thansettakij
thansettakij
พีโต้ข่าวถอนตัวไฮสปีด 3 สนามบิน ชี้ปัญหาพื้นที่-กฎหมายฉุดโครงการ

ซีพีโต้ข่าวถอนตัวไฮสปีด 3 สนามบิน ชี้ปัญหาพื้นที่-กฎหมายฉุดโครงการ

10 ก.ค. 69 | 13:04 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 69 | 13:07 น.

ซีพีแจงชัดไม่ได้ทิ้งไฮสปีด 3 สนามบิน ชี้ปมส่งมอบพื้นที่ทำโครงการสะดุด ไม่ใช่เพราะเอกชนไม่ลงทุน ยืนยันพร้อมเดินหน้า หากรัฐปลดล็อกอุปสรรค

KEY

POINTS

  • ซีพีปฏิเสธข่าวการถอนตัวจากโครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน ยืนยันความตั้งใจเดินหน้าโครงการต่อ
  • โครงการเผชิญอุปสรรคสำคัญจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าและข้อจำกัดด้านกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ฉุดรั้งการก่อสร้าง
  • ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการจัดหาเงินทุนจากสถาบันการเงิน ประกอบกับการคาดการณ์ผู้โดยสารที่ลดลงกระทบต่อโมเดลทางการเงินของโครงการ
  • ซีพีเน้นย้ำการหาทางออกร่วมกับภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหา โดยชี้ว่าการยกเลิกสัญญาไม่ใช่เป้าหมายหลัก

จากกระแสข่าวที่มีการนำเสนอในลักษณะว่า ซีพีขอยกเลิกสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จนอาจทำให้สังคมเข้าใจว่าเอกชนเป็นฝ่ายไม่ต้องการเดินหน้าโครงการนั้น

นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มซีพีมีความตั้งใจและยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการผลักดันโครงการนี้มาโดยตลอด เพราะเชื่อว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

ประเด็นสำคัญที่เป็นอุปสรรคของโครงการ ไม่ใช่ความต้องการยกเลิกสัญญาของภาคเอกชน แต่คือข้อจำกัดหลายประการ ที่ไม่สามารถหาทางออกร่วมกันได้ อาทิเช่น ในการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า  ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการก่อสร้างและการจัดหาเงินทุนของโครงการ

ยันเอกชนพยายามหารือการรถไฟฯ

ที่ผ่านมา ภาคเอกชนได้พยายามหารือร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการส่งมอบพื้นที่ แต่ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบกฎหมายและข้อเท็จจริงในพื้นที่

ซีพีโต้ข่าวถอนตัวไฮสปีด 3 สนามบิน ชี้ปัญหาพื้นที่-กฎหมายฉุดโครงการ

 

หลายพื้นที่แม้จะได้รับการส่งมอบแล้ว แต่กลับพบข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างได้จริง เช่น ข้อจำกัดด้านกฎหมายเกี่ยวกับลำรางสาธารณะและสภาพพื้นที่ ซึ่งต้องอาศัยการพิจารณาและการแก้ไขในระดับนโยบายของหลายหน่วยงาน ปัญหาที่มีต่อเนื่องมาอย่างยาวนานในลักษณะนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถดำเนินการได้เอง

ที่กล่าวมาไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวโทษการรถไฟฯ หรือหน่วยงานใด เพราะทุกฝ่ายต่างต้องการให้โครงการเดินหน้าต่อ แต่เมื่อเข้าสู่การดำเนินงานจริง จึงพบข้อจำกัดที่แตกต่างจากข้อมูลที่มีในช่วงจัดทำโครงการและการประกวดราคา (TOR) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายจำเป็นต้องร่วมกันหาทางออก

นอกจากนี้ การส่งมอบพื้นที่ที่ล่าช้า ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดหาแหล่งเงินทุน (Project Finance) เนื่องจากสถาบันการเงินให้ความสำคัญกับความพร้อมของพื้นที่ก่อสร้างและความสามารถในการดำเนินโครงการตามแผน หากพื้นที่ยังไม่พร้อม ย่อมกระทบต่อการประเมินความเสี่ยงและการระดมทุนของโครงการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ประมาณการผู้โดยสารต่ำลง

อีกปัจจัยหนึ่งที่มีข้อเท็จจริงแตกต่างไปจาก TOR และช่วงเริ่มต้นโครงการ คือ สมมติฐานด้านปริมาณผู้โดยสารของสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเดิมคาดการณ์การเติบโตในระดับสูง แต่ข้อมูลในปัจจุบันปรากฎว่า เมื่อมีการขยายขีดความสามารถของสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ประมาณการผู้โดยสารของอู่ตะเภาต่ำลงไป ส่งผลต่อแบบจำลองทางการเงินของโครงการอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ทุกฝ่ายทราบและร่วมกันพิจารณามาโดยตลอด ทั้งนี้เพื่อให้โครงการยังคงเน้นประโยชน์ต่อประชาชนและมีความยั่งยืนในระยะยาว

 

นายสฤษดิ์ ยืนยันว่า แนวทางของภาคเอกชนไม่ใช่การยกเลิกสัญญา แต่คือการพยายามร่วมกับภาครัฐเพื่อแก้ไขอุปสรรคต่าง ๆ ให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อได้ เพราะเชื่อว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินยังคงมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

อย่างไรก็ตาม หากในที่สุดพบว่าข้อจำกัดทางกฎหมายหรือข้อจำกัดด้านการส่งมอบพื้นที่และข้อจำกัดอื่นๆ ไม่สามารถแก้ไขได้จริง จนไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาได้ การพิจารณาทางเลือกตามกระบวนการของสัญญาก็อาจเป็นทางออกซึ่งทุกฝ่ายจะต้องหารือร่วมกันในอนาคต แต่ยืนยันว่าทางเลือกในการใช้สิทธิ์ในการเลิกสัญญาไม่ใช่เป้าหมายหลักที่ภาคเอกชนต้องการให้เกิดขึ้น

สิ่งที่พยายามมาตลอด คือการร่วมกันหาทางออก ไม่ใช่การหาทางยุติโครงการ หากทุกฝ่ายสามารถแก้ไขข้อจำกัดที่เกิดขึ้นได้ โครงการก็ยังสามารถเดินหน้าเพื่อประโยชน์ของประเทศต่อไปได้