
กขค. ลุยเชิงรุก สอบ 2 คดีน้ำมัน คุมเข้มแพลตฟอร์มดิจิทัล เร่งจัดระเบียบ OTA
กขค. เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าเชิงรุก เปิดสอบ 2 คดีน้ำมัน เร่งกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล Modern Trade, Ride-hailing และ OTA ตั้งเป้าเห็นผลภายใน 6 เดือน
KEY
POINTS
- กขค. เปิดการสอบสวน 2 คดีสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจน้ำมัน ในข้อหาจำหน่ายน้ำมันราคาสูงเกินควร และจำกัดปริมาณการจำหน่ายให้ผู้ค้าส่ง
- เร่งออกมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล 4 กลุ่มธุรกิจสำคัญ ได้แก่ ค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade), บริการเรียกรถ (Ride-hailing) และแพลตฟอร์มจองที่พัก (OTA)
- เดินหน้าจัดระเบียบธุรกิจ OTA หลังผู้ประกอบการโรงแรมร้องเรียนเรื่องการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และการกำหนดเงื่อนไขห้ามขายห้องพักในราคาที่ต่ำกว่าบนแพลตฟอร์ม
- ปรับเปลี่ยนการทำงานเป็นเชิงรุก โดยตั้งเป้าให้การกำกับดูแลในประเด็นต่างๆ เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือน
สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เดินหน้ายกระดับการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก เปิดสอบ 2 คดีน้ำมันเข้าข่ายเอาเปรียบตลาด ทั้งขายเกินราคาและจำกัดการกระจายน้ำมัน พร้อมเร่งออกมาตรการกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล แก้ปัญหาค่าธรรมเนียมไม่เป็นธรรมและเงื่อนไขผูกขาด รวมถึงคุมเข้มธุรกิจ Modern Trade, Ride-hailing และ OTA ตั้งเป้าเห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือน
เปิดสอบ 2 คดีน้ำมัน สงสัยขายแพง-จำกัดการกระจายสินค้า
พลตำรวจโทพิทยา ศิริรักษ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้าเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการกำกับดูแลและป้องปรามพฤติกรรมทางการค้าในธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ได้เร่งกำหนดมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลในประเด็นที่ผู้ประกอบการกำลังได้รับผลกระทบ เช่น การจำกัดทางเลือกผู้ให้บริการขนส่งสินค้า และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรม
ขณะเดียวกัน สำนักงาน กขค. ยังเร่งติดตามสถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันและปัญหาการขาดแคลนน้ำมันที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและประชาชนในหลายพื้นที่ โดยได้บูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมศุลกากร สำนักงานพลังงานจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันทั่วประเทศ
ผลการตรวจสอบนำไปสู่การรับเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณา 2 คดีสำคัญ
คดีแรก เป็นกรณีคลังน้ำมันในจังหวัดอ่างทองถูกกล่าวหาว่าจำหน่ายน้ำมันในราคาสูงเกินสมควร ซึ่งอาจเข้าข่ายกำหนดราคาสินค้าอย่างไม่เป็นธรรมและกีดกันการแข่งขัน อันอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 50 (1) และมาตรา 57 (1)
ส่วนคดีที่สอง เป็นกรณีผู้ค้าน้ำมันจำกัดการจัดสรรน้ำมันให้ผู้ค้าส่ง (Jobber) โดยอ้างว่าต้องสำรองน้ำมันไว้ให้สถานีบริการในเครือข่าย ทั้งที่สถานีบริการดังกล่าวไม่ได้รับการจัดสรรเพิ่ม ส่งผลให้ผู้ค้าส่งและสถานีบริการอิสระต้องหันไปซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่นในราคาสูงขึ้นและรอนานกว่าเดิม ซึ่งอาจเข้าข่ายจำกัดปริมาณสินค้าและกีดกันการแข่งขันตามมาตรา 50 และมาตรา 57 ของกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ซึ่งมีโทษทางอาญา
เร่งคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล แก้ค่าธรรมเนียม-เงื่อนไขไม่เป็นธรรม
รองศาสตราจารย์สุธรรม อยู่ในธรรม รองประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า รักษาการแทนประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า กล่าวว่า กขค. อยู่ระหว่างเร่งขับเคลื่อนการกำกับดูแลการแข่งขันใน 4 กลุ่มธุรกิจสำคัญ ได้แก่
- แพลตฟอร์มดิจิทัล
- ค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade)
- บริการเรียกรถผ่านแพลตฟอร์ม (Ride-hailing)
- แพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ (OTA)
โดยได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะด้านเพื่อศึกษา วิเคราะห์ และตรวจสอบพฤติกรรมทางการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน พร้อมเสนอแนวทางกำกับดูแลให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2569
โรงแรมร้อง OTA เปลี่ยนเงื่อนไขกะทันหัน-ห้ามขายถูกกว่าบนแพลตฟอร์ม
กขค. ยังเดินหน้ารับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการทั่วประเทศผ่านโครงการ Mobile Competition Clinic พบว่าผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะโรงแรมและที่พักในจังหวัดท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของแพลตฟอร์ม OTA หลายประเด็น
อาทิ การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้บริการโดยไม่แจ้งล่วงหน้า การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราสูง รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ประกอบการตั้งราคาห้องพักต่ำกว่าราคาที่แสดงบนแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
พัฒนาระบบตรวจสอบหลังควบรวมธุรกิจ ใช้โมเดล Trustee
ในด้านการกำกับดูแลการรวมธุรกิจ กขค. เตรียมยกระดับระบบติดตามผลหลังการควบรวมกิจการ (Post-merger Monitoring) โดยศึกษาการนำระบบ Trustee ที่ใช้ในต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ในไทย
แนวทางดังกล่าวจะเปิดทางให้บุคคลหรือองค์กรอิสระทำหน้าที่ตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ กขค. กำหนดหลังการรวมธุรกิจ รวมถึงประเมินผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาด เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น
รองศาสตราจารย์สุธรรม กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนบทบาทสำคัญของ กขค. จากเดิมที่เน้นรอรับเรื่องร้องเรียน มาเป็นการกำกับดูแลเชิงรุก โดยลงพื้นที่ตรวจสอบตลาด รับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการ และติดตามพฤติกรรมที่อาจกระทบการแข่งขันอย่างใกล้ชิด
เป้าหมายสำคัญ คือ การยกระดับการแข่งขันทางการค้าให้เป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการ และผลักดันให้มาตรการต่าง ๆ เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือนข้างหน้า







