
เปิดโผ 23 หน่วยงานกำกับนำเข้า-ส่งออก ใครคุมพิกัดสินค้ามากที่สุด
เปิดพิกัดสินค้าควบคุม 9,747 รายการ หน่วยงานไหนคุมมากสุด? รายการสินค้าใดต้องขอใบอนุญาตหรือใบรับรอง ผู้นำเข้า-ส่งออกต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง
KEY
POINTS
- ประเทศไทยมีสินค้าควบคุมการนำเข้า-ส่งออก 9,747 พิกัด (45% ของทั้งหมด) โดยมีหน่วยงานรัฐกำกับดูแลรวม 23 แห่ง
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลพิกัดสินค้ามากที่สุด จำนวน 3,445 พิกัด
- หน่วยงานที่ควบคุมรองลงมาคือ กรมวิชาการเกษตร (2,221 พิกัด) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) (2,130 พิกัด)
- พิกัดสินค้าควบคุมกว่า 95% อยู่ภายใต้การกำกับของ 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
คณะอนุกรรมการพัฒนานโยบายและกำกับดูแลระบบ National Single Window (NSW) เปิดข้อมูลโครงสร้างการกำกับดูแลสินค้านำเข้า-ส่งออกของไทย พบมีสินค้าควบคุมถึง 9,747 พิกัด หรือคิดเป็น 45% ของพิกัดสินค้าทั้งหมด 21,645 รายการ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลมากที่สุด ขณะที่ผู้ประกอบการต้องติดต่อถึง 23 หน่วยงาน เพื่อขอใบอนุญาตและใบรับรองก่อนนำเข้า-ส่งออกสินค้า
เปิดโครงสร้างสินค้าควบคุม 9,747 พิกัด ครอบคลุมเกือบครึ่งของรายการทั้งหมด
คณะอนุกรรมการพัฒนานโยบายและกำกับดูแลระบบ National Single Window (NSW) เปิดเผยข้อมูลการกำกับดูแลสินค้านำเข้า-ส่งออกของประเทศไทย พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพิกัดรายการสินค้าทั้งหมด 21,645 พิกัด โดยแบ่งเป็น สินค้าที่ไม่มีมาตรการควบคุม 11,898 พิกัด (55%) และ สินค้าควบคุม 9,747 พิกัด (45%) ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องขอใบอนุญาตหรือใบรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการนำเข้า ส่งออก หรือบางกรณีรวมถึงการนำผ่าน
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เกือบครึ่งหนึ่งของพิกัดสินค้าทั้งหมดในประเทศอยู่ภายใต้ระบบกำกับดูแลของภาครัฐ เพื่อรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัย สุขอนามัย สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงของประเทศ
อย.ครองอันดับ 1 หน่วยงานคุมสินค้ามากที่สุด
จากข้อมูลพบว่า มีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตและใบรับรองรวม 23 หน่วยงาน โดยหน่วยงานที่กำกับดูแลพิกัดสินค้ามากที่สุด ได้แก่
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 3,445 พิกัด
- กรมวิชาการเกษตร 2,221 พิกัด
- สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) 2,130 พิกัด
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม 1,126 พิกัด
- กรมการค้าต่างประเทศ 949 พิกัด
- กรมประมง 695 พิกัด
- กรมปศุสัตว์ 382 พิกัด
- กรมป่าไม้ 379 พิกัด
- กรมการอุตสาหกรรมทหาร 333 พิกัด
นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานอื่นที่ร่วมกำกับดูแล อาทิ กรมสรรพสามิต กรมธุรกิจพลังงาน กสทช. สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กรมศิลปากร และหน่วยงานเฉพาะด้านอื่น ๆ
95% ของสินค้าควบคุม อยู่ภายใต้ 5 กระทรวงหลัก
เมื่อจำแนกตามกระทรวง พบว่า กว่า 95% ของพิกัดสินค้าควบคุมทั้งหมด อยู่ภายใต้การกำกับของเพียง 3 กระทรวง ได้แก่
กระทรวงสาธารณสุข ครองอันดับ 1
กระทรวงสาธารณสุขกำกับดูแล 3,445 พิกัด ผ่านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นหลัก และมีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกำกับอีก 9 พิกัด โดยเน้นสินค้าอาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
กระทรวงอุตสาหกรรม ดูแลกว่า 3,200 พิกัด
กระทรวงอุตสาหกรรมรับผิดชอบ 3,252 พิกัด ผ่านหน่วยงานหลัก ได้แก่
- สมอ. 2,130 พิกัด
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม 1,126 พิกัด
- กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ 33 พิกัด
- สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย 19 พิกัด
ครอบคลุมสินค้าอุตสาหกรรม วัตถุอันตราย เครื่องจักร และผลิตภัณฑ์มาตรฐาน
กระทรวงเกษตรฯ ดูแลสินค้าเกษตรครบวงจร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำกับดูแล 3,204 พิกัด ผ่าน
- กรมวิชาการเกษตร 2,221 พิกัด
- กรมประมง 695 พิกัด
- กรมปศุสัตว์ 382 พิกัด
- การยางแห่งประเทศไทย 53 พิกัด
- มกอช. 6 พิกัด
ครอบคลุมสินค้าเกษตร พืช สัตว์ ประมง และผลิตภัณฑ์อาหารที่เกี่ยวข้อง
สำหรับอีก 5% ที่เหลือ กระจายอยู่ในหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน กระทรวงวัฒนธรรม รวมถึงองค์กรอิสระและหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์
สินค้าส่วนใหญ่ใช้ใบอนุญาตเพียงหน่วยงานเดียว
ทั้งนี้ จากสินค้าควบคุมทั้งหมด 9,747 พิกัด ส่วนใหญ่ต้องขอใบอนุญาตจากเพียง 1 หน่วยงาน จำนวน 7,894 พิกัด แบ่งเป็น
- ควบคุมโดย 1 หน่วยงาน 7,894 พิกัด
- ควบคุมโดย 2 หน่วยงาน 1,720 พิกัด
- ควบคุมโดย 3 หน่วยงาน 129 พิกัด
- ควบคุมโดย 4 หน่วยงาน เพียง 4 พิกัด
ด้านการนำเข้า มีสินค้าควบคุม 9,395 พิกัด ขณะที่การส่งออกมี 5,356 พิกัด และการนำผ่านมี 331 พิกัด
NSW กลไกสำคัญลดภาระผู้ประกอบการ
โครงสร้างการควบคุมสินค้าดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบ National Single Window (NSW) ซึ่งมีเป้าหมายเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอใบอนุญาต ใบรับรอง และเอกสารทางการค้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบจุดเดียว ลดขั้นตอน ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกทางการค้า
อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนสินค้าควบคุมที่มีเกือบ 10,000 พิกัด และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึง 23 หน่วยงาน ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องตรวจสอบพิกัดสินค้าและข้อกำหนดด้านใบอนุญาตอย่างละเอียดก่อนดำเนินธุรกรรมนำเข้าและส่งออก เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าและความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม การกระจุกตัวของการกำกับดูแลสินค้าในหน่วยงานหลัก และการมีสินค้าบางรายการที่ต้องผ่านการอนุมัติจากหลายหน่วยงาน ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ภาครัฐกำลังผลักดันให้เกิดการบูรณาการข้อมูลและการเชื่อมโยงระบบอนุญาตระหว่างหน่วยงาน
ทั้งนี้ เพื่อให้การนำเข้าและส่งออกมีความคล่องตัวมากขึ้น ลดต้นทุนของผู้ประกอบการ และยกระดับประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกทางการค้าของประเทศ ควบคู่กับการรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และการคุ้มครองผู้บริโภคตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง







