thansettakij
thansettakij
4 รองนายกฯ จัดเวิร์กช็อปดันเมกะโปรเจกต์ใต้ชายแดน ชงครม.สัญจร สงขลา

4 รองนายกฯ จัดเวิร์กช็อปดันเมกะโปรเจกต์ใต้ชายแดน ชงครม.สัญจร สงขลา

4 รองนายกฯ แท็กทีมจัดเวิร์กช็อประดมสมอง ทำพิมพ์เขียวพัฒนา 5 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ชง ครม.สัญจร สงขลา 1 ก.ย. นี้ อัดเมกะโปรเจกต์ พร้อมแพ็กเกจเศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ

KEY

POINTS

  • 4 รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานจัดเวิร์กช็อป 4 ด้าน เพื่อระดมความเห็นและข้อเสนอในการพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
  • มีข้อเสนอสำคัญให้เร่งรัดโครงการเมกะโปรเจกต์ด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ เช่น ท่าเรือน้ำลึก, สนามบิน, มอเตอร์เวย์ และรถไฟทางคู่
  • ผลักดันข้อเสนอในมิติสังคม ความมั่นคง และการจัดการภัยพิบัติ ครอบคลุมการศึกษา, สาธารณสุข, การสร้างความเชื่อมั่น และการแก้ปัญหาน้ำท่วม
  • ข้อสรุปทั้งหมดจะถูกรวบรวมเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดสงขลา เพื่อพิจารณาอนุมัติ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 สิงหาคม 2569 รัฐบาล โดย 4 รองนายกรัฐมนตรี ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อสรุปผลการระดมความคิดเห็นและพิจารณาข้อเสนอแนะสำหรับการเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา ในวันที่ 1 กันยายน 2569 เน้นการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ สงขลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และยะลา

สำหรับการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 171 คน ประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้แทนหน่วยงานส่วนกลาง ภาครัฐในพื้นที่ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยแบ่งการหารือออกเป็น 4 กลุ่มหลักตามมิติการพัฒนา เพื่อสรุปข้อเสนอแนะเตรียมเสนอต่อที่ประชุม ครม. ดังนี้

ด้านเศรษฐกิจ มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีเข้าร่วม ได้แก่ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีข้อเสนอสำคัญในการเร่งรัดโครงการขนาดใหญ่เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ เช่น ท่าเรือน้ำลึกสงขลาและปัตตานี สนามบินยะลา โครงข่ายมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ และการยกระดับด่านชายแดนให้ทันสมัย 

นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลนระยะยาว มาตรการทางภาษี และการปรับปรุงข้อบังคับผังเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อการตั้งโรงงาน พร้อมชูจุดเด่นการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ธรรมชาติ พหุวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ตลอดจนการยกระดับสินค้าเกษตรสู่มูลค่าสูง เพิ่มโรงงานแปรรูป และเสนอให้รัฐแก้ไขกฎหมายประมงที่ล้าสมัยเพื่อช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์

ด้านสังคม มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีเข้าร่วม ได้แก่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยที่ประชุมมุ่งผลักดันนโยบาย Zero Dropout เพื่อดึงเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าเรียน 

ควบคู่กับการยกระดับทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill) ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมทั้งแก้ปัญหาความแออัดของโรงพยาบาลศูนย์ เตรียมความพร้อมโครงสร้างรองรับสังคมผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่รัฐเพื่อที่อยู่อาศัย รวมถึงการเพิ่มศูนย์บำบัดฟื้นฟูเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดที่นำไปสู่จำนวนผู้ป่วยจิตเวชที่เพิ่มสูงขึ้น และป้องกันการกลับมาเสพซ้ำ

ด้านความมั่นคง มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีเข้าร่วม ได้แก่ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีข้อเสนอให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยทำความเข้าใจกับนานาชาติ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและนักท่องเที่ยว รวมถึงพัฒนางานข่าวกรองและการปกป้องเยาวชนจากการเป็นแนวร่วม นอกจากนี้ยังผลักดันการสร้างรั้วชายแดนร่วมกับมาเลเซีย และจัดตั้งด่านตรวจอัจฉริยะ (Smart Checkpoint) เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและการค้าของเถื่อน

ด้านภัยพิบัติ มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีเข้าร่วม ได้แก่ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีข้อเสนอแนวทางบูรณาการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การขุดลอก และการสร้างแก้มลิง เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก พร้อมทั้งเรียกร้องให้พัฒนาระบบเตือนภัยแบบเรียลไทม์ และเสนอแก้ไขระเบียบการเบิกจ่ายเงินยับยั้งป้องกันภัยพิบัติ ให้มีความชัดเจน เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณเตรียมการป้องกันได้ก่อนเกิดวิกฤต

ทั้งนี้ข้อสรุปทั้งหมดจากทั้ง 4 มิติ จะถูกนำไปประมวลเป็นวาระสำคัญ เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาอนุมัติงบประมาณและปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมาย ในการประชุม ครม.สัญจร ต่อไป