thansettakij
thansettakij
"เกษตร-คมนาคม" ตั้งการ์ด ต้านยุบส่วนราชการภูมิภาค ยันภารกิจไม่ซ้ำซ้อน

"เกษตร-คมนาคม" ตั้งการ์ด ต้านยุบส่วนราชการภูมิภาค ยันภารกิจไม่ซ้ำซ้อน

"เกษตร-ทางหลวง-ทางหลวงชนบท" ตั้งการ์ดต้านนโยบายปฎิรูประบบราชการ ลดความซ้ำซ้อน ยุบหน่วยงานภูมิภาค   ยืนยันภารกิจจำเป็น แบ่งพื้นที่รับผิดชอบชัด ไม่ทับซ้อน ด้าน "พลังงาน-ดีอี" ประเมินไม่กระทบ

KEY

POINTS

  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงคมนาคม แสดงท่าทีคัดค้านนโยบายรัฐบาลที่อาจมีการยุบหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค
  • กระทรวงเกษตรฯ ชี้แจงว่าหน่วยงานในภูมิภาคมีความจำเป็นต่อการทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกร ซึ่งมีความต้องการแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่
  • กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ยืนยันว่าภารกิจไม่ซ้ำซ้อนกัน เนื่องจากหน่วยงานในภูมิภาคแต่ละแห่งมีพื้นที่รับผิดชอบและดูแลถนนคนละประเภทอย่างชัดเจน

จากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) พิจารณามาตรการปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการและลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะการทบทวนยุบหรือปรับโครงสร้างหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค ตามแนวนโยบายการปฏิรูประบบราชการของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ที่เสนอให้พิจารณายุบหน่วยงานที่มีภารกิจซ้ำซ้อนหรือไม่มีความจำเป็น

ปรากฏว่าหลายหน่วยงานเริ่มออกมาแสดงท่าที ยืนยันความจำเป็นและปฏิเสธข้อสังเกตเรื่องความทับซ้อน ขณะที่บางหน่วยงานประเมินว่าตนเองจะไม่ได้รับผลกระทบจากมติดังกล่าว

เกษตรฯ เห็นชอบหลักการ แต่ห่วงกระทบงานใกล้ชิดเกษตรกร

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากแนวนโยบายการปฏิรูประบบราชการที่เสนอให้พิจารณายุบหน่วยงานที่มีภารกิจซ้ำซ้อนหรือไม่มีความจำเป็นนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายเรื่องการปรับลดและยุบหน่วยงานที่มีความซ้ำซ้อนแล้ว โดยกระทรวงเกษตรฯ เห็นชอบในหลักการ แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดและยังไม่ได้ข้อสรุปที่ตกผลึก

กระทรวงเกษตรฯ มองว่าภาคเกษตรเป็นฐานรากสำคัญของประเทศ มีสินค้าเกษตรหลากหลายประเภท และความต้องการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่และแต่ละฤดูกาลมีความแตกต่างกัน การบริหารจัดการจึงต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ รวมถึงองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของแต่ละหน่วยงาน

โดยเฉพาะการทำงานกับเกษตรกร ซึ่งมีทั้งลักษณะการผลิต ทักษะ ประสบการณ์ และบริบทพื้นที่ที่แตกต่างกัน การถ่ายทอดนโยบายหรือองค์ความรู้จากภาครัฐจึงจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งนักวิชาการ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ตลอดจนการทำงานร่วมกับปราชญ์ชาวบ้านและผู้นำเกษตรกร เพื่อให้สามารถสื่อสารและถ่ายทอดแนวทางของภาครัฐไปสู่เกษตรกรได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุด

ดังนั้น หากมีการปรับโครงสร้างหรือยุบรวมหน่วยงาน กระทรวงเกษตรฯ จะต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของระบบราชการควบคู่กับการรักษาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และไม่ให้กระทบต่อการทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกร ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

ทางหลวง ยัน 122 หน่วยงานภูมิภาคแบ่งพื้นที่ชัด ไม่ทับซ้อน

ด้านแหล่งข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า จากประเด็นมติ ครม. ถึงการยุบส่วนราชการในภูมิภาคและการตั้งหน่วยงานในภูมิภาคที่มีความทับซ้อนกันนั้น หน่วยงานในภูมิภาคของกรมทางหลวงรับผิดชอบในพื้นที่ที่แตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับมุมมองของสำนักงาน ก.พ.ร. ว่าจะพิจารณาอย่างไร

"ส่วนของกรมทางหลวงมีหน่วยงานตามภูมิภาคหรือแขวงต่าง ๆ ไม่ได้มีการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน แม้ภารกิจจะมีความคล้ายคลึงกันแต่พื้นที่รับผิดชอบเป็นคนละพื้นที่อย่างชัดเจน เปรียบเสมือนอำเภอ A และอำเภอ B ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกันที่แต่ละหน่วยงานจะรับผิดชอบพื้นที่ของตนเอง" แหล่งข่าวระบุ

สำหรับการบริหารงานในปัจจุบัน กรมทางหลวงมีหน่วยงานในภูมิภาคประกอบด้วยแขวงทางหลวงทั้งหมด 104 แขวง กระจายอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ และมีสำนักงานทางหลวงอีก 18 หน่วยงาน หรือเขต ซึ่งทำหน้าที่ดูแลและแบ่งพื้นที่รับผิดชอบแขวงทางหลวงอีกทีหนึ่ง รวมทั้งหมดเป็น 122 หน่วยงาน โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีแขวงทางหลวงกรุงเทพฯ 1 แขวง และมีสำนักงานทางหลวงที่ 13 เป็นหน่วยงานกำกับดูแล ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นครนายก นนทบุรี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร

ปิดจ็อบถ่ายโอนถนนฉบับ 2 รอแผนฉบับ 3

ขณะที่ภารกิจการถ่ายโอนถนนให้แก่ท้องถิ่น แหล่งข่าวระบุว่า ที่ผ่านมามีการถ่ายโอนภารกิจและเส้นทางให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตามกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งดำเนินงานตั้งแต่แผนฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 ในช่วงปี พ.ศ. 2542 โดยทำแผนร่วมกันเพื่อพิจารณาว่าเส้นทางใดที่ อปท. สามารถดูแลได้ และได้ถ่ายโอนตามแผนไปแล้วส่วนหนึ่ง ซึ่งจากการติดตามประเมินผลพบว่ามีหลายรูปแบบ ทั้งกรณีที่ท้องถิ่นดูแลได้ดีมากในหลายระดับ และกรณีที่ดูแลได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ หรือแนวทางที่คณะกรรมการกระจายอำนาจกำหนด โดยปกติแล้วหากถ่ายโอนไปแล้วจะไม่สามารถโอนกลับมายังกรมทางหลวงได้ แต่มีข้อยกเว้นบางประการ เช่น กรณีการโอนผิดหน่วย คือหากทำแผนถ่ายโอนให้ อปท. ผิดแห่ง หน่วยงานที่รับโอนผิดสามารถร้องขอให้รับกลับคืนได้ แต่หากเป็นกรณีที่ อปท. ไม่มีกำลังหรือศักยภาพในการดูแลแล้วขอโอนคืน ตามเกณฑ์ปกติจะไม่สามารถทำได้

นอกจากนี้ยังมีหลักเกณฑ์พิจารณาเรื่องสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป หากเดิมโครงข่ายที่รับโอนไปเป็นถนนในชุมชนขนาดเล็ก แต่ปัจจุบันสภาพพื้นที่เปลี่ยนไปกลายเป็นเมืองขนาดใหญ่หรือเปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างมาก ก็อาจเข้าข่ายที่จะพิจารณาถ่ายโอนกลับมาได้ แต่กระบวนการสุดท้ายจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกระจายอำนาจ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือร่วมกัน

อย่างไรก็ดี กรมทางหลวงพบว่าในอดีตมีการถ่ายโอนโครงการฯ กลับคืนจำนวนไม่มากนัก ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีการถ่ายโอนเส้นทางเพิ่มเติมให้แก่ อบจ. หรือ อปท. เนื่องจากแผนการถ่ายโอนฉบับที่ 2 สิ้นสุดลงแล้ว สำหรับแผนกระจายอำนาจฉบับที่ 3 ทราบว่าอยู่ระหว่างกระบวนการจัดทำและยังไม่ได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งหากเริ่มดำเนินการในอนาคต จะต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือว่ามีเส้นทางใดในพื้นที่ใดที่สามารถถ่ายโอนเพิ่มเติมได้บ้าง แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเรียกคุยในรายละเอียดที่ชัดเจน

ทางหลวงชนบท ชี้ภารกิจเฉพาะตัว ดูแลถนนสายย่อย-รับมือภัยพิบัติ

แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า กรณีมติ ครม. ให้ทบทวนการยุบส่วนราชการในภูมิภาคและการตั้งหน่วยงานในภูมิภาคที่มีความทับซ้อนกันนั้น ในส่วนของกรมฯ ยืนยันว่าหน่วยงานไม่มีความซ้ำซ้อน เนื่องจากส่วนกลางในภูมิภาคเป็นหน่วยงานแขวงต่าง ๆ ที่มีสำนักงานกระจายไปอยู่ตามพื้นที่ ซึ่งมีรูปแบบกระบวนการบริหารอยู่แล้ว โดยหน่วยงานเหล่านี้มีภารกิจสำคัญในการบำรุงรักษาโครงข่ายทางหลวงชนบท ตลอดจนงานก่อสร้างถนนและสะพานในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้รวดเร็วมากขึ้น ส่วนจะมีการยุบหรือถ่ายโอนภารกิจหรือไม่นั้นต้องรอความชัดเจนของนโยบายอีกครั้ง

ปัจจุบันกรมฯ มีหน่วยงานในส่วนภูมิภาคทุกจังหวัด หรือที่เรียกว่าแขวงทางหลวงชนบท ครอบคลุมพื้นที่ต่างจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ส่วนในกรุงเทพมหานครจะไม่มีแขวง แต่จะใช้รูปแบบ "หมวด" แทน นอกจากนี้ยังมีสำนักงานทางหลวงชนบทอีก 18 สำนัก ซึ่งเป็นหน่วยงานส่วนกลางที่กระจายไปตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคตามแต่ละภาคทั่วประเทศ

อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบภารกิจการดูแลกับหน่วยงานอื่นอย่างกรมทางหลวง แหล่งข่าวจาก ทช. ยืนยันว่าภารกิจของกรมทางหลวงชนบทมีความเฉพาะตัวและไม่ทับซ้อนกับกรมทางหลวง เพราะต่างหน่วยงานต่างรับผิดชอบที่แตกต่างกัน โดยกรมทางหลวงที่มีแขวงในภูมิภาคจะดูแลรับผิดชอบโครงการถนนขนาดใหญ่และถนนสายหลักบางแห่ง ขณะที่ทางหลวงชนบทดูแลในส่วนของทางหลวงชนบทหรือถนนสายย่อย นอกจากนี้กรมฯ ยังมีบทบาทสำคัญในด้านสาธารณภัย เช่น การเกิดอุทกภัย ซึ่งสามารถเข้าไปช่วยเหลือจังหวัดต่าง ๆ ได้ทันที

พลังงานประเมินไม่กระทบ ใช้เวลาดำเนินการ

ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานให้ความเห็นว่า เรื่องดังกล่าวน่าจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการดำเนินการ โดยมองว่ากระทรวงพลังงานน่าจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพลังงานจังหวัด

ดีอี แจงยุบ 11 หน่วยงานไม่กระทบ เหตุเป็นลูกจ้างชั่วคราว-สัญญาจ้าง

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงกรณีที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบให้ยุบเลิก 11 หน่วยงานว่า ในส่วนของกระทรวงดีอี ยืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบจากมติดังกล่าว เนื่องจากอัตรากำลังส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบการจ้างงานลักษณะลูกจ้างชั่วคราว

จากการตรวจสอบโครงสร้างอัตรากำลัง พบว่าตำแหน่งนักโสตทัศนศึกษามีจำนวนเพียง 2 อัตรา ขณะที่ฝ่ายพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์เป็นรูปแบบสัญญาจ้างระยะสั้น 1 ปี และ 3 ปี ผูกพันตามปีงบประมาณนั้น ๆ

ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของกลุ่มลูกจ้างชั่วคราวจะแตกต่างจากข้าราชการประจำ โดยข้าราชการประจำสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้เต็มจำนวนตามสิทธิสวัสดิการข้าราชการ ขณะที่ลูกจ้างชั่วคราวจะได้รับสิทธิประโยชน์ผ่านระบบประกันสังคมที่มีการหักสมทบในแต่ละเดือนเท่านั้น.