
"ศุภจี" ถอดรหัสภาษี 301 สหรัฐฯ ได้สินค้ายกเว้นกว่า 2 พันรายการ คลุมส่งออก 50%
"ศุภจี" ย้ำภาษีสหรัฐฯ ยังไม่จบ หลังประกาศเก็บ 12.5% แต่มีสินค้ายกเว้นภาษีกว่า 2,120 รายการ คิดเป็น 50% สินค้าส่งออก ยันไม่ยอมแลกผลนำเข้าเนื้อสัตว์ใช้สารเร่งเนื้อแดง
KEY
POINTS
- อัตราภาษี 12.5% ที่สหรัฐฯ กำหนดเบื้องต้นยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย โดยรัฐบาลไทยกำลังเจรจาต่อเนื่องเพื่อให้อัตราภาษีรวมทั้งหมดไม่เกิน 19%
- ไทยยืนยันจุดยืนไม่ยอมรับเงื่อนไขที่จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการในประเทศ โดยเฉพาะประเด็นการนำเข้าเนื้อสัตว์ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง
- รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ (HRDD) และชี้แจงข้อมูลเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน เพื่อตอบข้อกังวลของสหรัฐฯ
รัฐบาลไทยเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ ต่อเนื่อง หลังการไต่สวนตามมาตรา 301 กำหนดอัตราภาษีเบื้องต้น 12.5% แต่มีสินค้ายกเว้นภาษีกว่า 2,120 รายการ ครอบคลุมสินค้าเกษตร อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็น 50% ตั้งเป้ารักษาภาษีรวมไม่เกิน 19% เพิ่มรายการสินค้ายกเว้นภาษี และย้ำไม่ยอมรับเงื่อนไขที่กระทบเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคไทย
ย้ำภาษี 12.5% ยังไม่ใช่ข้อสรุป
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้าการเจรจากับสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรการภาษี ว่า สหรัฐฯ ได้มีการเปิดไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ใน 2 ประเด็น ได้แก่ การใช้แรงงานบังคับ และกำลังการผลิตส่วนเกิน ซึ่งในประเด็นแรงงานบังคับ สหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีเบื้องต้นไว้ที่ 12.5% ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยไทยได้ยื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน และเดินทางไปชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติมในเดือนพฤษภาคม เพื่อแสดงข้อเท็จจริงต่อสหรัฐฯ ทั้งสองประเด็น
ทั้งนี้ อัตราภาษี 12.5% ไม่ใช่เรื่องใหม่ และยังไม่ใช่บทสรุปสุดท้าย เพราะยังมีการพิจารณาในประเด็น Excess Capacity ซึ่งอาจมีการกำหนดอัตราภาษีเพิ่มเติม ก่อนนำมาคำนวณแบบสะสม
ดังนั้น รัฐบาลจึงมีเป้าหมายให้ภาษีรวมทั้งหมดไม่สูงกว่า 19% ตามกรอบเดิมและไม่สูงกว่าประเทศคู่แข่งของไทย พร้อมทั้งยื่นคำอุทธรณ์และชี้แจงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
"บางฝ่ายเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าไทยถูกเพิ่มภาษีจาก 10% เป็น 12.5% ทั้งที่ข้อเท็จจริง คือ ไทยเคยเผชิญกรอบภาษี 36% ก่อนเจรจาลดเหลือ 19% ส่วนอัตรา 10% เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวตามมาตรา 122 และ 12.5% เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการมาตรา 301 ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเจรจา"
แจงโต้ข้อกล่าวหาการผลิตส่วนเกิน
ขณะเดียวกันในประเด็น Excess Capacity (กำลังการผลิตส่วนเกิน) ไทยได้ชี้แจงต่อสหรัฐฯ ว่าอุตสาหกรรม 3 กลุ่มที่ถูกตรวจสอบ ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน ยางและผลิตภัณฑ์ยาง รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 75-90% ไม่ได้ต่ำกว่า 60% ตามข้อกล่าวหา และไทยมีข้อมูลสนับสนุนครบถ้วน พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมหากสหรัฐฯ ขอข้อมูลเพิ่ม
สำหรับเป้าหมายการเจรจาของไทยมี 3 ประการ คือ ให้อัตราภาษีรวมไม่เกิน 19% ไม่เสียเปรียบประเทศคู่แข่ง และขยายรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีให้มากขึ้น
ได้ยกเว้นภาษีกว่า 2,120 รายการ
โดยปัจจุบันไทยได้รับการยกเว้นภาษีแล้วกว่า 2,120 รายการ เพิ่มขึ้นจากเดิม 471 รายการ ครอบคลุมสินค้าเกษตรและอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุตสาหกรรม วัตถุดิบ อากาศยาน อุปกรณ์การแพทย์ และสินค้าอื่น ๆ คิดเป็นประมาณ 50% ของมูลค่าการส่งออกไทย
เร่งเจรจา ART ย้ำไม่นำเข้าเนื้อสัตว์ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง
สำหรับการเจรจาเรื่อง ART รัฐบาลยืนยันว่าจะเร่งสรุปให้เร็วที่สุด แต่จะไม่ยอมรับเงื่อนไขที่กระทบต่อ คุณภาพชีวิต สิทธิประโยชน์ของประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะประเด็นการนำเข้าเนื้อสัตว์ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง ซึ่งถือเป็นเส้นแดงที่ไทยไม่สามารถยอมรับได้ แม้ว่าหลายประเทศเพื่อนบ้านจะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ไทยพร้อมยอมรับมาตรการอำนวยความสะดวกทางการค้าในหลายด้าน เช่น การกำหนดกรอบเวลาการตรวจสอบสินค้าและการตอบกลับที่ชัดเจน ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ไทยกำลังเจรจากับสหภาพยุโรป (EU) และความตกลงการค้าเสรีอื่น ๆ โดยย้ำว่าจะไม่แก้ไขกฎหมายใดที่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ
เร่งดันกฎหมายแรงงานบังคับ (HRDD)
ในข้อกังวลเรื่องแรงงานบังคับ รัฐบาลกำลังผลักดันกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับ (HRDD) โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบหลักการแล้ว และมีการตั้งคณะกรรมการที่มีกระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานหลัก และกระทรวงแรงงานเป็นฝ่ายเลขานุการ เพื่อเร่งเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาในการเปิดสมัยประชุมเดือนสิงหาคม ซึ่งไทยได้แจ้งความคืบหน้าดังกล่าวต่อสหรัฐฯ แล้ว
นอกจากการเจรจาทางการค้า ไทยยังใช้ความร่วมมือในมิติอื่นประกอบการเจรจา ทั้งการยืนยันแผนนำเข้าสินค้าเกษตร พลังงาน และเครื่องบินจากสหรัฐฯ ตามกรอบความตกลงเดิม รวมถึงสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยลงทุนในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
โดยปัจจุบันภาคเอกชนไทยลงทุนในสหรัฐฯ แล้วประมาณ 19,300 ล้านดอลลาร์ และมีแผนลงทุนเพิ่มอีก 5,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะช่วยสร้างการจ้างงานและลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ได้
นอกจากนี้ ไทยยังชี้แจงต่อฝ่ายสหรัฐฯ ว่า กว่า 30% ของการขาดดุลการค้าที่สหรัฐฯ มีกับไทย มาจากบริษัทสหรัฐฯ ที่เข้ามาผลิตสินค้าในประเทศไทยแล้วส่งกลับไปยังตลาดสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นข้อมูลใหม่ที่ฝ่ายสหรัฐฯ รับทราบและนำไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจ
มั่นใจส่งออกปีนี้โต 8%
สำหรับภาพรวมการส่งออกนั้น แม้ไทยจะเผชิญมาตรการภาษีของสหรัฐฯ แต่รัฐบาลได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งออกปีนี้จากเดิมที่คาดว่าจะทรงตัว เป็นเติบโตในระดับ 8% เนื่องจากการส่งออกครึ่งปีแรกขยายตัวได้ดี โดยมองว่าผลกระทบในปีนี้ยังอยู่ในวงจำกัด
ในระยะยาวรัฐบาลจะเร่งดำเนินการ 4 เรื่องสำคัญ ประกอบด้วย
- การผลักดันกฎหมายแรงงานบังคับ
- การเร่งสรุปการเจรจา ART
- การเพิ่มรายการสินค้ายกเว้นภาษี
- การดูแลผู้ส่งออกไทยให้สามารถปรับตัวต่อมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ได้
การเจรจาทั้งหมดดำเนินการภายใต้ความร่วมมือของทีมไทยแลนด์ มีเป้าหมายร่วมกัน คือ รักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย ทำให้อัตราภาษีไม่สูงกว่าคู่แข่ง ไม่เกินกรอบ 19% และเพิ่มรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้






