
ชงสภาพัฒน์แก้เกม 'ความยากจน' ปั้นธุรกิจชุมชนบรรจุแผนพัฒนาฯ ฉบับ 14
บพท. ส่งข้อเสนอการแก้ไขปัญหาความยากจน ต่อสภาพัฒน์ บรรจุในร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 สร้างเศรษฐกิจฐานรากด้วยกลไกธุรกิจชุมชน
KEY
POINTS
- บพท. เสนอแนวทางแก้ปัญหาความยากจนต่อสภาพัฒน์ฯ เพื่อบรรจุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14
- ชู "ธุรกิจชุมชน" เป็นกลไกหลักในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก
- มุ่งสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มอาชีพกว่า 3.3 ล้านกลุ่ม ให้เข้าถึงระบบบ่มเพาะธุรกิจและแหล่งเงินทุน
- เป็นการปรับทิศทางการพัฒนาจากการเน้นภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มาให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจระดับชุมชนและคนยากจน
ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า บพท. ได้ส่งข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความยากจน เพื่อบรรจุในร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 โดยเน้นความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยการยึดกลไกธุรกิจชุมชนเป็นหนึ่งในทางเลือกของการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ
“ที่ผ่านมา บพท. ได้หารือร่วมกับ สศช.แล้ว และได้ยื่นข้อเสนอการแก้ปัญหาความยากจน เพื่อบรรจุในร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 เน้นการปรับเปลี่ยนทิศทางจากการให้ความสำคัญกับภาคอุตสาหกรรมในระดับบนเพียงอย่างเดียว มาเป็นการสร้างมิติเศรษฐกิจฐานรากให้ชัดเจน ซึ่งในทางปฏิบัติต้องทำให้ครอบคลุมถึงการดูแลกลุ่มคนยากจนระดับล่างสุดที่ยังไม่ได้รับการจัดระเบียบ และกลุ่มธุรกิจชุมชนที่ต้องการกลไกสนับสนุนอย่างเป็นระบบในระดับพื้นที่” ดร.กิตติ ระบุ
ดร.กิตติ กล่าวว่า กลไกสำคัญที่ถูกนำเสนอคือกลไกธุรกิจชุมชน ถือเป็นเครื่องมือสร้างเศรษฐกิจฐานราก โดยจากการสำรวจพบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรแปลงใหญ่ และกลุ่มอาชีพต่างๆ มากกว่า 3.3 ล้านกลุ่มที่ยังต้องการระบบบ่มเพาะและการเร่งการเติบโต ซึ่งการสร้างกลไกนี้จะช่วยสนับสนุนกลุ่มอาชีพที่ไม่ได้จดทะเบียนให้สามารถเข้าถึงสถาบันบ่มเพาะธุรกิจและแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนเห็นว่า จำเป็นต้องใช้กระบวนการทางสังคมควบคู่ไปกับกระบวนการทางธุรกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเปราะบางหรือมีปัญหาหนี้นอกระบบที่ฝังรากลึกและมีความซับซ้อน โดยบพท. พบว่าการแก้ปัญหาหนี้สิน อาจต้องเริ่มต้นด้วยการจัดการความสัมพันธ์ทางสังคม ก่อนจะเริ่มกระบวนการบ่มเพาะทางธุรกิจ หากปราศจากการจัดการภูมิสังคมก่อนการลงทุนจะทำให้กลไกทางธุรกิจไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงหรือประสบความสำเร็จได้ยาก
ก่อนหน้านี้ สศช.ได้หารือร่วมกับ บพท. เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นแนวทางต่อยอดงานวิจัยที่ บพท. ดำเนินการไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายให้บรรลุเป้าหมาย ตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และนำไปสู่การวางแนวทางพัฒนาทุนมนุษย์ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 14 ที่สศช.กำลังอยู่ระหว่างการยกร่าง
ทั้งนี้ ได้พิจารณาประเด็นสำคัญจากการดำเนินยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่ของ บพท. เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับโอกาสทางสังคม โดยเฉพาะงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ซึ่งนำร่องในพื้นที่ 20 จังหวัดมาพิจารณา รวมทั้งประเด็นด้านการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยการพัฒนาชุมชนและฐานทุนทางวัฒนธรรม ซึ่ง บพท. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจระดับชุมชนให้เป็นกลไกหลักของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ ได้แก่กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP
ขณะเดียวกันที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความเห็นต่อการกำหนดกลไกขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ควรมีกลไกในรูปแบบของการทำร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานด้านนโยบายกับกลุ่มการขับเคลื่อนที่เป็นแนวรุก เพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนโดยใช้ประโยชน์จากประสบการณ์เชิงปฏิบัติการ การใช้ระบบพี่เลี้ยง การมีระบบฐานข้อมูล และการขยายผลรูปแบบการทำงานโดยเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานไปสู่พื้นที่อื่น รวมถึงควรมีการระบุหน่วยงานเจ้าภาพดำเนินการ และการกำหนดตัวชี้วัดการดำเนินงานระดับพื้นที่ให้ชัดเจนต่อไป







