
รัฐบาลชำแหละฐานเงินเดือน ปลัดเทศบาล-อบต. ยึดเกณฑ์ ก.พ. ดึงบัญชีกลางทำระบบ
รัฐบาล ยกเครื่องราชการท้องถิ่น ชำแหละฐานเงินเดือนผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งปลัดเทศบาล-อบต. หลังพบบางแห่งตั้งเงินเดือนสูงกว่าปลัดกระทรวง มอบ กรมบัญชีกลาง ทำระบบกลางยึดเกณฑ์ให้สอดคล้อง ก.พ.
KEY
POINTS
- รัฐบาลเตรียมปฏิรูประบบเงินเดือนข้าราชการท้องถิ่น หลังพบปัญหาค่าตอบแทนของปลัดเทศบาลและ อบต. สูงกว่าข้าราชการส่วนกลางอย่างไม่สมเหตุสมผล
- มอบหมายให้กรมบัญชีกลางจัดทำระบบบัญชีกลาง เพื่อกำหนดฐานเงินเดือนและสวัสดิการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยยึดตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.พ.
- มีเป้าหมายเพื่อสร้างความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ สามารถตรวจสอบได้ และป้องกันการทุจริตในระดับท้องถิ่น
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิรูประบบราชการและสวัสดิการส่วนท้องถิ่นว่า รัฐบาลเตรียมมอบหมายให้กรมบัญชีกลาง พิจารณาจัดทำระบบฐานบัญชีกลางของท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการทำงานและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินของหน่วยงานระดับท้องถิ่นให้เกิดความโปร่งใส โดยเฉพาะ เงินเดือนและสวัสดิการต่าง ๆ ของบุคลากรส่วนท้องถิ่น ไม่ให้สูงเกินความเป็นจริง และต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเหมาะสม
สำหรับการดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้รัฐบาลสามารถติดตามตรวจสอบความคุ้มค่าของการเบิกจ่ายงบประมาณในระดับท้องถิ่นได้ในทุกขั้นตอนผ่านการใช้ระบบกลางที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งประเทศ โดยระบบบัญชีนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมการใช้เงินภาษีของประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดแทนการปล่อยให้ท้องถิ่นบริหารจัดการงบประมาณโดยขาดการเชื่อมโยงกับส่วนกลาง
ทั้งนี้รัฐบาลเตรียมนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างการทุจริตและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่นให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป
“เรามอบหมายให้กรมบัญชีกลางทำระบบบัญชีกลางเพื่อใช้ในการตรวจสอบการใช้จ่ายให้ได้มาตรฐานและคุ้มค่ากับงบประมาณที่รัฐจัดสรรลงไปให้ โดยเฉพาะในเรื่องการให้บริการประชาชนแบบออนไลน์ผ่านระบบดิจิทัล เพราะปัจจุบันท้องถิ่นมีอิสระในการกำหนดรายละเอียดแต่ในอนาคตต้องมีระบบตรวจสอบที่เช็กได้ว่ามีการใช้จ่ายเงินอย่างไรบ้างเพื่อความเป็นธรรมต่อประชาชนผู้เสียภาษีทุกคนใน
ทุกพื้นที่ให้ได้รับความเท่าเทียม การปรับเปลี่ยนวิธีทำงานใหม่นี้จะช่วยให้ท้องถิ่นสามารถพึ่งพาตนเองได้และสร้างความโปร่งใสในระบบงบประมาณแผ่นดิน” นายปกรณ์ ระบุ
พบฐานเงินเดือนลักลั่น-ไม่สมเหตุสมผล
นายปกรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ฐานเงินเดือนและสวัสดิการของข้าราชการท้องถิ่น มีความเหลื่อมลํ้ามาก โดยรัฐบาลพบข้อเท็จจริงว่า มีการกำหนดค่าตอบแทนในระดับที่สูงกว่าข้าราชการระดับบริหารในส่วนกลางอย่างไม่สมเหตุสมผล เช่น ปลัดเทศบาลหรือปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลในหลายพื้นที่ได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนรวมสูงกว่าปลัดกระทรวงซึ่งทำหน้าที่ดูแลนโยบายและกิจกรรมสำคัญระดับประเทศครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งแผ่นดิน
ความลักลั่นนี้เกิดจากการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการเซตระบบฐานรายได้ของตนเองโดยไม่ได้ยึดโยงหรือล้อตามเกณฑ์มาตรฐานของ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เหมือนข้าราชการส่วนกลาง กรณีดังกล่าวทำให้ข้าราชการส่วนกลางที่ต้องรับผิดชอบภารกิจมหาศาลเกิดความรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมในเชิงโครงสร้างบริหารทรัพยากรบุคคลของรัฐบาล
ตั้งฐานรายได้สูงเกินจริง
“เป็นไปได้ยังไงที่ปลัดเทศบาลมีเงินเดือนและค่าตอบแทนเยอะกว่าปลัดกระทรวงซึ่งดูแลคนทั้งประเทศและรับผิดชอบกิจกรรมมหาศาล แต่เงินเดือนน้อยกว่าปลัด อบต. ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าไม่ถูกต้องในเชิงโครงสร้างบริหาร ฐานเงินเดือนของท้องถิ่นในปัจจุบันไม่ได้ล้อไปกับเกณฑ์ของส่วนกลางเลย เพราะเขาเซตระบบของเขาเองจนทำให้เกิดความไม่สมเหตุสมผลและยังพบปัญหาเรื่องการโกงกันในหลายพื้นที่ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งรื้อระบบใหม่ โดยการบริหารราชการแผ่นดินยุคใหม่ที่เน้นความคุ้มค่าเป็นสำคัญกว่าการยึดติดที่บุคคล” รองนายกฯ กล่าว







