
โรงงานเหล็กสะเทือน วราวุธสั่งสุ่มตรวจจริง หากผิดซ้ำเสี่ยงถอนใบอนุญาต
วราวุธลั่นเหล็ก IF หรือ EF ไม่สำคัญ เทคโนโลยีเป็นเรื่องรอง เทียบที่มาตรฐานและความปลอดภัยประชาชน ชี้ไม่ได้มาตรฐานสั่งปิดทันที ส่งสัญญาณรับ Green Steel ในอนาคต
KEY
POINTS
- รมว. อุตสาหกรรมสั่งการให้ สมอ. และ กรอ. เข้มงวดในการตรวจสอบโรงงานเหล็ก โดยเจ้าหน้าที่จะต้องเข้าไปสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์เองถึงที่ เพื่อให้ได้มาตรฐานที่แท้จริง
- หากตรวจพบว่าโรงงานผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐานจะถูกสั่งปิดทันที และหากกระทำผิดซ้ำหลายครั้งอาจถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ
- เน้นย้ำว่าคุณภาพของเหล็กต้องได้มาตรฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยไม่ยึดติดกับเทคโนโลยีการผลิต แต่คำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงประเด็นกรณีอุตสาหกรรมเหล็กกับเทคโนโลยี IF (Induction Furnace) และมาตรฐานเหล็ก (มอก.) ว่า ไม่ว่าเหล็กจะผลิตด้วยวิธีใด กลไกใดก็ตามปัจจัยสำคัญอยู่ที่คุณสมบัติของเหล็กต้องได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ โดยมองว่าไม่ควรยึดติดว่าต้องเป็นเทคโนโลยี IF หรือ EF (Electric Arc Furnace) เท่านั้น แต่ผลิตภัณฑ์ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานในทุกเส้นและทุกเตาที่ผลิตออกมา
อย่างไรก็ดี หากในอนาคตโลกเปลี่ยนจาก IF ไปเป็น EF หรือไปสู่มาตรฐาน Green Steel ประเทศไทยต้องปรับตัวตามให้ทัน โดยยังคงยึดถือมาตรฐานความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง
อีกทั้งมาตรฐานควรระบุคุณสมบัติเหล็กตามลักษณะการใช้งาน เช่น เหล็กสำหรับทำพื้น ,เสาค้ำยัน หรือเหล็กรับแรง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
หากทดสอบแล้วผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยของประชาชนก็คือใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องไปออก มอก. แยกประเภทเทคโนโลยี เพราะถ้าในอนาคตเทคโนโลยีเปลี่ยนไปเป็น Green Steel หรือแบบอื่นอีก ก็ต้องมาคอยยกเลิกและออก มอก. ใหม่อยู่เรื่อย ส่วนเรื่องมลพิษจากโรงงานเหล็ก ถ้าระบบไหนปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์ กรมโรงงานอุตสาหกรรมก็มีอำนาจสั่งปิดเพื่อแก้ไขอยู่แล้ว
อย่างไรก็ดี ได้ดำเนินการมอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และทีมงานไปศึกษาและดูรายละเอียดร่วมกันทุกฝ่ายอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต
ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐานสั่งปิดทันที
นายวราวุธ กล่าวต่อไปอีกถึงประเด็นเรื่องความสะอาดของกระบวนการผลิต เช่น IF ที่ถูกมองว่าใช้พลังงานสูงและสร้างมลพิษ ว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) มีข้อกำหนดเรื่องการปล่อยมลพิษอยู่แล้ว หากโรงงานใดปล่อยเกินเกณฑ์จะต้องถูกสั่งปิดทันที
ส่วนการตรวจสอบโรงงานเหล็กเส้นในประเทศไทยนั้น จะต้องมีการเข้มงวดจาก กรอ. และสมอ. โดยการตรวจมาตรฐานต้องไม่ใช่การที่โรงงานตัดเหล็กรอไว้ส่งให้เจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ต้องเป็นฝ่ายเข้าไปเลือกสุ่มตรวจเองเพื่อให้ได้มาตรฐานที่แท้จริง
หากตรวจพบว่าไม่ได้มาตรฐาน จะสั่งปิดโรงงานทันที และหากกระทำผิดซ้ำหลายครั้งอาจถึงขั้นยึดใบอนุญาต โดยโรงงานอุตสาหกรรมจะต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เพื่อคุ้มครองทั้งตัวผู้ปฏิบัติงาน ข้าราชการ และดูแลผู้ประกอบการไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม ได้มีการเชิญสส. ที่เคยตั้งกระทู้ถามในสภาฯให้เข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อความโปร่งใส และโดยส่วนตัวยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ยึดผลประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก







