
อนุทิน สั่งในครม. "จี้รื้อเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ" ลดภาระอุทธรณ์ของประชาชน
"โฆษกรัฐบาล รัชดา ธนาดิเรก" เผยนายกฯอนุทิน สั่งทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐด่วน หลังพบคนเดือดร้อนจริงไม่ผ่านคัดกรอง จี้หน่วยงานรัฐทำงานเชิงรุกเข้าหาประชาชน ลดภาระการอุทธรณ์
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุม ครม. ให้ทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังพบว่ามีผู้เดือดร้อนจริงจำนวนมากไม่ผ่านการคัดกรอง
- ปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานให้หน่วยงานรัฐเป็นฝ่ายเข้าหาประชาชนเชิงรุก เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกหล่น แทนการรอให้ประชาชนมายื่นอุทธรณ์
- มอบหมาย 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กรมการขนส่งทางบก และกระทรวงการคลัง เร่งสำรวจผู้ตกหล่น ปรับปรุงฐานข้อมูล และทบทวนหลักเกณฑ์การคัดกรองใหม่
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ถึงข้อสั่งการสำคัญของนายกรัฐมนตรีที่แสดงความเป็นห่วงประชาชนผู้ที่มีความเดือดร้อนแต่กลับไม่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงระบบการทำงานใหม่ เน้นการเข้าหาประชาชนแทนการรอให้ประชาชนเดินเข้ามาหาภาครัฐ
นายกฯ สั่งรื้อระบบอุทธรณ์ เน้นเชิงรุกเข้าหาประชาชน
นางสาวรัชดา ระบุว่า นายกรัฐมนตรีมีความไม่สบายใจอย่างมากหลังจากการประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 เนื่องจากมีเสียงสะท้อนจากประชาชนจำนวนหนึ่งที่เดือดร้อนจริงแต่กลับไม่ผ่านการคัดกรอง
"นายกรัฐมนตรีจึงได้เน้นย้ำในที่ประชุม ครม. ให้มีการทบทวนเกณฑ์การอุทธรณ์อย่างเร่งด่วน โดยมีนโยบายชัดเจนว่า ประชาชนไม่ควรเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหารัฐเพื่อรอการอุทธรณ์ แต่หน่วยงานของรัฐต้องเป็นฝ่ายลงพื้นที่เพื่อค้นหา รับฟัง และแก้ไขปัญหาในเชิงรุก เพื่อไม่ให้ผู้ที่สมควรได้รับการช่วยเหลือต้องตกหล่นจากระบบ" นางสาวรัชดา กล่าวถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมครม.
แบ่งงาน 3 หน่วยงานหลัก เร่งแก้ไขในพื้นที่
โฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า เพื่อให้เกิดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายภารกิจให้ 3 หน่วยงานหลักดำเนินการ ดังนี้ 1.กระทรวงมหาดไทย ให้บูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเร่งสำรวจผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองแต่ยังมีเหตุอันควรได้รับความช่วยเหลือ และส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลังพิจารณาโดยเร็ว
2. กรมการขนส่งทางบก ให้เร่งปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนรถให้เป็นปัจจุบัน เพื่อลดภาระประชาชนในกรณีการจำหน่ายหรือยกเลิกทะเบียนรถที่หมดสภาพ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการรับสิทธิ์ พร้อมทั้งเสนอแก้ไขกฎหมายหรือระเบียบที่เป็นปัญหา
3. กระทรวงการคลัง ให้เร่งทบทวนหลักเกณฑ์การคัดกรองให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสภาพความเดือดร้อนในปัจจุบัน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้มีสิทธิ์ต้องหลุดจากระบบ และให้นำแนวทางกลับมาเสนอ ครม. โดยเร็วที่สุด







