
AI ลดต้นทุนตั้งธุรกิจใหม่ในสหรัฐฯ FED จับตาผลต่อเศรษฐกิจและแรงงาน
AI กำลังเปลี่ยนวิธีเริ่มต้นธุรกิจในสหรัฐฯ ช่วยลดต้นทุนและความซับซ้อนในการก่อตั้งกิจการ ขณะที่ FED เร่งศึกษาผลกระทบต่อผลิตภาพ การจ้างงาน และทิศทางเศรษฐกิจระยะยาว
KEY
POINTS
- ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยลดต้นทุนและความซับซ้อนในการก่อตั้งธุรกิจใหม่ในสหรัฐฯ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างและขยายกิจการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) กำลังจับตาผลกระทบของ AI ต่อเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในด้านผลิตภาพ การจ้างงาน และเงินเฟ้อ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางนโยบายในอนาคต
- AI สร้างความกังวลต่อตลาดแรงงาน เนื่องจากอาจเพิ่มประสิทธิภาพจนลดความต้องการแรงงาน หรือทำให้เกิดการว่างงานเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะในกลุ่มงานธุรการและสำนักงาน
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังมีบทบาทมากขึ้นต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่เพียงจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเทคโนโลยีดังกล่าว แต่ยังช่วยลดต้นทุนและความซับซ้อนในการเริ่มต้นธุรกิจ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างกิจการและขยายธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) กำลังติดตามผลกระทบของ AI ต่อผลิตภาพ การจ้างงาน และเงินเฟ้อ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ตัวอย่างหนึ่งคือ Here Now Health แพลตฟอร์มให้บริการสุขภาพจิตสำหรับเด็กในระบบอุปถัมภ์ ซึ่งก่อตั้งโดย มิเชลล์ เทอร์เนอร์ (Michelle Turner) เทอร์เนอร์ใช้เครื่องมือ AI ศึกษาการสร้างสตาร์ทอัพ จัดทำแผนธุรกิจ และปรับปรุงเอกสารนำเสนอเพื่อนำไปใช้ระดมทุนจากนักลงทุนระยะเริ่มต้น
บริษัทเปิดดำเนินงานเมื่อเดือนมกราคม 2568 ปัจจุบันมีพนักงาน 16 คน และได้รับการรับรองใน 3 รัฐของสหรัฐฯ ให้ให้บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตแก่เด็กที่เข้าสู่ระบบอุปถัมภ์ภายใต้โครงการ Medicaid ซึ่งเป็นช่องว่างด้านการดูแลที่เทอร์เนอร์ค้นพบจากประสบการณ์ในฐานะผู้ปกครองอุปถัมภ์
เทอร์เนอร์กล่าวว่า การใช้ AI เพื่อพัฒนาการนำเสนอสำหรับการระดมทุน เปรียบเสมือนการได้เรียนในหลักสูตรระดับปริญญาโททุกวัน และทำหน้าที่เสมือนที่ปรึกษาด้านการสร้างสตาร์ทอัพ
FED ศึกษาผลกระทบ AI ต่อผลิตภาพและตลาดแรงงาน
การขยายตัวของ AI ทำให้ FED ให้ความสำคัญกับการศึกษาผลกระทบของเทคโนโลยีดังกล่าวต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยภายใต้การทบทวนกรอบการดำเนินงานของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธาน FED คนใหม่ ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาผลกระทบของ AI ต่อผลิตภาพโดยเฉพาะ
FED ประเมินว่า หาก AI ช่วยเพิ่มผลิตภาพ เศรษฐกิจอาจขยายตัวได้เร็วขึ้นโดยไม่ก่อให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมากนัก แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเพิ่มผลิตภาพอาจหมายถึงการใช้แรงงานน้อยลงในการสร้างผลผลิตในระดับเดิม
เจ้าหน้าที่ FED บางรายจึงเริ่มกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ AI อาจทำให้อัตราการว่างงานเชิงโครงสร้างสูงขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ส่วนแบ่งรายได้ของแรงงานในระบบเศรษฐกิจมีแนวโน้มลดลง และผลตอบแทนของเงินทุนอาจเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่มีนัยต่อสังคมและการเมือง
ผู้เชี่ยวชาญชี้ AI ลดอุปสรรคการเริ่มต้นธุรกิจ
จอห์น เบลีย์ (John Bailey) นักวิจัยอาวุโสประจำ American Enterprise Institute และที่ปรึกษาของหนึ่งในนักลงทุนของ Here Now Health กล่าวว่า สิ่งที่ในอดีตต้องใช้เวลาหรือมีต้นทุนสูง ปัจจุบันมีต้นทุนในการเข้าถึงลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถขยายธุรกิจและจ้างงานได้รวดเร็วขึ้น
เบลีย์ระบุว่า บริษัทที่ได้รับประโยชน์จาก AI จำนวนมากไม่ใช่บริษัทที่พัฒนา AI โดยตรง แต่เป็นธุรกิจแบบดั้งเดิมที่นำ AI มาใช้เพื่อให้บริการได้รวดเร็วขึ้นและมีต้นทุนต่ำลง
ด้าน ทอร์สเตน สล็อก (Torsten Slok) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Apollo Global Management มองว่า AI กำลังช่วยลดต้นทุนและความซับซ้อนในการเริ่มต้นบริษัทอย่างมาก และเมื่อธุรกิจเหล่านี้ขยายตัว ก็จะสร้างการจ้างงานตามมา
ยังไม่มีข้อสรุปว่า AI จะสร้างหรือทำลายงาน
แม้การถกเถียงส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่ผลกระทบของ AI ต่อการจ้างงาน หลังบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งปรับลดพนักงานและเริ่มใช้ AI ทดแทนงานด้านธุรการ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเห็นว่า AI จะเปลี่ยนลักษณะงานมากกว่าจะทำให้ตำแหน่งงานหายไปทั้งหมด
ขณะเดียวกัน โธมัส บาร์กิน (Thomas Barkin) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาริชมอนด์ กล่าวว่า บริษัทหลายแห่งยังคงประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในบางสาขา โดยเฉพาะงานซ่อมรถยนต์และภาคการผลิต และกำลังใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงานที่มีอยู่
อย่างไรก็ตาม บาร์กินยอมรับว่า AI อาจสร้างความเสี่ยงต่อแรงงานคอปกขาวบางอาชีพ แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวมยังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานในหลายภาคส่วน
งานวิจัยเตือนแรงงาน 23 ล้านคนมีความเสี่ยง
ผลการศึกษาของ Brookings Institution ร่วมกับ Opportunity@Work ระบุว่า ชาวอเมริกันราว 23 ล้านคน อยู่ในเส้นทางอาชีพที่ก้าวไปสู่งานซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการถูก AI ทดแทน โดยเฉพาะพนักงานธุรการ งานสำนักงาน และแรงงานที่ไม่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งพึ่งพาประสบการณ์ทำงานเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ
นักวิจัยระบุว่า หากงานกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบ จะลดโอกาสที่แรงงานจะขยับไปสู่งานที่มีรายได้สูงขึ้น โดยผลกระทบมีแนวโน้มกระจุกตัวในรัฐฟลอริดา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เท็กซัส และแคลิฟอร์เนีย
FED มอง AI สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อเศรษฐกิจ
สำหรับ FED ทั้งผลลัพธ์และความเร็วของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI เป็นปัจจัยสำคัญต่อการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจ เนื่องจากผลกระทบในระยะสั้นอาจแตกต่างจากผลลัพธ์ในระยะยาว หาก AI สามารถยกระดับผลิตภาพของเศรษฐกิจได้จริง
เควิน วอร์ช กล่าวว่า AI เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดที่เขาเผชิญในช่วงชีวิตการทำงาน และเชื่อว่าในท้ายที่สุด สหรัฐฯ จะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าว แม้การเปลี่ยนผ่านจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและความปั่นป่วนในช่วงแรกก็ตาม
ที่มา Reuters





