thansettakij
thansettakij
อดีตประธานสภาอุตฯยก AI เป็นวาระแห่งชาติ เร่งปั้นคน-ดัน SMEs สู้ศึกเศรษฐกิจโลก

อดีตประธานสภาอุตฯยก AI เป็นวาระแห่งชาติ เร่งปั้นคน-ดัน SMEs สู้ศึกเศรษฐกิจโลก

22 ก.ค. 69 | 01:58 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.ค. 69 | 01:58 น.

เตือนไทยเร่งใช้ AI ก่อนตกขบวนโลก อดีตประธานสภาอุตฯชี้ต้องยก AI เป็นวาระแห่งชาติ เร่งปั้นคน-ดัน SMEs สู้ศึกเศรษฐกิจโลก รับโลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ

KEY

POINTS

  • อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมฯ เสนอให้ผลักดัน AI เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • เน้นย้ำความสำคัญของการนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
  • เรียกร้องให้เร่งพัฒนาทักษะบุคลากร (Upskill/Reskill) และปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาให้สอดรับกับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมในอนาคต

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกิตติมศักดิ์ เปิดเผยมุมมองต่อทิศทางการขับเคลื่อนเทคโนโลยีของประเทศ โดยมองว่าปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) คือ วาระแห่งชาติ (National Agenda) ที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัล 

ทั้งนี้ โครงการ TH-AI Passport ถือเป็นแนวทางที่ดี เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs ไทย แม้ปัจจุบันจะเผชิญกระแสตรวจสอบจากฝ่ายค้าน แต่ปัจจัยสำคัญอยู่ที่การใช้งานจริงและการสร้างคน

หนุน AI เป็นวาระแห่งชาติ

สำหรับมุมมองของภาคเอกชนและอุตสาหกรรม การเร่งผลักดันให้เกิดการใช้ AI ในประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการนำมาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถยืนหยัดต่อสู้ได้ในตลาดโลก ซึ่งจะช่วยทั้งในเรื่องการประหยัดต้นทุน ความแม่นยำในการผลิต การลดการใช้พลังงาน และลดของเสียในกระบวนการอุตสาหกรรม

เรื่อง AI และ Digital ถือเป็นนโยบายหลักที่ตนเองได้วางรากฐานและผลักดันมาโดยตลอด ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. ภายใต้นโยบาย 4G ซึ่ง Go Digital & AI ถูกจัดให้เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ

แนวคิดเดินมาถูกทาง

สำหรับกรณีโครงการ TH-AI Passport ที่กำลังเป็นประเด็นถูกตรวจสอบและโจมตีจากฝ่ายค้านอยู่ในขณะนี้ ในฐานะภาคเอกชนขอไม่แสดงความคิดเห็นในส่วนของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือความโปร่งใส ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบไปตามขั้นตอน แต่หากพิจารณาเฉพาะในเชิงคอนเซปต์ของโครงการ ถือว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางในการให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ AI และดิจิทัล

อดีตประธานสภาอุตฯยก AI เป็นวาระแห่งชาติ เร่งปั้นคน-ดัน SMEs สู้ศึกเศรษฐกิจโลก

 

"เรื่องปัญหาการตรวจสอบจัดซื้อจัดจ้างที่กำลังถูกโจมตีนั้น ทางเอกชนเราคงไม่ไปก้าวล่วง แต่ขอพูดในเชิงคอนเซปต์ว่า คอนเซปต์นั้นถูกต้องแล้วในการเร่งทรานส์ฟอร์มประเทศ"

ยกโมเดล จีน ประยุกต์ AI ลงถึงรากหญ้า 

อย่างไรก็ดี การที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเดินทางไปดูงานด้าน AI ที่ประเทศจีนถือว่าเป็นก้าวที่ถูกต้อง เนื่องจากจีนมีความโดดเด่นในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภคและชีวิตประจำวันอย่างทั่วถึง ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

ซึ่งลักษณะจะต่างจากสหรัฐอเมริกาที่เน้นหนักไปทางอุตสาหกรรมทหาร ความมั่นคง และอวกาศเป็นหลัก การที่ไทยร่วมมือกับจีนจะช่วยให้นำประสบการณ์เหล่านั้นมาปรับใช้กับภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการเกษตรสมัยใหม่ของไทยได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้สินค้าไทยมีคุณภาพสูงขึ้นในราคาที่แข่งขันได้

สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปกับเทคโนโลยีคือการสร้างคน โดยประเทศไทยต้องเร่งปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาให้ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เหมือนที่ประเทศจีนทำ เพื่อให้บุคลากรไทยมีทักษะ (Upskill/Reskill) ในการใช้ AI ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและถูกจุด เพื่อรองรับอุตสาหกรรมในอนาคต เช่น หุ่นยนต์ (Robotic) และระบบอัตโนมัติ (Automation) ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ