
คลังเร่งปลดล็อก 8 แสนคน ยืนยันตัวตนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ไม่สำเร็จ
คลังเร่งเคลียร์ 8 แสนคนติด e-KYC ผนึกก.มหาดไทยลงพื้นที่บริการถึงบ้าน จ่อใช้บัตรสวัสดิการ 1 ต.ค. เปิดโจทย์ใหม่คัด “คนจนจริง” ตัดวงจรบัญชีม้า
KEY
POINTS
- มีผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ประมาณ 8 แสนราย ที่ยังไม่สามารถยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้สำเร็จ
- กระทรวงมหาดไทยเตรียมลงพื้นที่พร้อมเครื่องมือเพื่ออำนวยความสะดวกในการยืนยันตัวตนให้กับประชาชนกลุ่มดังกล่าว
- กระทรวงการคลังคาดว่าผู้มีสิทธิกลุ่มนี้จะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังมีผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ไม่สามารถดำเนินการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) ได้สำเร็จประมาณ 8 แสนราย
กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างเตรียมลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนกลุ่มดังกล่าว โดยจะนำเครื่องมือสำหรับยืนยันตัวตนลงไปให้บริการในพื้นที่ เพื่อให้ผู้ได้รับสิทธิสามารถดำเนินการได้ครบถ้วน
โดยกระทรวงการคลังคาดว่าจะสามารถเคลียร์กระบวนการ e-KYC ของผู้มีสิทธิกลุ่มนี้ได้ และเปิดให้เริ่มใช้สิทธิตามโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
เปิดทางเพิ่มสิทธิ หากพบคนเดือดร้อน
นายวินิจ กล่าวว่า หากท้ายที่สุดจำนวนผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มขึ้น กระทรวงการคลังพร้อมดูแลและจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมตามความจำเป็น เพราะการดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนถือเป็นภารกิจที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มจำนวนผู้ได้รับสิทธิไม่ได้หมายความว่าจะผ่อนคลายการตรวจสอบคุณสมบัติ โดยกระทรวงการคลังยังจำเป็นต้องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับสิทธิอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สวัสดิการของรัฐเข้าถึงประชาชนที่มีความเดือดร้อนอย่างแท้จริง และลดปัญหาการได้รับสิทธิโดยไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการ
จับตา “บัญชีม้า” พบประชาชนถูกหลอก
อีกประเด็นที่กระทรวงการคลังให้ความสำคัญ คือปัญหาประชาชนบางส่วนถูกหลอกให้เปิดบัญชีหลักทรัพย์หรือบัญชีม้า โดยนายวินิจยอมรับว่า ประชาชนบางรายอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกนำข้อมูลหรือบัญชีไปใช้ในธุรกรรมที่ไม่ถูกต้อง
บางกรณีอาจเกิดจากการที่ประชาชนถูกหลอกให้ลงนามในเอกสารโดยไม่ทราบรายละเอียด หรือไม่เข้าใจว่าการดำเนินการดังกล่าวจะนำไปสู่การเปิดบัญชีหรือการทำธุรกรรมในลักษณะใด ดังนั้น จึงไม่สามารถมองว่าประชาชนทุกคนที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าเป็นผู้ที่ตั้งใจรับจ้างเปิดบัญชีเพื่อแลกกับเงิน
ประเด็นดังกล่าวถือเป็นอีกโจทย์สำคัญของภาครัฐในการคัดกรองผู้มีสิทธิสวัสดิการ เนื่องจากการตรวจสอบข้อมูลจำเป็นต้องแยกให้ออกระหว่างผู้ที่มีพฤติกรรมทุจริตหรือจงใจใช้สิทธิผิดวัตถุประสงค์ กับประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวง
คนจนใหม่กว่า 3 ล้านราย ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน
นายวินิจ กล่าวว่า กระทรวงการคลังยังตั้งข้อสังเกตจากข้อมูลการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบปี 2569 ว่า มีผู้ได้รับสิทธิรายใหม่มากกว่า 3 ล้านราย และเมื่อพิจารณาภาพรวมของผู้ได้รับสิทธิ พบว่าส่วนใหญ่เป็นประชาชนวัยทำงาน
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนโจทย์สำคัญว่า แม้เวลาจะผ่านมาประมาณ 5 ปีนับจากการลงทะเบียนรอบที่ผ่านมา แต่ประชาชนบางส่วนยังคงอยู่ในภาวะยากลำบากเช่นเดิม จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่สามารถหลุดพ้นจากข้อจำกัดด้านรายได้และความเป็นอยู่ได้
“สิ่งที่ต้องเร่งทำความเข้าใจ แก้ไข และช่วยเหลือ คือปัญหาเรื่องนี้” พร้อมทั้งต้องหาวิธีพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนวัยทำงานสามารถมีรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนบางส่วนที่ประกอบอาชีพหรือมีรายได้จากการทำงานที่ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลของภาครัฐ ทำให้การประเมินสถานะทางเศรษฐกิจอาจไม่สะท้อนภาพความเป็นจริงทั้งหมด และอาจมีประชาชนบางกลุ่มที่ได้รับสิทธิ แม้จะไม่ได้เป็นกลุ่มที่มีความเดือดร้อนมากที่สุด
จ่อปรับเกณฑ์สวัสดิการ สู่ “Tailor-made” รายบุคคล
นายวินิจ กล่าวว่า กระทรวงการคลังมั่นใจว่าเกณฑ์การคัดกรองที่นำมาใช้ในรอบปี 2569 มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น และจะช่วยให้รัฐสามารถจัดสรรสวัสดิการไปยังประชาชนที่มีความเดือดร้อนมากที่สุดได้อย่างตรงเป้าหมายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในระบบการคัดกรองย่อมมีโอกาสที่ประชาชนบางส่วนอาจหลุดจากสิทธิ ดังนั้นโจทย์สำคัญในระยะต่อไป คือการปรับปรุงเกณฑ์ให้สามารถเข้าถึงประชาชนที่เดือดร้อนจริง และลดปัญหาคนจนตกหล่นจากระบบ
นอกจากนี้ ในอนาคตอาจต้องพิจารณาปรับรูปแบบสวัสดิการจากการให้ความช่วยเหลือแบบเดียวกันในวงกว้าง ไปสู่การออกแบบสวัสดิการที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล หรือ “Tailor-made” มากขึ้น เพื่อให้การใช้เงินงบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด และช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด
ด้านการบริหารจัดการเศรษฐกิจในภาพรวม นายวินิจกล่าวว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้กำลังเร่งดำเนินการพิจารณาโครงการต่างๆ โดยคาดว่าจะมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานออกมาภายในเดือนสิงหาคม 2569
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังเตรียมทบทวนและปรับปรุงแผนการคลังระยะปานกลาง (Medium Term Fiscal Framework: MTFF) ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2569 เพื่อให้กรอบการบริหารการคลังสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและทิศทางนโยบายของรัฐบาลในระยะต่อไป







