thansettakij
thansettakij
คลัง อัพจีดีพีปี 69 โต 2.5% ส่งออก-ลงทุนหนุน จับตาความเสี่ยงตะวันออกกลาง

คลัง อัพจีดีพีปี 69 โต 2.5% ส่งออก-ลงทุนหนุน จับตาความเสี่ยงตะวันออกกลาง

24 ก.ค. 69 | 04:56 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.ค. 69 | 05:10 น.

คลังคาดจีดีพีปี 69 โต 2.5% รับส่งออกพุ่ง-เอกชนลงทุนแรง รวมถึงพ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาท จับตาความเสี่ยงตะวันออกกลาง ดันไทยสู่ "ปีแห่งการลงทุน"

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 2569 เป็นขยายตัว 2.5% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 1.6%
  • ปัจจัยหนุนหลักมาจากการส่งออกที่คาดว่าจะเติบโต 12.5% และการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว 9% โดยรัฐบาลตั้งเป้าให้เป็น "ปีแห่งการลงทุน"
  • ยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจกระทบราคาพลังงาน นโยบายการค้าของสหรัฐฯ และภัยแล้งจากซุปเปอร์เอลนีโญ

กระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็นขยายตัว 2.5% จากเดิมคาด 1.6% หลังแรงส่งจากภาคส่งออก การลงทุนภาคเอกชน และการบริโภคในประเทศฟื้นตัวชัดเจน พร้อมประกาศเดินหน้าผลักดันให้ปี 2569 เป็น "ปีแห่งการลงทุน" อาศัยมาตรการ Thailand FastPass การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ขณะที่เตือนจับตาความเสี่ยงจากสงครามตะวันออกกลาง มาตรการภาษีสหรัฐฯ และภัยแล้งจากซุปเปอร์เอลนีโญ

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัว 2.5% หรืออยู่ในช่วง 2.0-3.0% ปรับเพิ่มจากประมาณการเมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.6% สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีกว่าคาดจากแรงหนุนทั้งอุปสงค์ต่างประเทศและอุปสงค์ภายในประเทศ

คาดส่งออกโต 12.5% แรงกว่าคาด

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจ คือ การส่งออกสินค้าที่ขยายตัวแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐปี 2569 จะขยายตัว 12.5% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 6.2%

การปรับเพิ่มดังกล่าวเป็นผลจากอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าหลักที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569การส่งออกไทยขยายตัวเฉลี่ย 10.9% โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของวัฏจักรเศรษฐกิจโลก

ขณะเดียวกัน การนำเข้าสินค้า คาดว่าจะขยายตัว 19% สอดคล้องกับการเร่งลงทุนของภาคเอกชน ส่งผลให้มีการนำเข้าเครื่องจักร เครื่องมือ และสินค้าทุนเพิ่มขึ้น รวมถึงได้รับผลจากราคาพลังงานนำเข้าที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 2

บริโภคเอกชน-ลงทุนเอกชน ยังเป็นเครื่องยนต์หลัก

ด้านอุปสงค์ภายในประเทศ กระทรวงการคลังคาดว่า การบริโภคภาคเอกชน จะขยายตัว 2.7% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐในการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงาน ส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนทยอยฟื้นตัว

ส่วน การลงทุนภาคเอกชน คาดว่าจะเติบโตสูงถึง 9% จากการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve)

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการลงทุน ได้แก่ มาตรการ Thailand FastPass การเร่งอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน และการแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ

ส่งผลให้ในช่วง ครึ่งปีแรกของปี 2569 ประเทศไทยมีมูลค่าเงินลงทุนจากต่างชาติรวม 1.87 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

งบปี 2570 หนุนลงทุนรัฐต่อเนื่อง

สำหรับภาครัฐ กระทรวงการคลังคาดว่า การบริโภคภาครัฐ จะขยายตัว 1.5% ขณะที่ การลงทุนภาครัฐ จะเติบโต 3.2%

ปัจจัยสำคัญมาจากการจัดทำพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ที่สามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลา ต่างจากความกังวลเดิมว่าจะล่าช้า ส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Projects) ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และก่อให้เกิด Crowding-in Effect ดึงดูดการลงทุนของภาคเอกชนตามมา

เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ น้ำมันลดลง

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังคาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 จะอยู่ที่ 2% หรืออยู่ในกรอบ 1.5-2.5%

ขณะที่สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปีปรับลดเหลือ 82 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากประมาณการเดิม 91 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัด คาดว่าจะขาดดุลเพียง 0.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 0.1% ของ GDP เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกไทยยังขาดดุลการค้าในหมวดพลังงานในระดับสูง

ดันปี 69 เป็น "ปีแห่งการลงทุน"

โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังตั้งเป้าผลักดันให้ปี 2569 เป็น "ปีแห่งการลงทุน" โดยใช้มาตรการสนับสนุนการลงทุนของภาครัฐ ทั้งการเร่งอนุมัติโครงการผ่าน Thailand FastPass การอำนวยความสะดวกของหน่วยงานรัฐ และการจับคู่ธุรกิจผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

ประเทศไทยยังคงมีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความพร้อมของระบบโลจิสติกส์ และนโยบาย Active Neutralityหรือความเป็นกลางเชิงรุก ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้ประเทศไทยเป็นฐานการลงทุนแห่งใหม่ของนักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้หลายบริษัททยอยย้ายฐานการผลิต

เตือนจับตา 3 ความเสี่ยงเศรษฐกิจ

แม้แนวโน้มเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น แต่กระทรวงการคลังยังประเมินว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  1. ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจทำให้ราคาพลังงานโลกกลับมาปรับตัวสูงขึ้น
  2. ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ หลังสิ้นสุดมาตรการชั่วคราว
  3. ความเสี่ยงจากปรากฏการณ์ซุปเปอร์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอุณหภูมิสูงและภัยแล้งในช่วงปลายปี กระทบต่อภาคเกษตรและกำลังซื้อในประเทศ

“คลังจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมใช้นโยบายเศรษฐกิจที่เหมาะสมเพื่อรักษาโมเมนตัมการฟื้นตัว และผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพในระยะต่อไป”