thansettakij
thansettakij
สัญญาณอันตราย ไทยยังเป็น ‘ผู้ใช้ AI’ มากกว่า ‘ผู้สร้าง’ เสี่ยงเสียเปรียบระยะยาว

สัญญาณอันตราย ไทยยังเป็น ‘ผู้ใช้ AI’ มากกว่า ‘ผู้สร้าง’ เสี่ยงเสียเปรียบระยะยาว

03 ส.ค. 69 | 09:16 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ส.ค. 69 | 09:16 น.

IMD ชี้ไทยรั้งอันดับ 39 โลกดิจิทัล SMEs เร่งใช้ AI ก่อนเสียโอกาสแข่งขัน อดีตประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยระบุไทยยังเป็นผู้ใช้มากกว่าผู้สร้า’เสี่ยงเสียเปรียบระยะยาว

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยมีความเสี่ยงเสียเปรียบในการแข่งขันระยะยาว เนื่องจากมีสถานะเป็น "ผู้ใช้" เทคโนโลยี AI มากกว่า "ผู้สร้าง" นวัตกรรม
  • จุดอ่อนสำคัญที่สะท้อนปัญหาคือการลงทุนวิจัยและพัฒนาจากภาคเอกชน จำนวนบทความวิชาการ และการจดสิทธิบัตรด้าน AI ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ
  • ผู้ประกอบการ SME ส่วนใหญ่ยังใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับพื้นฐาน และขาดความเชื่อมั่นในการลงทุนเพิ่มเติมเพราะกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจ
  • มีข้อเสนอให้ภาครัฐเร่งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้าน AI (AI Literacy) และสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านแหล่งเงินทุนและโครงสร้างพื้นฐาน

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช อดีตประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า จากการจัดอันดับ IMD World Digital Competitiveness Ranking 2025 พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 39 ของโลกจาก 69 ประเทศ ในด้านความสามารถในการแข่งขันดิจิทัล ขณะที่ในระดับภูมิภาค ไทยอยู่ในอันดับ 10 ของเอเชียแปซิฟิก และเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน ตามหลังสิงคโปร์และมาเลเซีย 

ทั้งนี้ แม้ประเทศไทยจะมีจุดแข็งด้านฐานกำลังคนสายวิทยาศาสตร์ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือช่องว่างทางนวัตกรรม ที่สะท้อนว่าประเทศไทยยังคงเป็นผู้ใช้ดิจิทัลมากกว่าการเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีใหม่ด้วยตนเอง โดยประเด็นที่ต้องเร่งปรับปรุงคือ การลงทุนวิจัยและพัฒนาจากภาคเอกชน (AI Private Investment) 

จำนวนบทความวิชาการด้าน AI (AI Articles) และการจดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับ AI (AI-related Patent Publication) ขณะที่กฎระเบียบภาครัฐยังต้องให้ความสำคัญกับ Cybersecurity, PDPA และลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง

เอสเอ็มอีไทยยังอยู่ระดับพื้นฐาน

อย่างไรก็ดี จากข้อมูลการศึกษาของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่เปรียบเทียบกรอบการเปลี่ยนผ่านดิจิทัล (Digital Transformation) 5 ด้าน ระหว่างปี 2568 และปี 2569 (คะแนนเต็ม 4) พบว่า เอสเอ็มอีมีการเปิดรับและยกระดับขึ้นในทุกด้าน แต่ส่วนใหญ่ยังคงติดอยู่ในระดับพื้นฐานเนื่องจากข้อจำกัดด้านกลยุทธ์ เทคโนโลยี และทักษะบุคลากร 

จากการเปรียบเทียบพบข้อมูลที่น่าสนใจ แบ่งออกเป็น 

  • ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ ขยับจาก 1.1 เป็น 1.4 
  • ด้านการติดต่อซัพพลายเออร์/ผู้ขาย ขยับจาก 1.6 เป็น 1.8
  • ด้านการจัดการกระบวนการผลิต ขยับจาก 1.2 เป็น 1.3
  • ด้านการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ขยับจาก 1.1 เป็น 1.2
  • ด้านการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ ขยับจาก 0.7 เป็น 1.0 (ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุด)

สำหรับผลการประเมินนั้นพบว่า มีเอสเอ็มอีจำนวน 65.3% ที่เห็นผลลัพธ์จากการใช้ AI และดิจิทัลอย่างชัดเจน ในขณะที่จำนวน 28% ยังไม่เห็นผล และอีก 6.7% มองว่าใช้แล้วไม่เกิดประโยชน์ 

สัญญาณอันตราย ไทยยังเป็น ‘ผู้ใช้ AI’ มากกว่า ‘ผู้สร้าง’ เสี่ยงเสียเปรียบระยะยาว

 

ส่วนกลุ่มที่ประสบความสำเร็จระบุถึงประโยชน์สำคัญที่ได้รับ ได้แก่ ความสะดวกและรวดเร็วในการทำงาน (15.4%), เพิ่มช่องทางการขายและรายได้ (12.8%), ประสิทธิภาพสต็อกและบริหารสินค้า (11.9%), ปรับปรุงคุณภาพสินค้าและบริการ (10.3%) และการเข้าถึงตลาดใหม่และลูกค้าใหม่ (10.2%)

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงแผนการลงทุนในอนาคต พบว่าเอสเอ็มอีไทยส่วนใหญ่ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยมีเพียง 16.5% ที่มีแผนลงทุนเพิ่มเติมชัดเจน ขณะที่ส่วนใหญ่ 38.9% ระบุว่าแผนลงทุนขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจ ส่วน  29.2% เลือกที่จะคงระดับการลงทุนเดิมไว้ และ 15.4% ระบุว่าไม่มีแผนการลงทุน

ในอนาคตเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI จะไม่ใช่เพียงออเดิร์ฟหรืออาหารเสริมสำหรับเอสเอ็มอีอีกต่อไป แต่ต้องเป็นอาหารจานหลัก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจอยู่รอดจากวิกฤตพลังงาน สงครามการค้า และภัยพิบัติธรรมชาติ

เร่งส่งเสริม AI Literacy

ดังนั้น ในส่วนของข้อเสนอแนะต่อภาครัฐคือต้องเร่งส่งเสริม AI Literacy และยกระดับพลเมืองสู่ระดับ AI Citizenship เพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงานทักษะสูง ผ่านมาตรการสนับสนุนเชิงรุก ประกอบด้วย

  • ด้านการเงิน สนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี
  • โครงสร้างพื้นฐาน ลดค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล
  • ระบบพี่เลี้ยง พัฒนากลไกที่ปรึกษาด้าน AI ให้เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละธุรกิจ
  • ธรรมาภิบาล รัฐต้องนำการเปลี่ยนแปลงอย่างโปร่งใสและรวดเร็ว เพื่อส่งมอบปัญญาให้ถึงมือประชาชนอย่างทั่วถึง

"การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) และการฉีดวัคซีน AI จะเป็นตัวช่วยสำคัญให้เอสเอ็มอีไทยรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน"