
ททท. เปิดแผนชุบชีวิตหาดใหญ่-สงขลา รับครม.สัญจร ปลุกรายได้ 5.5 หมื่นล้าน
ผู้ว่าฯ ททท. กางแผนรับ ครม.สัญจร สงขลา โชว์สถิติท่องเที่ยวหาดใหญ่ฟื้นไข้ 7 เดือนแรกปี 69 โกย 3.2 หมื่นล้านบาทคาดทั้งปีแตะ 5.5 หมื่นล้าน นักท่องเที่ยวมาเลเซียทะลัก 9.4 แสนคน ลุยดันสงขลาเมืองสร้างสรรค์อาหารยูเนสโก
KEY
POINTS
- ททท. เปิดแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวหาดใหญ่-สงขลาหลังสถานการณ์อุทกภัย แบ่งเป็นมาตรการระยะเร่งด่วนและระยะยาวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจ
- ชูจุดเด่น "เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก" พร้อมจัดกิจกรรมการตลาดตลอดปี มุ่งเจาะตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและตลาดหลักอย่างมาเลเซีย
- ตั้งเป้าหมายปี
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงแผนการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่หาดใหญ่-สงขลา ในการเดินทางร่วมคณะการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา วันที่ 1 กันยายน 2569 ว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งครั้งนั้นถือเป็นวิกฤตที่ใหญ่มาก กระทบพื้นที่ภาคใต้ถึง 9 จังหวัด ประชาชนเดือดร้อนกว่า 1.08 ล้านครัวเรือน ททท.ได้วางแผนฟื้นฟูออกเป็นสองระยะ คือมาตรการระยะเร่งด่วนที่ดำเนินการทันทีในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 และมาตรการระยะกลางถึงระยะยาวที่ดำเนินการภายในกรอบเวลา 6 เดือนถึง 2 ปี ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571
มาตรการระยะเร่งด่วน
ส่วนของมาตรการระยะเร่งด่วน ททท. ได้จัดกิจกรรมฟื้นฟูย่านการค้าและตลาดหลายรายการ อาทิ เทศกาลตรุษจีนหาดใหญ่ระหว่างวันที่ 17 ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของเมือง ควบคู่กับโครงการ Amazing Thailand Passport Privileges @ HATYAI ในเดือนเมษายน 2569 ที่มอบส่วนลดพิเศษแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติบริเวณด่านพรมแดนสะเดา ด่านพรมแดนปาดังเบซาร์ และท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ รวมถึงโครงการส่งเสริมการขาย Smile @ South Super Deal ที่บูรณาการความร่วมมือกับผู้ประกอบการในพื้นที่ตลอดช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม
อีกทั้งยังมีแคมเปญ Smile @ South คืนรอยยิ้มให้ชาวใต้ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวมาเลเซีย ตอกย้ำภาพลักษณ์เมืองหาดใหญ่ที่ปลอดภัยและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมกับโครงการ Amazing Thailand Smile @ South Mega FAM Trip ซึ่งจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในวันที่ 13 มีนาคม 2569 และนำคณะสื่อมวลชน ผู้นำทางความคิด และอินฟลูเอนเซอร์ต่างชาติจำนวน 21 รายจาก 6 ประเทศ ลงพื้นที่สำรวจ 9 จังหวัดภาคใต้
มาตรการระยะกลาง-ยาว
สำหรับมาตรการระยะกลางถึงระยะยาว ททท. จะผลักดันจังหวัดสงขลาเข้าสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารขององค์การยูเนสโก เพื่อยกระดับอาหารริมทางและร้านอาหารท้องถิ่นสู่มาตรฐานสากล ควบคู่กับการขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่มีกำลังซื้อสูงและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวด้วยรถยนต์ไฟฟ้าเส้นทางตรัง-สงขลา และการเชื่อมโยงเส้นทางสงขลา-นครศรีธรรมราช กับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา
ส่วนการฟื้นฟูภาพลักษณ์ความปลอดภัย ททท. ดำเนินโครงการ Trusted Thailand โดยสื่อสารผ่านอินฟลูเอนเซอร์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อลบภาพจำความเสียหายจากอุทกภัยและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่เน้นความสวยงามและความปลอดภัยของพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังมีแผนพัฒนาย่านการค้าหาดใหญ่ให้เป็นศูนย์กลางการค้าและวิถีชีวิตอย่างยั่งยืน เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ชุมชนและสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ผลิตต้นน้ำโดยตรง
ด้านกิจกรรมการตลาดที่ดำเนินการไปแล้วในพื้นที่ ผู้ว่าการ ททท. เผยว่า ททท. ร่วมกับภาคเอกชนจัดโครงการ Amazing Hatyai Happy Bus ให้บริการรถโดยสารฟรีในเขตเมืองช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ตามด้วยงาน Amazing Thailand Chinese New Year 2026 ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นงานเทศกาลระดับใหญ่งานแรกหลังน้ำท่วม มีการแสดงพลุเฉลิมฉลองเปิดเมืองและได้รับกระแสตอบรับดีมาก
ในเดือนมีนาคม ททท. จัดกิจกรรม Heart ใหญ่ ไม่พรือ ทอดไก่ไม่ทอดทิ้ง ร่วมกับมูลนิธิก้าวคนละก้าว มีผู้ร่วมเดินกว่า 2,000 คน
พร้อมเปิดตัวแคมเปญ Amazing Thailand Passport Privileges และ Amazing Bag ที่นำผลิตภัณฑ์ชุมชนจากจังหวัดในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยมาเป็นของที่ระลึก และในเดือนเมษายนได้จัดเทศกาลหาดใหญ่ มิดไนท์สงกรานต์ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียและสิงคโปร์เข้ามาทางด่านสะเดาถึงวันละ 13,000 ถึง 15,000 คนในช่วงต้นเทศกาล เงินสะพัดกว่าร้อยล้านบาทในไม่กี่วัน
ปั้นกิจกรรมท่องเที่ยวทั้งปี
สำหรับกิจกรรมในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2569 ยังมีงานเทศกาลสำคัญของหาดใหญ่ต่อเนื่อง อาทิ Thai Fight สงขลา งาน Rimlay Beach Party สงขลามาราธอน งานเกษตรภาคใต้ครั้งที่ 42 งานตักบาตรพระ 10,000 รูป Lighting of Songkhla Lagoon และกิจกรรมติดใต้ Feel all the Feelings ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่มิติของตัวเลขนักท่องเที่ยว ผู้ว่าการ ททท. อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ตลอดปี 2568 จังหวัดสงขลามีผู้เยี่ยมเยือนรวมประมาณ 7.18 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้กว่า 54,046.79 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2567 ก่อนเกิดน้ำท่วมมาก แม้จะเผชิญผลกระทบหนักในเดือนธันวาคมที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลงกว่าร้อยละ 3.41 ก็ตาม ขณะที่ช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมของปี 2569 สร้างรายได้แล้วกว่า 32,227 ล้านบาท จากผู้เยี่ยมเยือน 4.44 ล้านคน-ครั้ง ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ในส่วนของตลาดมาเลเซียซึ่งเป็นตลาดหลักของหาดใหญ่-สงขลา ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่า สงขลาคือจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางเข้าไทย แซงหน้ากรุงเทพฯ และในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เราเห็นนักท่องเที่ยวมาเลเซียและสิงคโปร์ทะลักเข้าด่านสะเดาวันละกว่าหมื่นคน สะท้อนว่าความผูกพันของตลาดนี้กับสงขลายังแข็งแรง ในภาพรวมเราค่อนข้างมั่นใจว่าปี 2569 นี้จะไม่ใช่แค่กลับมาเท่าเดิม แต่จะเติบโตกว่าเดิม
ทั้งปี 69 รายได้รวมแตะ 55,000 ล้าน
ทั้งนี้ ข้อมูลจากระบบสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติรายวัน TATIC ที่เดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลาและท่าอากาศยานหาดใหญ่ในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2569 พบว่ามีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้ามาจำนวน 948,802 คน-ครั้ง และนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จำนวน 28,248 คน-ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตอกย้ำสถานะของสงขลาในฐานะจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน
ประเด็นเศรษฐกิจยามค่ำคืนของหาดใหญ่และย่านเมืองเก่าสงขลา ผู้ว่าการ ททท. ยอมรับตรงไปตรงมาว่าบรรยากาศท่องเที่ยวยามค่ำคืนของหาดใหญ่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวเป็นลำดับขั้น แต่ก็เห็นสัญญาณบวกชัดเจนจากเทศกาลมิดไนท์สงกรานต์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งนักท่องเที่ยวกลับมาเล่นน้ำในตัวเมืองกันแล้ว ร้านอาหาร ร้านค้า ธุรกิจกลางคืน รวมถึงร้านนวดไทยบริเวณใจกลางเมืองหาดใหญ่กลับมาเปิดให้บริการเป็นจำนวนมาก
ส่วนย่านเมืองเก่าสงขลา ถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ยังมีศักยภาพเต็มที่ โดยเฉพาะถนนคนเดินสงขลาที่จัดทุกวันศุกร์และเสาร์ เป็นแหล่งรวมอาหารพื้นเมืองและวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวสงขลา สอดรับกับการที่สงขลาเพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารเมื่อปีที่แล้ว สำหรับอัตราการเข้าพักในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงการจัดประชุม ครม.สัญจร มีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ร้อยละ 80 โดยคาดการณ์ว่าภาพรวมทั้งปี 2569 จังหวัดสงขลาจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนแตะ 7.5 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้รวมกว่า 55,000 ล้านบาท
ปั้นท่องเที่ยว ปี 70 แตะ 55,900 ล้าน
ด้านทิศทางการท่องเที่ยวหาดใหญ่-สงขลาในปี 2570 นางสาวฐาปนีย์ ระบุว่า สำหรับทิศทางแผนการตลาดปี 2570 ภายใต้แนวคิด The Year of Transformation เรามองไปไกลกว่าการฟื้นฟูแล้ว ตั้งเป้าให้หาดใหญ่-สงขลาเติบโตต่อเนื่องจากฐานที่แข็งแรงขึ้นในปีนี้ โดยจะใช้จุดแข็งที่สงขลาเพิ่งได้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก มาผลักดันตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่ใช้จ่ายสูงขึ้น ไม่ใช่แข่งกันที่จำนวนอย่างเดียว พร้อมกับต่อยอดเส้นทางเชื่อมโยงสงขลา-นครศรีธรรมราช
นอกจากนี้ ททท. สำนักงานหาดใหญ่ ยังผลักดันจังหวัดสงขลาในเรื่องเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโกอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2570 มีโครงการ Flagship ที่จะบูรณาการร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อสร้างแบรนด์และตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นเมืองอาหารให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น พร้อมตั้งเป้าหมายจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยในพื้นที่จังหวัดสงขลาไว้ที่ 3,260,100 คน-ครั้ง และเป้าหมายรายได้ 22,400 ล้านบาท
ส่วนเป้าหมายภาพรวมปี 2570 มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวม 8 ล้านคน-ครั้ง และสร้างรายได้รวม 55,900 ล้านบาท
ทั้งนี้ การคาดการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวจากปี 2569 คิดเป็นร้อยละ 4.08 และอัตราการเติบโตของรายได้จากปี 2569 คิดเป็นร้อยละ 1.18 ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยหนุนที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ทั้งงบประมาณป้องกันน้ำท่วมซ้ำที่รัฐบาลเพิ่งอนุมัติ ไฮซีซันปลายปีที่กำลังจะมาถึง และเทศกาลสำคัญของภาคใต้อย่างเทศกาล Hatyai Countdown เทศกาลกินเจ และเทศกาลตรุษจีน







