
คลังชง ครม. 27 ก.ค. ปลดล็อกเกณฑ์ 'บัตรคนจน' คืนสิทธิรถเก่า-บัญชีหุ้นร้าง
คลังชง ครม. 27 ก.ค.นนี้ ปลดล็อกเกณฑ์ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" คืนสิทธิรถเก่า-บัญชีหุ้นร้าง-นักศึกษานอกระบบ ชี้พบผู้ถือบัตรเดิม 2.5 ล้านคน ซื้อรถใหม่ พ้นจน
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. ในวันที่ 27 ก.ค. เพื่อพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
- ปลดล็อกเกณฑ์การถือครองรถยนต์ โดยจะยกเว้นรถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำ
- คืนสิทธิให้ผู้ที่มีบัญชีหลักทรัพย์ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน หรือมีมูลค่าสินทรัพย์ในบัญชีต่ำมาก
- ผ่อนปรนเงื่อนไขให้นักศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบ และคืนสิทธิให้กรรมการวิสาหกิจเพื่อสังคมและวิสาหกิจชุมชน
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ได้พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยจะเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติในการประชุมวันที่ 27 กรกฎาคมนี้
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีประชาชนเข้ามาขอทบทวนสิทธิแล้วกว่า 3.4 ล้านราย จากจำนวนผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 9.3 ล้านคน โดยการทบทวนสิทธิ์ครั้งนี้ กว่า 40% เป็นเรื่องรถยนต์ ซึ่งคณะกรรมการพร้อมปรับเงื่อนไขเพื่อดูแลประชาชนที่มีรถเก่า รถสิ้นสภาพ การโอนลอย และการถูกสวมสิทธิซื้อรถยนต์
อย่างไรก็ตาม พบข้อมูลจากการตรวจสอบฐานทะเบียนรถย้อนหลังตั้งแต่ปี 2561 ว่า มีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมกว่า 2.5 ล้านราย ได้ดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ หรือรถยนต์มือสองในช่วงเวลาดังกล่าว ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ถือบัตรกลุ่มนี้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นจนสามารถครอบครองสินทรัพย์มูลค่าสูงได้
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มติเห็นชอบขยายเวลาให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่ไม่ได้รับสิทธิ 5.5 ล้านคน ให้สามารถใช้สิทธิได้ถึง 30 ก.ย.นี้ และจะได้มีการโอนสิทธิไปยังโครงการไทยช่วยไทยพลัสแล้ว ขณะเดียวกัน ยังขยายเวลาขอทบทวนสิทธิไปถึง 20 ก.ย. และกาศผลทางการ 30 ก.ย.69
ยกเว้น "บัญชีหุ้นร้าง" คืนสิทธิคนรายได้น้อย
นายวินิจ ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบประชาชนจำนวนมากถูกตัดสิทธิ เนื่องจากมีบัญชีหลักทรัพย์ แต่เมื่อตรวจสอบเชิงลึกพบว่าหลายรายเปิดบัญชีไว้เป็นเวลานานโดยไม่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือมีมูลค่าทรัพย์สินคงเหลือเพียงหลักร้อยบาท
คณะกรรมการจึงเห็นชอบให้ ยกเว้นเกณฑ์การมีบัญชีหลักทรัพย์ สำหรับผู้ที่ไม่มีการซื้อขาย หรือมีมูลค่าทรัพย์สินในบัญชีต่ำมาก เพื่อให้การคัดกรองสะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจที่แท้จริง และช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
เปิดทางนักศึกษานอกระบบไม่หลุดสิทธิ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การผ่อนปรนเกณฑ์ให้แก่ นักศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาทางเลือกเช่น ผู้เรียนในระบบ กศน. หรืออาชีวศึกษานอกระบบ ซึ่งส่วนใหญ่จำเป็นต้องทำงานหารายได้ควบคู่กับการเรียน
รัฐบาลเห็นว่าไม่ควรให้ประชาชนต้องเลือกระหว่างการศึกษาและการได้รับสวัสดิการของรัฐ จึงเตรียมยกเว้นเงื่อนไขดังกล่าวเพื่อให้ยังสามารถได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐต่อไป
ปลดล็อกเกณฑ์ "รถเก่า-รถสิ้นสภาพ"
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่ง ปัญหาหลักเกี่ยวกับการถือครองรถยนต์ ได้แก่ รถโอนลอย รถสิ้นสภาพ รถถูกสวมทะเบียน และรถเก่าที่ไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังปรากฏข้อมูลในระบบทะเบียน โดยแนวทางใหม่ที่คณะกรรมการฯ จะเสนอครม. ได้แก่ การยกเว้นการถือครอง รถยนต์อายุ 20 ปีขึ้นไป ยกเว้นการถือครองรถจักรยานยนต์อายุ 15 ปีขึ้นไป
นอกจากนี้ หากเป็นรถใหม่ที่ประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นซากรถหรือสิ้นสภาพ เจ้าของรถสามารถแจ้งกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอคืนสิทธิได้
รถที่จะส่งชื่อให้กับกระทรวงการคลังจะเป็นรถที่มูลค่าต่ำ รถเก่าที่ยังคงใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น รถปิกอัพเก่า หรือรถจักรยานยนต์ที่ใช้รับส่งบุตรหลาน และจะไม่คืนสิทธิให้แก่กลุ่มรถที่มีมูลค่าสูงแม้จะมีอายุมาก เช่น รถมอเตอร์ไซค์ Harley Davidson, รถคลาสสิก หรือรถเพื่อการสะสม เนื่องจากไม่ถือว่าเป็นผู้เดือดร้อนจริง
ส่วนกรณีผู้ถือบัตรเดิม 2.5 ล้านคน ที่จดทะเบียนซื้อรถ กรณีที่ซื้อรถมือสองอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่เพิ่งจดทะเบียนจะได้สิทธิคืนหรือไม่นั้น ส่วนนี้ต้องนำมาดูรายละเอียด หากมีการซื้อใหม่ในห้วงเวลาใกล้ๆ นี้ อาจจะต้องหารือกันอีกครั้ง เพราะอาจจะถือว่าเพิ่งจดกรรมสิทธิ์ไป อาจจะไม่คืนสิทธิให้
พร้อมกันนี้ กรมการขนส่งทางบกจะประสานกระทรวงมหาดไทยจัดตั้งระบบ One-Stop Service ให้ประชาชนแจ้งข้อมูลได้ที่อำเภอ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสำนักงานขนส่ง และอยู่ระหว่างเตรียมปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับทะเบียนรถสิ้นสภาพ เพื่อยกเว้นภาษีรถค้างชำระให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
คืนสิทธิกรรมการวิสาหกิจชุมชนกว่า 1.5 หมื่นราย
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมการพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ในการคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัทกว่า 139,804 ราย และพบว่า 1 คน เป็นกรรมการในนิติบุคคลมากกว่า 1 แห่ง
อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้มีกลุ่มที่ดำเนินกิจการเพื่อสาธารณประโยชน์ ไม่ได้เป็นผู้มีฐานะร่ำรวย จึงเห็นชอบให้คืนสิทธิ ได้แก่ กรรมการวิสาหกิจเพื่อสังคม บริษัทประชารัฐรักสามัคคี และวิสาหกิจชุมชน รวมประมาณ 15,000 รายเนื่องจากเป็นองค์กรที่ดำเนินงานเพื่อประโยชน์ของชุมชนและไม่ได้แสวงหากำไร
ขณะเดียวกัน กรมฯ จะส่งข้อมูลที่พบความผิดปกติ เช่น บุคคลรายเดียวเป็นกรรมการหลายสิบหรือหลายร้อยบริษัท หรือกรณีต้องสงสัยเป็นนอมินี ให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบต่อไป
เราพบข้อมูลที่น่าสงสัยว่า คนเดียว แต่มีชื่อเป็นกรรมการสูงถึง 126 บริษัท ซึ่งอาจเข้าข่ายการรับจ้างใช้ชื่อเป็นนอมินีเพื่อจดทะเบียนนิติบุคคล เราจะจะส่งข้อมูลให้ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและขยายผลต่อไป







