thansettakij
thansettakij
อียูเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ กระทบเอสเอ็มอีไทย 'พาณิชย์' แนะปรับโมเดลธุรกิจ

อียูเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ กระทบเอสเอ็มอีไทย 'พาณิชย์' แนะปรับโมเดลธุรกิจ

02 ส.ค. 69 | 04:29 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ส.ค. 69 | 04:38 น.

สหภาพยุโรปยกเลิกสิทธิยกเว้นภาษีสำหรับสินค้านำเข้ามูลค่าไม่เกิน 150 ยูโรที่สั่งซื้อออนไลน์ มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 2569 กระทบผู้ประกอบการไทยที่ขายสินค้าไปยุโรปผ่านอีคอมเมิร์ซ ขณะที่ 'พาณิชย์' แนะเร่งปรับรูปแบบธุรกิจรับกฎใหม่

KEY

POINTS

  • สหภาพยุโรป (EU) เตรียมยกเลิกการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าออนไลน์มูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 ทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น
  • มาตรการนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการ SME ไทยที่ขายสินค้ามูลค่าไม่สูงไปยังผู้บริโภคในยุโรป ทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาลดลง
  • กระทรวงพาณิชย์แนะให้ผู้ประกอบการไทยปรับโมเดลธุรกิจ เช่น การใช้คลังสินค้าในยุโรป หรือร่วมมือกับตัวแทนจำหน่าย เพื่อลดผลกระทบและเน้นแข่งขันด้านคุณภาพแทนราคา

ตลาดอีคอมเมิร์ซยุโรปกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังสหภาพยุโรป (EU) ยกเลิกสิทธิยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้ามูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร และเริ่มบังคับใช้มาตรการจัดเก็บอากรศุลกากรใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569

เว็บไซต์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน รายงานว่า มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ รวมถึงสเปน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในยุโรป

ภายใต้กฎใหม่ สินค้านำเข้าจากประเทศนอกสหภาพยุโรปที่มีมูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร ซึ่งผู้บริโภคสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ จะถูกจัดเก็บอากรศุลกากร 3 ยูโรต่อหนึ่งประเภทพิกัดศุลกากรของสินค้า

มาตรการนี้ส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภคที่สั่งซื้อสินค้าจากประเทศนอกสหภาพยุโรป รวมถึงผู้ประกอบการและผู้ส่งออกจากประเทศที่สาม เช่น จีน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศไทย ที่จำหน่ายสินค้าให้ผู้บริโภคในยุโรปผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือเว็บไซต์ของตนเอง

สำหรับผู้บริโภคในสเปน ต้นทุนการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศนอกสหภาพยุโรปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการจัดเก็บอากรศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และค่าดำเนินการของผู้ให้บริการขนส่ง ส่งผลให้ความได้เปรียบด้านราคาของสินค้านำเข้าราคาต่ำลดลง และอาจทำให้ผู้บริโภคหันไปเลือกซื้อสินค้าจากผู้จำหน่ายภายในสหภาพยุโรปมากขึ้น

ลดความได้เปรียบของสินค้านำเข้าราคาต่ำ

ในมุมของผู้ประกอบการภายในสหภาพยุโรป มาตรการดังกล่าวช่วยลดความได้เปรียบของสินค้านำเข้าราคาต่ำจากประเทศนอกสหภาพยุโรปที่เคยได้รับการยกเว้นอากรศุลกากร ทำให้การแข่งขันมีความเป็นธรรมมากขึ้น

ขณะที่ผู้ส่งออกจากประเทศนอกสหภาพยุโรป รวมถึงประเทศไทย อาจต้องเผชิญต้นทุนและขั้นตอนด้านศุลกากรที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าออนไลน์ส่งตรงถึงผู้บริโภคในยุโรป

นอกจากนี้ มาตรการใหม่ยังมีแนวโน้มช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลสินค้านำเข้า และลดความเสี่ยงจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ตลาดยุโรป ส่งผลให้ผู้ประกอบการจากประเทศนอกสหภาพยุโรปต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานสินค้า ความโปร่งใสของข้อมูล และการปฏิบัติตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรปมากขึ้น

สำหรับประเทศไทย การส่งออกสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ไปยังยุโรปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลกและเว็บไซต์ของผู้ประกอบการเอง จึงมีโอกาสได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จำหน่ายสินค้ามูลค่าไม่สูงและจัดส่งสินค้าเป็นรายชิ้นจากไทยไปยังผู้บริโภคในยุโรป

สินค้าที่อาจได้รับผลกระทบ

ได้แก่ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สปา สมุนไพร ของตกแต่งบ้าน งานหัตถกรรม เครื่องประดับ เสื้อผ้า และสินค้าไลฟ์สไตล์ เนื่องจากต้นทุนที่ผู้ซื้อในยุโรปต้องรับภาระเพิ่มขึ้น อาจกระทบการตัดสินใจซื้อและลดความสามารถในการแข่งขันด้านราคา

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยที่มีคลังสินค้าอยู่ในสหภาพยุโรป หรือมีผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายในประเทศสมาชิกอยู่แล้ว จะได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากสินค้าได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้าสู่ตลาดยุโรปเรียบร้อยแล้ว

มาตรการดังกล่าวยังอาจเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการไทยปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เช่น ใช้ศูนย์กระจายสินค้าในยุโรป รวมคำสั่งซื้อเพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และเพิ่มความร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายภายในสหภาพยุโรป

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด ระบุว่า มาตรการนี้สะท้อนทิศทางการกำกับดูแลการค้าอิเล็กทรอนิกส์ของสหภาพยุโรปที่เข้มงวดขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศุลกากร ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค และสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการในสหภาพยุโรปกับผู้จำหน่ายสินค้าจากประเทศนอกภูมิภาค

แม้มาตรการดังกล่าวจะทำให้ต้นทุนการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศนอกสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น และอาจทำให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการซื้อสินค้าออนไลน์ แต่ก็มีแนวโน้มช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อสินค้าที่ผ่านการตรวจสอบและเป็นไปตามมาตรฐานของสหภาพยุโรป ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย ความยั่งยืน และความโปร่งใสของแหล่งที่มาของสินค้า

สำหรับผู้ประกอบการไทย ผลกระทบจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการดำเนินธุรกิจของแต่ละราย หากสามารถใช้คลังสินค้าภายในสหภาพยุโรป พัฒนาระบบโลจิสติกส์ หรือร่วมมือกับผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายในประเทศสมาชิก ก็จะช่วยลดผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวได้

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรติดตามการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านศุลกากรของสหภาพยุโรปอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร การจำแนกพิกัดศุลกากร และการบริหารต้นทุน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดยุโรป รวมถึงใช้จุดแข็งด้านคุณภาพ มาตรฐาน ความเป็นเอกลักษณ์ และมูลค่าเพิ่มของสินค้าไทยเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน แทนการพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว