
'ศุภจี' นำทีมไทยแลนด์ บินเจรจาสหรัฐฯ ผลักดันยกเว้นภาษีสินค้าไทยเพิ่ม
'ศุภจี' เตรียมนำทีมไทยแลนด์เดินทางเจรจากับสหรัฐฯ ปลายเดือนสิงหาคมนี้ หวังผลักดันการยกเว้นภาษีสินค้าไทยเพิ่มเติม เตรียมใช้ประเด็นการลงทุนควบคู่การเจรจาการค้าเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง
KEY
POINTS
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เตรียมนำคณะเดินทางไปสหรัฐฯ ช่วงปลายเดือนสิงหาคม เพื่อเจรจาข้อตกลงการค้า (ART)
- เป้าหมายหลักคือผลักดันให้สินค้าไทยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติม โดยจะใช้ความร่วมมือด้านการลงทุนและเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือในการต่อรอง
- ปัจจุบันสินค้าไทยได้รับการยกเว้นภาษีแล้วประมาณ 72% และการเจรจารอบนี้มีข้อเสนอขอเพิ่มสินค้าอีก 13 รายการในรายการขอยกเว้นภาษี
'ศุภจี' รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ เตรียมนำทีมไทยแลนด์เดินทางไปเจรจาข้อตกลง (ART) กับสหรัฐ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อผลักดันการเจรจาในประเด็นภาษีและการค้า ควบคู่กับการใช้ความร่วมมือด้านการลงทุนและเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยได้รับการยกเว้นภาษีมากขึ้น
วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลและทีมไทยแลนด์ จะเดินทางไปเจรจาข้อตกลง Agreement of Reciprocal Trade หรือ ART กับสหรัฐฯ ในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม นี้
โดยการเจรจาครั้งนี้ จะเดินทางไปพร้อมกับทีมงานทางเทคนิค ซึ่งจะเป็นพูดคุยในระดับนโยบาย ทั้งนี้การเจรารอบที่ผ่านมาได้พูดคุยกับรัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐ เพื่อจะได้เห็นภาพรวม
"การเจรจาเรื่องของนโยบายการค้าอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ มากพอสมควร เราต้องใช้เรื่องอื่นในการเจรจาด้วย ทั้งเรื่องการลงทุนของเอกชน หรือเรื่องอื่นที่เราสามารถช่วยได้" นางศุภจี ระบุ
ทั้งนี้ ในส่วนข้อเสนอของเพิ่มสินค้าส่งออกของไทยอีก 13 รายการ เพื่อเจรจาขอยกเว้นภาษีเพิ่มเติมให้กับไทยนั้น นางศุภจี ยอมรับว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้สินค้าที่ยกเว้นมาแล้ว 2,000 กว่ารายการ หากรวมกับของมาตรา 232 ที่เจรจามานานแล้ว ทั้งหมดเรามีสินค้าที่ยกเว้นภาษีอยู่ประมาณ 72% แต่ยังมีสินค้าอีกกว่า 28% ที่ยังต้องเสียภาษีอยู่
ส่วนการพิจารณาโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส รองนายกฯ ระบุว่า ขณะนี้กำลังหารือในรายละเอียด โดยต้องพิจารณาวงเงินที่มีอยู่อย่างจำกัดก่อน ซึ่งที่ผ่านมาได้พูดคุยกับทางนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าเราจะพยายามช่วยผลักดัน ซึ่งจะต้องพิจารณาให้มาตรการดังกล่าวส่งผลประโยชน์ไปยังผู้ประกอบการให้ทั่วถึงทั้งรายเล็ก รายย่อย ไม่ใช่กระจุกอยู่ส่วนเดียว





