
จับตานายกฯ เวิร์กช็อป 5 จังหวัดใต้ ลุย 96 โครงการ กว่า 1.3 หมื่นล้าน ชงครม.สัญจร
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะวันนี้ถกพิมพ์เขียวพัฒนา 5 จังหวัดใต้ตอนล่าง สรุป 96 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 1.3 หมื่นล้าน ไฟเขียวดีลด่วน 1.5 พันล้านประเดิม สตูล-ปัตตานี-นราฯ รับงบสูงสุด เตรียมชง ครม.สัญจร สงขลา อนุมัติ 1 ก.ย. นี้
KEY
POINTS
- จับตา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพิจารณาโครงการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
- มีการเสนอโครงการเพื่อการพัฒนาทั้งหมด 96 โครงการ คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 13,016 ล้านบาท
- โครงการที่ผ่านการพิจารณาจะถูกนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร (ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา เพื่อขออนุมัติต่อไป โดยจะให้ความสำคัญกับโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเป็นลำดับแรก
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่จังหวัดสงขลา แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระดมความคิดเห็น ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเข้าร่วมรับฟังวันนี้ ที่ประชุมเตรียมพิจารณาข้อเสนอโครงการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ คือ จังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยมีโครงการรวมทั้งหมด 96 โครงการ วงเงินรวมกว่า 13,016 ล้านบาท แยกเป็น โครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน มีความพร้อมสามารถดำเนินการได้ทันที 41 โครงการ วงเงินรวม 1,525 ล้านบาท และข้อเสนอเชิงนโยบายของพื้นที่ที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน 55 โครงการ วงเงินรวมเบื้องต้นกว่า 11,491 ล้านบาท
หลังจากโครงการทั้งหมดได้ถูกนำเข้าหารือในที่ประชุมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 2 เพื่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนา 5 จังหวัดภาคใต้ 4 คณะ แยกเป็นด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และการดูแลภัยพิบัติ ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งได้สรุปข้อเสนอที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อรายงานต่อนายกฯ พิจารณาวันนี้ ก่อนจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) วันที่ 1 กันยายน 2569 พิจารณาต่อไป
สำหรับข้อเสนอทั้งหมด 96 โครงการ วงเงินรวมกว่า 13,016 ล้านบาท ทั้งโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน มีความพร้อมสามารถดำเนินการได้ทันที และข้อเสนอเชิงนโยบายของพื้นที่ที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน แยกเป็นรายจังหวัดดังนี้
จังหวัดสงขลา
ยื่นข้อเสนอโครงการเร่งด่วนรวม 5 โครงการ วงเงิน 50,000,000 บาท โดยเน้นการยกระดับมรดกภูมิปัญญาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาสู่มรดกโลก ควบคู่กับการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่เชื่อมโยงสองทะเลระหว่างอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ และโครงการป้องกันตลิ่งริมคลองบางดานในอำเภอเมือง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
ส่วนของข้อเสนอเชิงนโยบายระยะยาวที่จังหวัดสงขลาต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน มีทั้งสิ้น 28 โครงการ ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาศาสนสถานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงคลองเรียนเพื่อรองรับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นจาก 530,000 เป็น 630,000 ลูกบาศก์เมตร รวมถึงการยกระดับสงขลาสู่จุดหมายปลายทางด้านอาหารนานาชาติภายใต้ชื่อ "SONGKHLA WORLD TABLE" นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อาทิ สนามกีฬาในร่มความจุ 5,000 ที่นั่ง และศูนย์ปฏิบัติการจราจรและบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินของตำรวจภูธรจังหวัด
จังหวัดสตูล
เป็นพื้นที่ที่เสนอโครงการเร่งด่วนมากที่สุดในกลุ่ม 5 จังหวัด รวม 17 โครงการ วงเงินรวม 426,080,000 บาท โดยโครงการที่ใช้งบประมาณสูงสุดคือการก่อสร้างหอประชุมนานาชาติจังหวัดสตูล วงเงิน 131,000,000 บาท รองลงมาคือการปรับปรุงสภาพสนามกีฬารัชกิจประการเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา วงเงิน 48,085,000 บาท และการปรับปรุงซ่อมแซมท่าเทียบเรือบ้านท่าทะเล ตำบลเกาะสาหร่าย วงเงิน 25,421,000 บาท
สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายของจังหวัดสตูล มีทั้งสิ้น 11 โครงการ เช่น โครงการก่อสร้างสะพานสตูล-เปอร์ลิส เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศมาเลเซีย โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะหลีเป๊ะสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูง และโครงการขับเคลื่อนจังหวัดสตูลสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจฮาลาลและการท่องเที่ยวฮาลาลฝั่งอันดามัน นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอเปิดเส้นทางเดินเรือ Ro-Ro Ferry เชื่อมสตูล-กัวลาเปอร์ลิสและสตูล-ลังกาวี รวมถึงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยสตูลเพื่อยกระดับการศึกษาในพื้นที่
จังหวัดปัตตานี
เสนอโครงการเร่งด่วน 3 โครงการ วงเงินรวม 379,145,660 บาท โดยโครงการที่ใช้งบประมาณสูงสุดคือการพัฒนาโครงข่ายถนนในพื้นที่จังหวัด วงเงิน 279,384,700 บาท รองลงมาคือการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการจัดการน้ำในพื้นที่ปัตตานี วงเงิน 99,360,960 บาท ส่วนโครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำชายฝั่งทะเลที่ร่องน้ำปัตตานีใช้งบประมาณ 400,000 บาท
ขณะที่ข้อเสนอเชิงนโยบายของจังหวัดปัตตานีมี 4 โครงการ ที่มีมูลค่าสูงสุดคือโครงการพัฒนาโครงข่ายถนนประตูสู่จังหวัดชายแดนใต้ วงเงินสูงถึง 5,290,000,000 บาท ตามด้วยโครงการสถานีสูบน้ำดิบพร้อมระบบท่อส่งน้ำและโรงผลิตประปา 5 แห่ง เพื่อรองรับเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน วงเงิน 993,000,000 บาท และโครงการก่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ วงเงิน 900,000,000 บาท
จังหวัดยะลา
เสนอโครงการเร่งด่วน 10 โครงการ วงเงินรวม 338,145,000 บาท ครอบคลุมการปรับปรุงสนามกีฬาจารูพัฒนา เทศบาลนครยะลา การขุดลอกบึงแบเมาะ และการปรับปรุงถนนคอนกรีตสายสิโรรส ซึ่งแต่ละโครงการใช้งบประมาณ 50,000,000 บาท เท่ากัน นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองบือเร๊ะในอำเภอบันนังสตา วงเงิน 45,000,000 บาท เพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะที่กระทบชุมชนโดยรอบ
ส่วนข้อเสนอเชิงนโยบายของจังหวัดยะลา มี 4 โครงการ โดยโครงการที่ใช้วงเงินสูงสุดคือการพัฒนาท่าอากาศยานเบตงเพื่อขยายทางวิ่งจาก 1,800 เมตร เป็น 2,500 เมตร วงเงิน 2,140,000,000 บาท ตามด้วยการพัฒนาศักยภาพด่านพรมแดนเบตง วงเงิน 800,000,000 บาท และโครงการก่อสร้างหอชมเมืองยะลา "Yala City Tower" วงเงิน 788,000,000 บาท
จังหวัดนราธิวาส
เสนอโครงการเร่งด่วน 6 โครงการ วงเงินรวม 404,790,000 บาท โดยโครงการที่ใช้งบประมาณสูงสุดคือการก่อสร้างเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการค้าชายแดน วงเงิน 251,000,000 บาท รองลงมาคือโครงการก่อสร้างสวนสาธารณะแห่งใหม่บริเวณเรือนจำเก่า ตำบลบางนาค วงเงิน 50,000,000 บาท และโครงการก่อสร้างแก้มลิงรองรับการระบายน้ำเมืองนราธิวาส วงเงิน 30,000,000 บาท
ส่วนข้อเสนอเชิงนโยบายของจังหวัดนราธิวาสมี 8 โครงการ ที่สำคัญคือการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 4056 ตอนเขากง-สุไหงโก-ลก เป็น 4 ช่องจราจร โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกที่อำเภอตากใบ และโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำบางนราพร้อมถนนต่อเชื่อมระหว่างหาดนราทัศน์กับหาดอ่าวมะนาว นอกจากนี้ยังมีโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองยะกัง และโครงการบรรเทาอุทกภัยแม่น้ำสายบุรีตอนล่างในพื้นที่คลองกอตอ-คลองไม้แก่น-คลองสายบุรี
แหล่งข่าวกล่าวว่า ข้อเสนอทั้งหมดนี้จะมีการกลั่นกรองจากที่ประชุมวันนี้โดยมีนายกฯ เป็นประธานพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งจะเน้นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเป็นลำดับแรก เช่น โครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยพื้นที่ 5 จังหวัด จะเสนอใช้งบกลางปี 2569 วงเงินประมาณ 900 ล้านบาทก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่มีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเป็นลำดับต้น ๆ







