
อินเดียเร่งลงทุนโซลาร์แตะ โอกาสทองไทยรุกตลาดธุรกิจพลังงานไฟฟ้า
อินเดียเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็น 162.15 GW พร้อมเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เปิดโอกาสผู้ประกอบการไทยส่งออกระบบกักเก็บพลังงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าอัจฉริยะ
KEY
POINTS
- อินเดียกำลังเร่งขยายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์อย่างรวดเร็ว โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในรัฐคุชราต ราชสถาน และอุตตรประเทศ
- แม้จะเติบโตเร็ว แต่อินเดียยังเผชิญข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบสายส่ง การเชื่อมต่อโครงข่าย และความสามารถในการกักเก็บพลังงาน
- สถานการณ์ดังกล่าวเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการส่งออกสินค้าและบริการมูลค่าสูง เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าอัจฉริยะ และบริการด้านวิศวกรรมพลังงาน
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน ประเทศอินเดีย กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า อินเดียยังคงเร่งขยายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569/70 (เมษายน–มิถุนายน 2569) มีกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งใหม่ประมาณ 11.89 กิกะวัตต์ ส่งผลให้กำลังการผลิตสะสมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 162.15 GW ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 และคิดเป็นเกือบร้อยละ 90 ของกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว (ไม่นับรวมพลังน้ำขนาดใหญ่)
ทั้งนี้ การขยายตัวของกำลังการผลิตยังคงกระจุกตัวอยู่ใน 3 รัฐหลัก ได้แก่ คุชราต ราชสถาน และอุตตรประเทศ ซึ่งรวมกันคิดเป็นประมาณร้อยละ 66 ของกำลังการผลิตใหม่ทั้งประเทศ
ขณะที่รัฐมหาราษฏระ และรัฐอานธรประเทศ มีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนรัฐทมิฬนาฑู เกรละ โอดิสา และมัธยประเทศ แม้จะเพิ่มกำลังการผลิตในสัดส่วนไม่สูง แต่มีการขยายตัวของโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Rooftop Solar) อย่างต่อเนื่องสะท้อนแนวโน้มการกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้น
ทั้งนี้ แม้อินเดียจะมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในการเพิ่มกำลังการผลิต แต่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านระบบสายส่ง การเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า ความสามารถในการกักเก็บพลังงาน และความสมดุลของการลงทุนระหว่างรัฐต่างๆ ส่งผลให้รัฐบาลอินเดียต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานควบคู่กับการเพิ่มกำลังการผลิต
โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพด้านอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน เทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ และบริการวิศวกรรมพลังงาน เข้าร่วมในห่วงโซ่อุปทานของตลาดพลังงานหมุนเวียนอินเดียที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์ในอินเดีย ได้แก่
- ศักยภาพด้านทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับรังสีดวงอาทิตย์สูง เช่น Gujarat และ Rajasthan
- นโยบายสนับสนุนของรัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐ เช่น Competitive Bidding, Renewable Purchase Obligation (RPO), PM-KUSUM และ PM Surya Ghar
- การพัฒนาโครงข่ายสายส่งภายใต้โครงการ Green Energy Corridor และ Green Energy Corridor Phase II ซึ่งครอบคลุม Gujarat, Rajasthan, Uttar Pradesh, Karnataka, Kerala, Himachal Pradesh และ Tamil Nadu
- โครงการพลังงานหมุนเวียนที่อยู่ระหว่างก่อสร้างกว่า 138.3 GW ซึ่งรวมโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ประมาณ 90 GW
- ความต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาดจากภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ผ่านโครงการ Captive Power, Open Access และสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (Power Purchase Agreement: PPA)
ความท้าทายที่อินเดียเผชิญ
แม้อินเดียจะเพิ่มกำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังเผชิญข้อจำกัดหลายประการ ได้แก่ ความสามารถของระบบสายส่งและการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้ายังไม่เพียงพอรองรับการขยายตัวของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่
ขณะที่การลดกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Curtailment) เนื่องจากระบบไฟฟ้าไม่สามารถรองรับกำลังผลิตได้ทั้งหมด
โดยความต้องการระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage Systems: BESS) และโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage) เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบ ซึ่งการกระจุกตัวของการลงทุนในบางรัฐ ขณะที่หลายรัฐยังเผชิญข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน การจัดหาที่ดิน และความพร้อมของระบบไฟฟ้า
โอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย
สคต. เมืองเจนไน ระบุว่า การเร่งลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนของอินเดียเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในหลายสาขา ได้แก่ ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage Systems: BESS) อินเวอร์เตอร์ หม้อแปลงไฟฟ้า สวิตช์เกียร์ สายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบ Smart Grid ระบบบริหารจัดการพลังงาน และเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับโครงข่ายไฟฟ้า งานวิศวกรรม การออกแบบ ก่อสร้าง การเดินระบบ และการบำรุงรักษา (EPC และ O&M) รวมไปถึงการร่วมลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการจัดตั้งกิจการร่วมทุนกับผู้ประกอบการอินเดียการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของอินเดียสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
แนะผู้ประกอบการไทยเน้นไฟฟ้า-พลังงาน
อย่างไรก็ตาม การกระจุกตัวของโครงการในรัฐ Gujarat, Rajasthan และ Uttar Pradesh แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสายส่ง ระบบกักเก็บพลังงาน และการกระจายการลงทุนไปยังรัฐอื่นยังเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลอินเดียต้องเร่งดำเนินการ
สำหรับผู้ประกอบการไทย นอกจากการส่งออกแผงเซลล์แสงอาทิตย์แล้ว ควรให้ความสำคัญกับตลาดที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบบริหารจัดการพลังงาน และบริการวิศวกรรม ซึ่งเป็นสาขาที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของโครงการพลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ ควรพิจารณาสร้างความร่วมมือกับผู้พัฒนาโครงการ (Developers) ผู้รับเหมาก่อสร้าง (EPC Contractors) และผู้ผลิตอุปกรณ์ในรัฐที่มีการลงทุนสูง ได้แก่ Gujarat, Rajasthan และ Uttar Pradesh รวมทั้งติดตามโอกาสการลงทุนในรัฐ Tamil Nadu, Karnataka, Maharashtra, Andhra Pradesh, Kerala, Odisha และ Madhya Pradesh ซึ่งมีแนวโน้มขยายการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง






