
ผู้ผลิตเหล็กหนุน มอก.ใหม่ ชี้คัดเข้มวัตถุดิบ ลดเสี่ยงอาคารทั้งประเทศ
เอกชนหนุน มอก.ใหม่ ยกระดับเหล็กไทย เพิ่มความปลอดภัยโครงสร้างประเทศ ชี้ช่วยคัดกรองวัตถุดิบ ยกระดับการแข่งขัน เชื่อดันความเชื่อมั่นทั้งระบบ
KEY
POINTS
- ผู้ผลิตเหล็กสนับสนุนมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ใหม่ ที่จะช่วยคุมเข้มคุณภาพวัตถุดิบ (Billet) เพื่อความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร
- มอก. ใหม่ กำหนดให้ใช้เหล็กที่ผลิตผ่านกระบวนการ BOF และ EAF ซึ่งให้ส่วนผสมทางเคมีที่เสถียรและสม่ำเสมอ ทำให้เหล็กเส้นได้มาตรฐาน
- การยกระดับมาตรฐานนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่วิศวกร ผู้รับเหมา และผู้บริโภค เกี่ยวกับความแข็งแรงและปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้างในระยะยาว
นายวิชิต รัตนศิริวิไล กรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยสตีลโปรไฟล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในฐานะ ผู้ประกอบการ ภาคปฏิบัติมองว่าเสถียรภาพของวัตถุดิบคือหัวใจของโครงสร้าง โดยทั่วไปโรงงานรีดเหล็ก สามารถ เลือกซื้อ Billet ได้จากหลากหลายกระบวนการหลอม ทั้ง Blast Furnace (BF), Electric Arc Furnace (EAF) หรือ Induction Furnace (IF)
แต่ในเชิงปฏิบัติเพื่อการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย และสม่ำเสมอ ทางบริษัทมักเลือกใช้ Billet จากระบบ BF หรือ EAF เป็นหลัก เนื่องจากให้ส่วนผสมทางเคมี ที่มีความ เสถียรและสม่ำเสมอเป็นอย่างมาก ส่งผลให้เนื้อเหล็กเส้นหลังผ่านกระบวนการรีดแล้ว จึงมีความสมบูรณ์และได้มาตรฐานตามที่ มอก.กำหนดในทุกมิติ
“จากประสบการณ์หน้างานที่เคยนำ Billet จากระบบ IF มาทดลองใช้พบว่าต้องเพิ่มความ เข้มงวด และ ระมัดระวังเกี่ยวกับความสม่ำเสมอของเนื้อเหล็กเป็นพิเศษ ดังนั้น การที่มติ กมอ.กำหนดแนวทาง ใช้เหล็กที่ผลิตผ่านกระบวนการ BOF และ EAF รวมถึงกำหนดให้มีขั้นตอนการปรุงน้ำเหล็ก (Secondary Refining) จึงถือเป็นทิศทางที่ชัดเจนและน่ายกย่องอย่างยิ่งในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มข้น ให้กับอุตสาหกรรม”
จากข้อมูลของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) พบว่าปัจจุบันมีผู้ได้รับใบอนุญาต มอก. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตกว่า 16 บริษัทที่ไม่มีเตาหลอมของตนเอง และขับเคลื่อนตลาดด้วยการนำเข้า Billet มารีดโดยในปี 2568 มีปริมาณการนำเข้ารวมกันกว่า 1.6 ล้านตัน
ผลลัพธ์เชิงบวก
สำหรับผลลัพธ์เชิงบวก ซึ่งถือเป็นมิติใหม่กับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและส่วนรวม ประกอบด้วย
- ยกระดับกระบวนการผลิตและเพิ่มความโปร่งใส:การกำหนดเกณฑ์ด้านเทคโนโลยีหลอมและขั้นตอนการปรุงน้ำเหล็กที่ชัดเจนจะช่วยให้อุตสาหกรรมเหล็กเส้นมีแนวปฏิบัติที่เป็นระบบควบคุมการผลิต ให้มีเสถียรภาพและเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับ ผลิตภัณฑ์เหล็กในประเทศ
- สร้างความมั่นใจให้วิศวกรและผู้บริโภค : ช่วยให้วิศวกรและผู้รับเหมาหน้างานทำงานได้อย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงจากปัญหาทางเทคนิคเช่น เหล็กหักระหว่างดัดหรือทดสอบแรงดึงไม่ผ่านขณะเดียวกัน ผู้บริโภคและเจ้าของอาคารก็มั่นใจได้เต็มที่ว่าโครงสร้างของสิ่งปลูกสร้างมีความแข็งแรงมั่นคง และ ปลอดภัย ในระยะยาวโดยไม่ต้องกังวลกับราย ละเอียดทางเทคนิคเชิงลึก
- ลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างธุรกิจของผู้นำเข้าบิลเล็ต: การมีข้อกำหนดที่ชัดเจนช่วยให้โรงงานรีดเหล็ก จัดซื้อวัตถุดิบได้อย่างแม่นยำไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงจากการนำวัตถุดิบที่ควบคุมคุณภาพยาก มาใช้ งาน ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อพิพาทด้านมาตรฐานภายหลัง การดำเนินงานบนเกณฑ์มาตรฐานที่สูง และ ชัดเจน จึงส่งผลดีต่อความมั่นคงและโปร่งใสของธุรกิจในระยะยาว
การปรับเปลี่ยน มอก. ใหม่อาจส่งผลให้ผู้ผลิตและโรงงานรีดเหล็กต้องเพิ่มความละเอียดถี่ถ้วนในกระบวนการตรวจสอบวัตถุดิบมากขึ้น แต่คือแนวทางที่คุ้มค่าเมื่อแลกกับความปลอดภัย สาธารณะและเสถียรภาพของระบบโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็กไทย ให้พัฒนาสอดคล้อง กับมาตรฐานระดับสากล







