thansettakij
thansettakij
สรรพสามิต ทลายแหล่งผลิตสุราต่างประเทศ ปลอมเครื่องหมายการค้า 2.3 ล้านบาท

สรรพสามิต ทลายแหล่งผลิตสุราต่างประเทศ ปลอมเครื่องหมายการค้า 2.3 ล้านบาท

05 ก.ค. 69 | 08:45 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ก.ค. 69 | 08:51 น.

กรมสรรพสามิตผนึกกำลัง บก.ปอศ.ทลายแหล่งผลิตสุราต่างประเทศปลอมเครื่องหมายการค้า 8 จุด ยึดของกลางกว่า 478,000 ชิ้น มูลค่าภาษีที่รัฐสูญเสียกว่า 2.3 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • กรมสรรพสามิตร่วมกับตำรวจ บก.ปอศ. บุกทลายแหล่งผลิตสุราต่างประเทศปลอมในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ชลบุรี, กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ รวม 8 จุด
  • สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมยึดของกลางเป็นสุราปลอมและอุปกรณ์การผลิตรวมกว่า 478,000 ชิ้น
  • การกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายให้รัฐจากการสูญเสียภาษีเป็นมูลค่ากว่า 2.3 ล้านบาท และมีโทษปรับประมาณ 35 ล้านบาท

กรมสรรพสามิต บูรณาการความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองกำกับการ 1 รวมถึงตัวแทนผู้เสียหายเจ้าของเครื่องหมายการค้าสุราต่างประเทศ เข้าดำเนินการตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยจำนวน8 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี กรุงเทพมหานคร และจังหวัดสมุทรปราการ

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจพบของกลางเป็น สุราต่างประเทศปลอมเครื่องหมายการค้า รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตและบรรจุสินค้า อาทิ เครื่องอัดฝาขวด กล่องบรรจุสุราต่างประเทศ และสติกเกอร์ติดหลังขวดสุราต่างประเทศ รวมของกลางทั้งสิ้นกว่า 478,000 ชิ้น พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 3 ราย 

สุราต่างประเทศปลอมเครื่องหมายการค้า

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิแก่ผู้ต้องหา ก่อนควบคุมตัวพร้อมตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (กก.1 บก.ปอศ.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ ผู้จัดหาแหล่งผลิต ผู้ลำเลียง และเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างถึงที่สุด

รัฐเสียหาย 2.3 ล้านบาท

ว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต เปิดเผยภายหลังการปฏิบัติการว่า กรมสรรพสามิตเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภายใต้นโยบายสำคัญด้านการปราบปรามเชิงรุก อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบผลิต นำเข้า และจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายให้เป็นไปอย่างเข้มข้นและมีประสิทธิผล

สำหรับการตรวจค้นและจับกุมในครั้งนี้ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 203 ฐานครอบครองสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน และความผิดตาม มาตรา 204 ฐานมีไว้เพื่อขายสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน คิดเป็นมูลค่าภาษีที่รัฐสูญเสียจำนวน2,345,069.79 บาท และประมาณการค่าปรับเป็นเงิน 35,176,046.85 บาท

กรมสรรพสามิตขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการให้ร่วมกันปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และสามารถแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดผ่านสายด่วนกรมสรรพสามิต 1713 

“กรมสรรพสามิตจะยังคงเดินหน้าปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องผ่านการใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยุติวงจรสินค้าผิดกฎหมาย สร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน และรักษาความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน”