
ปรับเกณฑ์ถือครองรถ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569” คืนสิทธิอัตโนมัติ ไม่ต้องยื่นอุทธรณ์ซ้ำ
รัฐบาลปรับเกณฑ์การถือครองยานพาหนะ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ไม่นับรวมรถเก่าเกินกำหนด คืนสิทธิอัตโนมัติ เปิดให้ยื่นทบทวนสิทธิได้ถึง 31 สิงหาคม 2569
KEY
POINTS
- รัฐบาลปรับปรุงเกณฑ์การถือครองยานพาหนะสำหรับผู้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยไม่นับรวมรถจักรยานยนต์ที่อายุเกิน 15 ปี และรถยนต์ที่อายุเกิน 20 ปี
- ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ใหม่จากการปรับปรุงนี้ จะได้รับการคืนสิทธิโดยอัตโนมัติ
- ประชาชนที่เข้าข่ายตามเกณฑ์ใหม่ ไม่จำเป็นต้องยื่นอุทธรณ์หรือดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม เนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบการปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาถือครองยานพาหนะ เพื่อให้สะท้อนความเป็นจริงและเกิดความเป็นธรรมมากขึ้น โดยมีรายละเอียดเกณฑ์ใหม่ ดังนี้:
-
รถจักรยานยนต์: อายุ 15 ปีขึ้นไป - ไม่นำมานับรวม
-
รถยนต์, รถพ่วง, รถเกษตร: อายุ 20 ปีขึ้นไป - ไม่นำมานับรวม
ไม่ต้องยื่นเอกสารซ้ำ! รัฐบาลคืนสิทธิให้อัตโนมัติ
ขณะนี้ กรมการขนส่งทางบก อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลผู้ที่ผ่านเกณฑ์ใหม่จากสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ 214 สาขา และศูนย์ One Stop Service ระดับอำเภอ เพื่อส่งต่อให้กระทรวงการคลังดำเนินการ "คืนสิทธิ"
สำคัญ: ประชาชนที่เข้าเกณฑ์ใหม่ ไม่ต้องยื่นอุทธรณ์หรือดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม เนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อลดภาระประชาชน ทั้งนี้ ตัวเลขผู้ได้รับคืนสิทธิอย่างเป็นทางการจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง
สถิติการยื่นอุทธรณ์ (ข้อมูลกรมการขนส่งทางบก)
ยอดผู้ยื่นคำร้องอุทธรณ์เฉพาะส่วนของกรมการขนส่งทางบก มีจำนวนกว่า 2.1 แสนราย (ครอบคลุมยานพาหนะราว 3.7 แสนคัน)
-
รถจักรยานยนต์: 310,000 คัน
-
รถยนต์: 64,000 คัน
-
ยานพาหนะประเภทอื่น: มากกว่า 2,000 คัน
5 จังหวัดที่มีผู้ยื่นอุทธรณ์สูงสุด
-
นครราชสีมา
-
เชียงใหม่
-
ลำปาง
-
เพชรบูรณ์
-
นราธิวาส
สาเหตุหลักในการยื่นอุทธรณ์: ยานพาหนะมีอายุเกินเกณฑ์, การโอนลอย และรถที่สิ้นสภาพการใช้งานไปแล้ว
ปักวัน! ยื่นขอทบทวนสิทธิได้ถึงเมื่อไหร่?
สำหรับผู้ที่ต้องการขอทบทวนสิทธิตามเงื่อนไขอื่นๆ สามารถยื่นคำร้องได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยการได้รับสิทธิจะพิจารณาตามคุณสมบัติและเงื่อนไขของโครงการเป็นสำคัญ.







