
'พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก' ฉบับใหม่ ยิงปืนนัดเดียวได้นก 4 ตัว
สัมภาษณ์พิเศษ : อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. เปิดโฉม พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฉบับใหม่ ที่เตรียมบังคับใช้ ที่ว่าด้วยการรวมใบอนุญาตเป็น Super License การทำให้ราชการโปร่งใส รุกสู่ OECD และ World Bank Business Ready
KEY
POINTS
- อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. ให้สัมภาษณ์พิเศษกับฐานเศรษฐกิจ ถึงหัวใจของพ.ร.บ.การอำนวยความสะดวก ฉบับใหม่
- เพิ่มความโปร่งใสในระบบราชการโดยบังคับให้ระบุแนวทางการใช้ดุลพินิจและเหตุผลในคู่มือประชาชน เพื่อลดช่องว่างการทุจริต
- ลดอุปสรรคให้ภาคธุรกิจด้วยการรวมใบอนุญาตที่ซับซ้อน (Super License) และใช้ระบบชำระค่าธรรมเนียมเพื่อต่ออายุใบอนุญาตโดยอัตโนมัติ
- ยกระดับมาตรฐานของไทยให้สอดคล้องกับเกณฑ์สากล เช่น OECD และ Business Ready ของธนาคารโลก ผ่านกระบวนการที่โปร่งใสและบริการดิจิทัล
ในวงการเศรษฐกิจไทย “ต้นทุนแฝง” ที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่ราคาพลังงานหรือค่าแรง แต่คือ ความล่าช้าและดุลพินิจในระบบราชการที่กลายเป็นช่องว่างให้เกิดความไม่โปร่งใสมานานทศวรรษ
นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ให้สัมภาษณ์พิเศษกับฐานเศรษฐกิจ ถึงหนึ่งในแนวทางแก้ปัญหาว่า ขณะนี้ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ (ฉบับใหม่) ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ เรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างขั้นตอนรอประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ในการแก้ปัญหาดังกล่าว
จากข้อมูลของเลขา ก.พ.ร. ทำให้เห็นภาพชัดว่า การผลักดันกฎหมายฉบับนี้ ถือเป็นกฎหมายสำคัญที่เรียกว่า หากมีผลใช้บังคับแล้ว จะเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกอย่างน้อย 4 ตัว เพื่อแก้โจทย์ใหญ่ระดับชาติ ทั้งเรื่องความโปร่งใส การแข่งขันทางธุรกิจ และการยกระดับสถานะของไทยในเวทีโลก
นกตัวที่ 1
ปัญหาดัชนีรับรู้การทุจริต (CPI) ของไทยที่อันดับตํ่าลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากความรู้สึกของนักลงทุนที่มองว่ายังมีการเรียกรับสินบน
น.ส.อ้อนฟ้า กล่าวว่า กฎหมายใหม่จะเปลี่ยนกล่องดำที่ประชาชนเคยมองไม่เห็นขั้นตอนการทำงานของรัฐ ให้กลายเป็นกล่องแก้วที่โปร่งใสผ่านสิ่งที่เรียกว่า คู่มือประชาชนฉบับปรับปรุง
ความพิเศษคือ ครั้งนี้ไม่ได้บอกแค่ขั้นตอนและเวลา แต่บังคับให้ระบุแนวทางการใช้ดุลพินิจ ลงในคู่มือด้วย หากจะปฏิเสธคำขอใบอนุญาต ต้องระบุเหตุผลให้ชัดเจนว่าเพราะอะไร เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจ เกินขอบเขตจนนำไปสู่การทุจริต
นกตัวที่ 2
สำหรับภาคธุรกิจ นกตัวที่สองคือการขจัดอุปสรรคที่ขวางกั้นนวัตกรรมและการเติบโต
เลขาฯ ก.พ.ร. ระบุว่า มีการนำ Super License ที่จะมารวม
ใบอนุญาตที่ซับซ้อนให้กลายเป็นใบหลักเพียงใบเดียว เช่น คุณจะเปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เดิมทีต้องวิ่งหาหลายหน่วยงาน ต่อไปจะใช้ระบบการตรวจสอบภายหลัง แทนการรออนุญาตล่วงหน้าทั้งหมด
นอกจากนี้ยังมีระบบชำระค่าธรรมเนียมเท่ากับต่ออายุอัตโนมัติ ซึ่งเดิมทีหน่วยงานจะทำเฉพาะที่พร้อม แต่กฎหมายใหม่บังคับทุกใบหากไม่ทำต้องขออนุมัติยกเว้นเป็นรายกรณี ซึ่งจะช่วยลดภาระ SME ที่ไม่มีต้นทุนจ้างที่ปรึกษาเดินเรื่องเอกสาร
นกตัวที่ 3
เลขาฯ ก.พ.ร. เล่าว่า ความพยายามของไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ต้องการการยืนยันว่ารัฐบาลมีหน้าที่อำนวยความสะดวก ไม่ใช่ขัดขวางการทำมาหากินของประชาชน กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ตอบโจทย์ OECD ในเรื่องความโปร่งใสและการบูรณาการกระบวนการทำงานภาครัฐ
ขณะเดียวกันยังสอดรับกับเกณฑ์ Business Ready ของธนาคารโลกที่จะมาแทน Ease of Doing Business ซึ่งจะประกาศผลช่วงเดือนตุลาคมนี้ โดยเน้นเรื่องประสิทธิภาพของ Digital Service ซึ่ง ก.พ.ร. กำลังเร่งผลักดันผ่านระบบออนไลน์เพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่สุดของการเรียกรับผลประโยชน์
นกตัวที่ 4
การกำหนดกรอบเวลาที่เข้มงวด หากเจ้าหน้าที่ทำงานล่าช้ากว่าที่ระบุในคู่มือเกิน 15 วัน ประชาชนมีสิทธิ์ร้องเรียนและหน่วยงานต้องชี้แจงทันที หากไม่ปฏิบัติ ตามกฎหมายถือว่าหัวหน้าหน่วยงานและผู้รับผิดชอบมีความผิดทางวินัยโดยปริยาย
“โจทย์สำคัญคือการทำอย่างไรให้ภาครัฐเลิกทำตัวเป็นฝ่ายบล็อกประเทศ หรือบล็อกการประกอบอาชีพของประชาชน แต่ต้องเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายที่อำนวยความสะดวกอย่างแท้จริง เพื่อสร้างระบบนิเวศที่โปร่งใส ซึ่งจะเป็นคำตอบสำคัญในการบริการประชาชน ที่พาไทยก้าวสู่มาตรฐานสากลทั้ง OECD และเวทีโลก” เลขาฯ ก.พ.ร. ระบุ ทิ้งท้าย
ที่มา - หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,215 วันที่ 5 - 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569







