
ปลัดคลังย้ำ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ช่วยคนจนที่สุด เปิดทบทวนสิทธิ์คนไม่ผ่าน
ปลัดคลังย้ำ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ช่วยคนจนที่สุด ไม่ทิ้งคนไม่ผ่านเกณฑ์ เปิดทบทวนสิทธิ์ คืนบัตรให้คนคนตกหล่น
KEY
POINTS
- บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่มีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนที่มีความยากจนมากที่สุดอย่างแท้จริง
- ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองสามารถยื่นขอทบทวนสิทธิ์ได้ หากมีคุณสมบัติครบถ้วนจะได้รับสิทธิ์คืนและเริ่มใช้บัตรได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569
- ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะไม่ถูกทอดทิ้ง แต่จะได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบอื่นที่เหมาะสมจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีผลการคัดกรองผู้มีสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) ปี 2569 ว่า การคัดกรองรอบใหม่มีเป้าหมายเพื่อค้นหากลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีความยากจนมากที่สุดอย่างแท้จริง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่เห็นว่าผลการพิจารณาไม่ตรงกับข้อเท็จจริงสามารถยื่นทบทวนสิทธิ์ได้ และหากตรวจสอบแล้วมีคุณสมบัติครบถ้วน จะได้รับสิทธิ์คืนและเริ่มใช้บัตรได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
นายลวรณ กล่าวว่า ผู้ผ่านการคัดกรองรอบใหม่มีจำนวนประมาณ 9.5 ล้านคน แบ่งเป็น ผู้ได้รับสิทธิต่อเนื่องจากโครงการเดิม 7.2 ล้านคน และผู้มีสิทธิรายใหม่อีก 2.3 ล้านคน ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการคัดกรองเพื่อค้นหากลุ่มที่มีความยากจนมากที่สุด
ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ใหม่เป็นกลุ่มที่มีฐานะและคุณภาพชีวิตยากลำบากกว่าผู้ที่หลุดจากการได้รับสิทธิ์ในรอบนี้อย่างชัดเจน โดยเชื่อมั่นว่ากระบวนการคัดกรองที่ใช้ฐานข้อมูลจากหลายหน่วยงานมีความโปร่งใส และสามารถลดข้อครหาที่เกิดขึ้นในอดีตเกี่ยวกับกรณีที่บางครัวเรือนได้รับบัตรสวัสดิการทั้งครอบครัว ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มยากจนจริง
ย้ำคนไม่ได้บัตรไม่ใช่ถูกทอดทิ้ง
ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไม่ให้ความช่วยเหลือ แต่รัฐบาลสามารถระบุกลุ่มดังกล่าวได้แล้ว และจะจัดสวัสดิการที่เหมาะสมผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) หรือโครงการตามระบบข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระดับความเดือดร้อน
ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักในการดูแลประชาชนกลุ่มที่มีความยากจนมากที่สุดเป็นลำดับแรก
ยอมรับฐานข้อมูลขนาดใหญ่มีโอกาสคลาดเคลื่อน
นายลวรณยอมรับว่า ความแม่นยำของการคัดกรองขึ้นอยู่กับความเป็นปัจจุบันของฐานข้อมูลและการปรับปรุงข้อมูล (Data Cleansing) ของหน่วยงานต่าง ๆ โดยการคัดกรองประชาชนกว่า 18.8 ล้านคน มีโอกาสเกิดความผิดพลาดหรือข้อมูลคลาดเคลื่อนได้บ้าง
อย่างไรก็ตาม มองว่าเรื่องดังกล่าวอาจเป็นโอกาสให้ประชาชนได้ตรวจสอบข้อมูลของตนเอง หากพบว่ามีการนำชื่อไปใช้โดยมิชอบโดยไม่รู้ตัว เช่น การนำชื่อไปจดทะเบียนเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นบริษัทในลักษณะนอมินี การถือครองที่ดินหรือรถยนต์ รวมถึงการเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งอาจเสี่ยงถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้า
เปิดทบทวนสิทธิ์ คืนบัตรให้ผู้มีคุณสมบัติ
สำหรับผู้ที่เห็นว่าผลการคัดกรองไม่ตรงกับข้อเท็จจริง กระทรวงการคลังได้กำหนดกระบวนการทบทวนสิทธิ์รองรับ โดยขอให้ประชาชนตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลกับหน่วยงานเจ้าของข้อมูลให้เป็นปัจจุบันก่อน
เมื่อหน่วยงานตรวจสอบแล้วพบว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนและข้อมูลถูกต้อง ผู้ที่ผ่านการทบทวนจะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคืน และสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ เดือนตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
“การคัดกรองครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐเข้าถึงผู้ที่มีความจำเป็นมากที่สุด ขณะเดียวกันยังเป็นการยกระดับคุณภาพฐานข้อมูลภาครัฐให้มีความถูกต้องและทันสมัยมากขึ้น เพื่อใช้เป็นรากฐานในการกำหนดนโยบายสวัสดิการที่ตรงกลุ่มเป้าหมายในระยะต่อไป”







