
อิหร่าน รุกเปิดตลาดนำเข้ารถยนต์ 7.5 หมื่นคัน เน้นไฮบริด-อีวี แนะไทยชิงโอกาส
อิหร่านเดินหน้าเปิดตลาดรถยนต์นำเข้า 70,000–75,000 คัน หวังเพิ่มการแข่งขันและทางเลือกผู้บริโภค เน้นรถยนต์นั่งราคาประหยัด ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า จับตาโอกาสสินค้าไทยขยายตลาดในอิหร่าน
KEY
POINTS
- รัฐบาลอิหร่านอนุมัตินำเข้ารถยนต์จำนวน 70,000–75,000 คัน เพื่อเพิ่มการแข่งขันและปรับสมดุลตลาดรถยนต์ในประเทศ
- นโยบายมุ่งเน้นการนำเข้ารถยนต์นั่งราคาประหยัด รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้
- มีการกำหนดโครงสร้างภาษีที่เอื้อประโยชน์ต่อรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด โดยมีอัตราภาษีนำเข้าที่ต่ำกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาป
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน รายงานว่า รัฐบาลอิหร่านเดินหน้าใช้นโยบายเปิดตลาดรถยนต์นำเข้า เพื่อเพิ่มการแข่งขันและช่วยปรับสมดุลตลาดรถยนต์ภายในประเทศ โดย รัฐบาลได้วางแผนและออกใบอนุญาตสำหรับการนำเข้ารถยนต์ประมาณ 70,000–75,000 คัน โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ รถยนต์นั่งราคาประหยัดและรถยนต์ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้
เพิ่มโควต้านำเข้า ดันการแข่งขันในประเทศ
ทั้งนี้ นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงฯ มีเป้าหมายหลักในการทำให้ตลาดรถยนต์ของอิหร่านมีการแข่งขันมากขึ้น หลังจากตลาดภายในประเทศพึ่งพาผู้ผลิตในประเทศเป็นหลักมาเป็นเวลานาน โดยการเพิ่มรถยนต์นำเข้าจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคและช่วยสร้างแรงกดดันด้านการแข่งขันต่อผู้ผลิตรถยนต์ภายในประเทศ
แม้รัฐบาลจะเปิดทางให้มีการนำเข้ารถยนต์หลายประเภท แต่ภารกิจหลักยังคงมุ่งไปที่รถยนต์นั่งกลุ่มประหยัด มากกว่ารถยนต์หรูหรือรถยนต์ราคาแพง เนื่องจากต้องการให้การนำเข้ามีผลโดยตรงต่อผู้บริโภคทั่วไปและช่วยเพิ่มทางเลือกในตลาด ซึ่งสอดคล้องกับกฎระเบียบการนำเข้าที่อิหร่านกำหนดไว้ก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม กฎเกณฑ์ด้านการนำเข้ามีการปรับเปลี่ยนตามปีงบประมาณและนโยบายของรัฐบาล ทำให้โครงสร้างภาษี จำนวนโควตา และเงื่อนไขของรถแต่ละประเภทแตกต่างกันไป
เปิดช่องใช้เงินตราต่างประเทศนำเข้า
ขณะเดียวกันด้านการชำระเงิน รัฐบาลอิหร่าน ระบุว่า การนำเข้ารถยนต์สามารถใช้ทั้งเงินตราต่างประเทศที่ได้รับการจัดสรรจากภาครัฐ และเงินตราต่างประเทศที่อยู่ในมือของบุคคลหรือผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากการนำเข้ารถยนต์ของอิหร่านไม่ได้ขึ้นอยู่กับงบประมาณของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่ยังเปิดช่องให้ผู้ที่มีเงินตราต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมายสามารถนำเงินดังกล่าวมาใช้ในการนำเข้ารถยนต์ได้ ภายใต้กฎของธนาคารกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับรถยนต์นั่ง การกำหนดภาษีและสิทธิประโยชน์แตกต่างกันตามประเภทเครื่องยนต์และขนาดเครื่องยนต์ โดยกฎระเบียบในปี 1404 ของปฏิทินอิหร่าน หรือปี 2025–2026 มีการกำหนดจำนวนรถยนต์และอัตราภาษีตามขนาดเครื่องยนต์ ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดได้รับอัตราภาษีที่แตกต่างจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป
ตัวอย่างโครงสร้างที่ประกาศไว้สำหรับรถยนต์เบนซินในปีดังกล่าว มีการแบ่งกลุ่มตั้งแต่รถยนต์ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี ไปจนถึงรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์มากกว่า 3,000 ซีซี โดยกลุ่มเครื่องยนต์ขนาดเล็กมีจำนวนที่ได้รับจัดสรรมากที่สุด ขณะที่รถยนต์เครื่องยนต์ใหญ่มีภาษีนำเข้าสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของรถยนต์พลังงานทางเลือก กฎระเบียบกำหนดอัตราที่แตกต่างกัน โดยรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ประเภทเพิ่มระยะทาง มีอัตราต่ำกว่ารถยนต์สันดาปอย่างมาก ขณะที่รถยนต์ไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดอยู่ในระดับที่แตกต่างกันตามประเภทระบบขับเคลื่อน
จับตาโอกาสรถเล็ก-อีวี
ทังนี้ รัฐบาลยังออกใบอนุญาตสำหรับรถยนต์บางประเภทเป็นกรณีพิเศษ โดยรัฐมนตรีอาตาบักอธิบายว่า รถยนต์กลุ่มดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้ให้รัฐบาลผ่าน อากรขาเข้าและภาษีศุลกากร ดังนั้นจำนวน 70,000–75,000 คันจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นรถยนต์ราคาประหยัดทั้งหมด เพราะแผนการนำเข้ายังประกอบด้วยรถยนต์หลายกลุ่ม และมีช่องทางพิเศษสำหรับรถยนต์บางประเภทด้วย
ดังนั้น ทิศทางของตลาดรถยนต์นั่งอิหร่านในระยะต่อไปจึงน่าจับตามอง โดยเฉพาะกลุ่ม รถยนต์ขนาดเล็ก รถยนต์ราคาประหยัด รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีโอกาสได้รับความสนใจจากนโยบายของรัฐบาลมากกว่ารถยนต์เครื่องยนต์ขนาดใหญ่และรถยนต์หรู





