thansettakij
thansettakij
สภาพัฒน์เผย ไตรมาส 2/2569 สถิติร้องเรียนของผู้บริโภคพุ่ง 38.6%

สภาพัฒน์เผย ไตรมาส 2/2569 สถิติร้องเรียนของผู้บริโภคพุ่ง 38.6%

สถิติการคุ้มครองผู้บริโภค ไตรมาส 2 ปี 2569 พบการร้องเรียนเพิ่มขึ้น 38.6% ด้านสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น 39.7% กิจการโทรคมนาคมโต 13.1%

KEY

POINTS

  • ไตรมาส 2 ปี 2569 ยอดร้องเรียนของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 38.6% โดยส่วนใหญ่เป็นการร้องเรียนด้านสินค้าและบริการทั่วไป และด้านกิจการโทรคมนาคม
  • สินค้าออนไลน์เป็นกลุ่มที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด (25.9%) โดยปัญหาหลักคือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากร้านค้า รองลงมาคือกลุ่มรถยนต์ที่มักมีปัญหาชำรุด
  • ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เนื้อสัตว์แปรรูปที่ไม่ได้มาตรฐาน, ผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงที่มีข้อมูลบนฉลากไม่ถูกต้อง และภัยจากของเล่นสกุชชี่ที่ปนเปื้อนสารเคมีอันตราย

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานถึงภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2569 ระบุถึงความเคลื่อนไหวทางสังคมรายไตรมาส ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค พบว่า ไตรมาสสอง ปี 2569 การร้องเรียนของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 38.6% โดยด้านสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น 39.7% และด้านกิจการโทรคมนาคมเพิ่มขึ้น 13.1% ทั้งนี้ ประเด็นที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ เนื้อสัตว์แปรรูปไม่ได้มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงไม่ตรงตามฉลาก และภัยเงียบจากของเล่นสกุชชี่

โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ระบุว่า เรื่องร้องเรียนด้านสินค้าและบริการ มีจำนวน 11.927 เรื่องเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 39.7% โดยด้านที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด คือ ด้านขายตรงและตลาดแบบตรง รองลงมาเป็นด้านฉลาก ด้านสัญญา และด้านโฆษณา ตามลำดับ

เมื่อพิจารณาตามประเภทสินค้าและบริการ พบว่า สินค้าออนไลน์ยังคงเป็นกลุ่มที่มีการร้องเรียนเข้ามามากที่สุดที่ 3,091 เรื่อง คิดเป็น 25.9% ของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เกิดจากผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรมจากร้านค้า รองลงมาเป็นสินค้ากลุ่มรถยนต์ที่ 1,189 เรื่อง โดยมักเป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าชำรุด

การร้องเรียนในกิจการโทรคมนาคมต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) มีทั้งสิ้น 415 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.1% โดยประเภทบริการที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุดยังคงเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ 227 เรื่อง รองลงมาเป็นอินเทอร์เน็ต 182 เรื่อง เมื่อพิจารณาตามลักษณะปัญหา พบว่า การยกเลิกบริการและการให้บริการมีจำนวนการร้องเรียนสูงสุดเท่ากันที่ 130 เรื่อง

สินค้า บริการ และอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการร้องเรียนสูงสุด ไตรมาส 2 ปี 2569

ประเด็นที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่

1. เนื้อสัตว์แปรรูปไม่ได้มาตรฐานกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดเผยผลการเฝ้าระวังความปลอดภัยผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปในช่วง 3 ปี (ปี 2567-2569) พบว่า บางผลิตภัณฑ์ใช้เกลือถนอมอาหารไนเทรตและไนไทรต์เกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอาจสะสมในร่างกายและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง

นอกจากนี้ ยังพบโรงงานผลิตเนื้อสัตว์แปรรูปที่ไม่ได้ต่อใบอนุญาตและไม่ผ่านเกณฑ์สุขลักษณะ โดยตรวจพบผลิตภัณฑ์ถึง 20 ยี่ห้อที่ไม่มีเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) หรือใช้เลข อย. ที่ถูกยกเลิกหรือปลอม (อย., 2569ก) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลและตรวจสอบแหล่งผลิตและจำหน่าย

พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืน และส่งเสริมการแสดงข้อมูลวัตถุเจือปนอาหารบนฉลากให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบเลข อย. ผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อมหรือเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา www.fda.moph.go.th และหากพบผลิตภัณฑ์เข้าข่ายผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน อย. 1556

ประเด็นร้องเรียนในกิจการโทรคมนาคมสูงสุด ไตรมาส 2 ปี 2569

2. ผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงไม่ตรงตามฉลาก กระแสการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายทำให้ผลิตภัณฑ์โปรตีนสูง เช่น นมโปรตีน เวย์โปรตีน และอกไก่ปั่น ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยในปี 2568 ตลาดเครื่องดื่มที่มีการกล่าวอ้างด้านโปรตีนในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 5,302 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ปริมาณโปรตีนที่ระบุบฉลากเป็นหนึ่งในข้อมูลทางโภชนาการที่ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อมากที่สุด (อย., 2569ข) อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการพบว่าผลิตภัณฑ์บางส่วน มีปริมาณโปรตีนต่ำกว่าที่ระบุบนฉลาก

ขณะที่ปริมาณน้ำตาลและไขมันสูงกว่าที่ระบุ ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคได้รับ ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและเลือกชื้อผลิตภัณฑ์ไม่ตรงตามความต้องการ (พวงชมพู ประเสริฐ, 2569) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงไม่ต้องยื่นผลวิเคราะห์ก่อนขอขึ้นทะเบียน อย. (Hfocus, 2569) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลบนฉลาก

ทั้งนี้ อย. ได้เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการเข้ารับคำปรึกษาและขอคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดทำฉลากและการโฆษณาผ่านระบบ E-Consultation เพื่อให้สามารถปรับปรุงข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องก่อนออกสู่ตลาด

3. ภัยเงียบจากของเล่นสกุชชี่ กระแสการเล่นสกุชชี่บนสื่อสังคมออนไลน์ทำให้สกุชชี่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยคาดว่ามูลค่าตลาดทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2578 (SCB Thailand, 2569)

อย่างไรก็ตาม มีการตรวจพบสกุชชี่เลียนแบบที่ไม่มีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัยและปนเปื้อนสารเคมีอันตรายเกินมาตรฐาน เช่น สารเบนซีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds: VOCs) และสารพลาสติไซเซอร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและพัฒนาการเด็ก (กฤตพล สุธีภัทรกุล, 2569; กรมประชาสัมพันธ์, 2569ข)

อีกทั้ง สกุชชี่บางประเภทมีรูปร่างและกลิ่นเลียนแบบอาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้งานไม่เหมาะสมจนก่อให้เกิดการบาดเจ็บ เช่น การอุ่นในไมโครเวฟ ขณะที่บางประเภทมาพร้อมเข็มฉีดยาที่เป็นโลหะแหลมคม ซึ่งอาจทิ่มแทงอวัยวะสำคัญและเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลโฆษณาและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

ขณะเดียวกันผู้บริโภคควรเลือกซื้อสกุชชี่ที่มีฉลากภาษาไทย ระบุชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และมีเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้เด็กเล็กเล่นตามลำพัง