
เปิด 5 ความท้าทายแรงงานปี 2030 AI-สังคมสูงวัยพลิกตลาดงาน
ถอดโจทย์แรงงานปี 2030 องค์กรต้องเปลี่ยนจาก Job-Based สู่ Skills-Based ด้าน Conicle ชี้องค์กรยุคใหม่แข่งกันที่ทักษะคนไม่ใช่จำนวนพนักงาน
KEY
POINTS
- ตลาดแรงงานในอนาคตเผชิญความท้าทายสำคัญจากเทคโนโลยี AI และการเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งจะทำให้เกิดการทำงานร่วมกันของคนหลากหลายเจเนอเรชัน
- องค์กรต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากการยึดติดกับตำแหน่งงาน (Job-Based) ไปสู่การให้ความสำคัญกับทักษะ (Skills-Based) เพื่อความยืดหยุ่นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- การพัฒนาทักษะที่จำเป็นแบ่งเป็น 2 มิติหลัก คือ ทักษะด้านการทำงาน (Work Skills) เช่น AI, Data, Business และทักษะด้านการใช้ชีวิต (Life Skills) เช่น การเงินและการจัดการความเครียด
นายนกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โคนิเคิล จำกัด (Conicle) เปิดเผยถึงความท้าทายในโลกของการทำงานที่จะเกิดขึ้นในปี 2030 หรือ Future of Work 2030 ว่า ไม่ได้เกิดจากปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ซึ่งกลุ่มนี้จะกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกครั้งและเกิดการทำงานร่วมกันระหว่างหลายเจเนอเรชัน การเคลื่อนย้ายตำแหน่งงานภายในองค์กรที่จะไม่ได้ยึดติดกับ Job-Based อีกต่อไป รวมถึงความคาดหวังด้านคุณภาพชีวิตของพนักงานที่เพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าองค์กรทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรมมีความท้าทายเป็นอย่างมากในยุค AI ที่ต้องก้าวข้ามการวัดผลจากจำนวนคอร์สหรือชั่วโมงการเรียนรู้ไปสู่การพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ในการทำงานได้จริง เพื่อสร้างความพร้อมของคนทำงาน (Workforce Readiness) และขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจ (Business Performance) ได้อย่างยั่งยืน
ภายใต้การพัฒนาทักษะในยุคที่มีการแข่งขันสูง บริษัทจึงมุ่งปรับทิศทางโดยสร้างกระบวนการการพัฒนาทักษะที่เกิดขึ้นได้จริงและตอบโจทย์ทุกส่วนของ Ecosystem นี้ ด้วย All-in-One People Development Platform, Powered by Learning, Skills, and AI จากแพลตฟอร์มด้านการเรียนรู้ สู่แพลตฟอร์มพัฒนาคนแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ และ AI เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้องค์กรสร้างคนที่พร้อมทำงานและเติบโตได้ทันโลกยุคดิจิทัล
โลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนเร็วกว่าที่เคย องค์กรไม่ได้แข่งขันกันที่จำนวนพนักงานอีกต่อไป แต่แข่งขันกันที่ความสามารถในการพัฒนาทักษะของคนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง องค์กรจะเปลี่ยนรูปแบบของการทำงานของพนักงานจาก Job-Based สู่ Skills-Based เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดในการทำงาน สู่การปรับตัว และสร้างความพร้อมของพนักงานและองค์กรให้ทันยุค AI
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของโลกการทำงานในรายงาน Future of Jobs Report ของ World Economic Forum ที่สะท้อนว่า ทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอิทธิพลของ AI และเทคโนโลยี ขณะที่องค์กรจำเป็นต้องเร่ง Reskill และ Upskill บุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
เชื่อมทักษะ-ออกแบบเส้นทางพัฒนาแต่ละบุคคล
อย่างไรก็ดี มองว่าการพัฒนาคนในอนาคตจะไม่ได้หยุดอยู่ที่การจัดอบรมหรือการเรียนออนไลน์ แต่ต้องสามารถเชื่อมโยงตั้งแต่การค้นหาทักษะที่องค์กรต้องการ การออกแบบเส้นทางการพัฒนาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล การติดตามการพัฒนาทักษะ ไปจนถึงการวัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับทั้งพนักงานและธุรกิจ
นายนกรณ์ กล่าวต่อไปอีกว่า บริษัทกำหนดกรอบการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตที่แบ่งออกเป็น 2 มิติหลัก เพื่อตอบโจทย์ทั้งความสำเร็จในงานและคุณภาพชีวิต ประกอบด้วย
- Work Skills (ทักษะด้านการทำงาน) : ประกอบด้วยกลุ่มทักษะ Tech | Data | AI, Business, Leadership และ People ซึ่งเป็นแกนหลักในการแข่งขันของธุรกิจยุคใหม่ สอดคล้องกับตัวเลขสถิติระดับโลกที่คาดการณ์ว่ากว่า 50% ของพนักงานทั่วโลกจำเป็นต้องได้รับการ Reskill เพื่อให้สามารถใช้เครื่องมืออย่าง AI และ Data ในการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) ได้อย่างแท้จริง
- Life Skills (ทักษะด้านการใช้ชีวิต) : ประกอบด้วยกลุ่มทักษะ Life, Money และ Language ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่มักถูกมองข้าม โดยเฉพาะทักษะทางการเงิน (Money) ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการบริหารจัดการรายรับรายจ่ายในชีวิตประจำวันท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย รวมถึงทักษะการบริหารจัดการชีวิต (Life) ที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นทางจิตใจ (Resilience) ให้ทำงานสามารถรับมือกับความเครียดและรักษาสมดุลชีวิตได้อย่างมีความสุข ซึ่งสุดท้ายแล้ว คุณภาพชีวิตที่ดีนอกเวลางาน ซึ่งส่งผลสะท้อนกลับมาเป็นประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเยี่ยมให้แก่องค์กร







