thansettakij
thansettakij
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

สภาพัฒน์ ชี้คลื่นลงทุน 5 แสนล้านเข้าไทย ดึง BOI ล็อกต่างชาติติวควอนตัม

27 ส.ค. 69 | 09:01 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ส.ค. 69 | 09:13 น.

สภาพัฒน์ ชี้การลงทุนไทยพุ่งสูงสุดรอบ 4 ปี ‘ดนุชา’ ปรับ GDP ปี 69 ขึ้นแตะ 2.2% หลังเงินลงทุนจริงทะลุ 5 แสนล้าน เร่งสร้างนิเวศคลาวด์-AI ในประเทศ ดึง BOI บีบทุนโลกถ่ายทอดทักษะควอนตัมให้แรงงานไทย

KEY

POINTS

  • "ดนุชา พิชยนันท์" เลขาฯ สภาพัฒน์ ยอมรับการลงทุนในไทยขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี โดยมีเงินลงทุนจริงตั้งแต่ต้นปีแล้วประมาณ 5 แสนล้านบาท เน้นในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำ
  • สภาพัฒน์ เตรียมหารือกับสำนักงานบีโอไอ เพื่อกำหนดเงื่อนไขให้นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาตั้งฐานในไทย ต้องถ่ายทอดความรู้ความเชี่ยวชาญให้แก่บุคลากรไทย
  • การถ่ายทอดองค์ความรู้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคเทคโนโลยีควอนตัมที่คาดว่าจะมีความสำคัญในอีก 5 ปีข้างหน้า

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยในงานเสวนา KT Dialogue New Horizon : Thailand Investment Playbook จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ว่า สถานการณ์การลงทุนในไทยกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องและพุ่งสู่จุดสูงสุดในรอบ 4 ปี โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชนที่ไม่ได้มีเพียงแค่ดาต้าเซ็นเตอร์

แต่ยังรวมถึงอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่ได้รับการส่งเสริมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำและการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ PCB ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญในการสร้างห่วงโซ่อุปทานของประเทศให้มีความเข้มแข็งและรองรับความต้องการได้

รวมไปถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมการออกแบบ ซึ่งจะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ นั่นคือวัฏจักรของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทย

การขยายตัวของการลงทุนนี้เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อยกระดับประเทศไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะช่วยให้ไทยสามารถรักษาระดับการเติบโตของภาคการผลิตและการส่งออกท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกได้

"ประเด็นสำคัญคือเอา Data Center เข้ามาแล้วต้องสร้างธุรกิจต่อเนื่องโดยเฉพาะคลาวด์หรือเอไอเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจอย่างที่เราอยากเห็น เพราะของพวกนี้ใช้ทรัพยากรสาธารณะเยอะและอาจกระทบภาคส่วนอื่นได้โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน เราต้องพยายามสร้างผู้ประกอบการไทยให้เกิดธุรกิจคลาวด์หรือ AI ขึ้นมาเองให้ได้ เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและสร้างแรงขับเคลื่อนต่อระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ไม่เช่นนั้นการลงทุนที่เข้ามาจะไม่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศในระยะยาว" นายดนุชา กล่าว

ขณะเดียวกันยังต้องมีการผลักดันการดึงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เข้ามาผลิตในประเทศไทย เพื่อสร้างอุปกรณ์และชิ้นส่วนรองรับความต้องการของตลาดโลก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสามารถในการส่งออกและสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศเพิ่มมากขึ้นด้วย

นายดนุชา กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ทำให้ไทยไม่ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ ส่วนหนึ่งมาจากการนำวินัยการคลังมาใช้จริงในการทำงานของภาครัฐ ขณะที่การดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทยในช่วงที่ผ่านมา สามารถสร้างความเชื่อใจได้ดีกว่ายุคอื่น ทำให้ประเทศไทยถูกมองเป็นเซฟโซนสำหรับการลงทุน ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการย้ายฐานการลงทุนประเภทอื่นตามมา โดยเฉพาะการย้ายสำนักงานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติที่มองหาที่ตั้งที่ปลอดภัยกว่าเดิม

 

งานเสวนา KT Dialogue New Horizon: Thailand Investment Playbook

 

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจไทยล่าสุด ในช่วงไตรมาสสอง ปี 2569 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้แล้ว โดยตัวเลขจีดีพี อยู่ที่ 1.9% ดีกว่าที่คาดไว้ที่ 1.5% มาจากแรงหนุนของการส่งออกและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ทั้งปีปรับประมาณการขึ้นมาอยู่ที่ค่ากลางประมาณ 2.2% จากเดิม 2.0% 

อย่างไรก็ตามในทิศทางการลงทุนภาคเอกชนในระยะถัดไปนั้น สศช. ประเมินว่า จะมีการลงทุนใหม่ ๆ ที่เคยได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในปีที่ผ่านมาทยอยเข้ามาเพิ่มเติม

“มาตรการต่าง ๆ ที่ออกมามีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเร่งลงทุนเร็วขึ้น ไม่ใช่ถือบัตรส่งเสริมไว้แล้วรอจังหวะที่เหมาะสมค่อยลงทุนอย่างที่ผ่านมา ซึ่งเงินลงทุนจริงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ประมาณ 5 แสนล้านบาท และคาดว่าจะยังคงขยายตัวต่อไปในช่วงถัดไป แม้อาจไม่แรงเท่าเดิมแต่ก็ยังเป็นตัวนำเศรษฐกิจในปีนี้อยู่ โดยในช่วงครึ่งปีหลัง เชื่อว่า หากไม่มีปัจจัยที่สร้างความตกใจแบบไม่คาดคิด เช่น ผู้นำบางประเทศอาจตื่นมาก็เขียนอะไรลงในโซเชียลมีเดียจนสร้างความตกใจ ประเทศไทยก็น่าจะเดินหน้าเติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้” นายดนุชา ระบุ

ส่วนประเด็นสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ถือเป็นหัวใจหลักของการเปลี่ยนผ่าน โดยต้องเตรียมความพร้อมของแรงงานไทยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ก้าวไปอย่างรวดเร็วจาก AI ไปสู่ยุคควอนตัม ล่าสุด สศช. เตรียมหารือกับ BOI เพื่อกำหนดเงื่อนไขให้นักลงทุนระดับโลกที่เข้ามาตั้งฐานในไทย ต้องมีการถ่ายทอดความเชี่ยวชาญและแบ่งปันองค์ความรู้เฉพาะด้านให้แก่บุคลากรในประเทศ เพื่อเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานอนาคต 

ทั้งนี้เนื่องจากคาดการณ์ว่าในเวลาอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีควอนตัมจะก้าวเข้ามาแทนที่และมีความสำคัญต่อโลกมากขึ้น การเร่งสร้างแรงงานที่มีทักษะรองรับจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเริ่มดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านเอไอในปัจจุบัน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวทันกระแสการเปลี่ยนแปลงและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกได้