันยายน 2569) กรมธุรกิจพลังงานจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นางสาวรัชดา กล่าวว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ทำให้รัฐบาลต้องเร่งปรับระบบกำกับดูแลให้ทันกับการลงทุน เนื่องจากปัจจุบันมีหลายหน่วยงานรับผิดชอบกฎหมายคนละส่วน แต่ยังขาดกลไกที่เชื่อมโยงการพิจารณาในภาพรวม ตั้งแต่การใช้อาคาร การจัดเก็บเชื้อเพลิง ความปลอดภัย ไปจนถึงผลกระทบต่อชุมชน

“รัฐบาลสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ แต่การลงทุนต้องดำเนินไปภายใต้กฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน การประชุมบอร์ดวันที่ 4 กันยายนนี้จึงมีเป้าหมายปิดช่องโหว่ในการกำกับดูแลให้การเติบโตของอุตสาหกรรมเดินหน้าไปพร้อมกับความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และความมั่นใจของประชาชน” นางสาวรัชดา กล่าว