thansettakij
thansettakij
วงการเหล็กไทยสะเทือน เสนอแก้ มอก. จำกัดใช้เตา IF

ลุยยกเลิกเตา IF ผลิตเหล็กก่อสร้าง ภาคอุตสาหกรรมชี้เสี่ยงอาคารถล่ม

23 มิ.ย. 69 | 04:56 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มิ.ย. 69 | 05:33 น.

วงการเหล็กไทยสะเทือน เสนอแก้ มอก. จำกัดใช้เตา IF ดัน EAF เป็นมาตรฐานใหม่ทั่วประเทศ อุตสาหกรรมเหล็กหนุนปฏิรูปครั้งใหญ่ ปิดช่องโหว่เหล็กด้อยคุณภาพในไทย

KEY

POINTS

  • ภาคอุตสาหกรรมเหล็กสนับสนุนนโยบายยกเลิกเตาหลอม IF ที่ใช้ผลิตเหล็กก่อสร้าง ชี้ว่าเป็นเทคโนโลยีล้าสมัยที่สร้างความเสี่ยงทำให้อาคารถล่มได้
  • เหล็กที่ผลิตจากเตา IF มีคุณภาพต่ำเนื่องจากไม่สามารถกำจัดสารปนเปื้อนจากเศษเหล็กได้ ทำให้โครงสร้างเปราะหักง่าย ซึ่งต่างจากเตา EAF ที่ให้เหล็กบริสุทธิ์และปลอดภัยกว่า
  • มีข้อเสนอแนะให้แก้ไขมาตรฐาน มอก. เพื่อจำกัดให้เตา IF ผลิตได้เฉพาะเหล็กสำหรับอาคารขนาดเล็ก และบังคับใช้เตา EAF ในการผลิตเหล็กสำหรับโครงสร้างหลัก

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการสมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน เปิดเผยว่าสมาคม การค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐานและภาคส่วนอุตสาหกรรมเหล็กไทยสนับสนุนนโยบายเชิงรุกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะข้าราชการจากกรณีการเตรียมพิจารณายกเลิกการใช้เตาหลอม กระแส ไฟฟ้าเหนี่ยวนำ (IF) ในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้าง ถือเป็นความกล้าหาญทางนโยบาย (Policy Courage) เพราะตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา เทคโนโลยีเตาหลอม IF ที่อยู่ในมาตรฐาน มอก. ได้สร้างความสุ่มเสี่ยง และความกังวล ในภาค การ ก่อสร้างมาโดยตลอด 

เตา EAF อุดรอยรั่วความเสี่ยงเทคโนโลยี

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้านโลหะวิทยาและสิ่งแวดล้อม พบว่าเทคโนโลยี EAF มีข้อดีที่สามารถ อุดรอยรั่วความเสี่ยงของเทคโนโลยีล้าหลังได้อย่างเบ็ดเสร็จใน 4 มิติหลัก ประกอบด้วย

  • เนื้อเหล็กบริสุทธิ์สูงด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง: ระบบ EAF ร่วมกับเตาปรุงน้ำเหล็ก (LF) มีกระบวนการ ทางเคมี ที่เป่าออกซิเจนเพื่อดึงสิ่งมลทินกักตะกรันและกวนน้ำเหล็กด้วยก๊าซอาร์กอน ทำให้ส่วนผสม ทางเคมีสม่ำเสมอ และลดสารฝังในที่ไม่ใช่โลหะได้เด็ดขาด
  • แก้โจทย์ข้อจำกัดเศษเหล็กชุมชนปนเปื้อนบริบทของไทยต้องรีไซเคิลเศษเหล็ก ชุมชนที่มีการ ปนเปื้อนสูง เช่น เศษตัวถังรถ สังกะสีตะปู ซึ่งเตา IF ทำได้เพียงหลอมให้ละลาย แต่ไม่มีกลไก เคมีในการขจัดสาร อันตรายอย่างกำมะถันฟอสฟอรัสหรือโบรอนออกไปได้ ทำให้สารเหล่านี้ฝังแน่นจนกลายเป็น เหล็กด้อย คุณภาพ
  • โครงสร้างปลอดภัย ไม่เปราะหัก: สารตกค้างจากเตา IF จะทำให้เหล็กเกิดสภาวะเปราะหักง่าย (Brittle Fracture) และเสี่ยงต่อการพังทลายเมื่อโครงสร้างอาคารต้องรับน้ำหนักสะสม การเปลี่ยนมาใช้ EAF จึงเป็นการป้องกันอุบัติภัยตึกถล่มและปกป้องชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง
  • โปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% (Compliance & Traceability): โรงงาน EAF ยึดหลัก ธรรมาภิบาล และการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมีการลงทุนติดตั้งระบบดูดฝุ่นครบวงจร (รวมถึงระบบ Hood Canopy คลุมในโรงงาน) จัดการฝุ่นแดง(กากพิษ) ในระบบปิด และส่งกำจัดผ่านระบบ e-Manifest อย่างถูกต้องเพื่อลดมลพิษทางอากาศ ใช้บุคลากรที่ผ่านการอบรมเข้มงวดในพื้นที่เสี่ยงอันตรายสอดคล้อง ตามกฎหมายแรงงาน ตลอดจนจัดซื้อเศษเหล็กผ่าน Supply Chain ที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต่อ กรมสรรพากรอย่างโปร่งใส และมีการรายงานข้อมูลการผลิตและสินค้าคงคลัง ตามเวลาเพื่อให้ภาครัฐ ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน

ลุยยกเลิกเตา IF ผลิตเหล็กก่อสร้าง ภาคอุตสาหกรรมชี้เสี่ยงอาคารถล่ม

นอกจากนี้ นโยบายการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังสอดคล้องกับบรรทัดฐานสากลและมีหลักฐานเชิง ประจักษ์ (Global Evidence) มารองรับชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น โมเดลความสำเร็จของประเทศจีน ที่คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) สั่งกวาดล้างและปิดโรงงานเตา IF ที่ผลิตเหล็ก เส้น ก่อสร้างสำเร็จ 100% ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ด้วยเหตุผลด้านคุณภาพความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม 

สอดคล้องกับผลวิจัย ระดับภูมิภาคอาเซียนปี พ.ศ. 2568 โดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAISI) ร่วมกับมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์แห่งมาเลเซีย ที่ชี้ชัดว่า เหล็กเส้นจากเตา IF มี อัตราแตกหัก จากการ ทดสอบแรงกระแทก (Impact Test) สูงถึง 67% และเคมีไม่ผ่านเกณฑ์ 12.5% 

ขณะที่เหล็กจากระบบ EAF ที่ผ่านการ ปรุงน้ำเหล็ก ผ่านเกณฑ์สมบูรณ์ 100% ขณะที่ใน ประเทศพัฒนา แล้ว อย่าง ญี่ปุ่นก็ไม่มีการใช้เทคโนโลยีเตา IF ในการผลิตเหล็กสำหรับงานโครงสร้าง หลักเนื่องจากตระหนัก ถึงความเสี่ยง ด้านวิศวกรรมความปลอดภัย

มาตรการเฉพาะหน้าแก้ มอก.

ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (PROPOSED ROADMAP) เพื่อสนับสนุนแนวทางการ ทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรมให้บรรลุเป้าหมายภายใน 3 ปีอย่างเป็นรูปธรรมและราบรื่น โดยเสนอมาตรการเฉพาะหน้าในการแก้ไขกฎระเบียบ มอก. ประกอบด้วย

  • แก้ไข มอก. 20-2559 (เหล็กเส้นกลม): จำกัดให้เตา IF ผลิตได้เฉพาะชั้นคุณภาพ SR24 ขนาดไม่เกิน 15 มม. และอนุญาตให้ใช้เฉพาะอาคารประเภท Low Rise เช่นบ้านชั้นเดียวเท่านั้น
  • แก้ไข มอก. 24-2559 (เหล็กเส้นข้ออ้อย): บังคับใช้กระบวนการผลิตจากเตา EAF หรือ BOF เท่านั้น เนื่องจากเป็นโครงสร้างหลักและสาธารณูปโภคสำคัญของประเทศ
  • กำหนดข้อบังคับเครื่องจักร: กำหนดให้สายการผลิตเหล็กเส้นทุกชนิด ต้องติดตั้งเตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace: LF) เป็นเครื่องจักรภาคบังคับ

การเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านอาจมีแรงต้านและอุปสรรค แต่การปล่อยให้เทคโนโลยีล้าหลังกัดเซาะระบบเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชน คือความเสี่ยงที่ประเทศรับไม่ได้ การเดินหน้าปฏิรูปในครั้งนี้คือ การยกระดับและคัดกรองอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้เหลือเพียงผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมตามแนวทาง ESG โดยภาครัฐสามารถนำเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry ระดับ 3 ขึ้นไป) มาใช้เป็นเครื่องมือเชิงบวกในการจูงใจ