
'รัฐบาล' รื้อใหญ่ 'ใช้ประกันสุขภาพ' แทนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ
รองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ ยืนยันรัฐบาลเตรียมปรับระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของราชการ โดยจะเปลี่ยนมาใช้เป็นระบบประกันสุขภาพแทน มอบ 4 หน่วยงานหารือด่วน
KEY
POINTS
- รัฐบาลมีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ เป็นระบบประกันสุขภาพแทนระบบเดิม
- การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อควบคุมงบประมาณให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเพื่อส่งเสริมธุรกิจประกันภัยในประเทศ
- ในระยะแรกจะเริ่มบังคับใช้กับข้าราชการที่บรรจุใหม่ ส่วนข้าราชการปัจจุบันจะได้รับเป็นทางเลือก โดยสิทธิของครอบครัวยังคงเดิม
วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลมีแนวคิดเรื่องการปรับระบบสวัสดิการโดยเฉพาะเรื่องระบบการรักษาพยาบาลของราชการ โดยจะเปลี่ยนมาใช้เป็นระบบประกันสุขภาพ เข้ามาแทนสวัสดิการ รักษาพยาบาลในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถคุมวงเงินได้ชัดเจน ว่าในแต่ละปีจะใช้งบประมาณเท่าใด รวมทั้งเป็นการส่งเสริมธุรกิจประกันภัยภายในประเทศ
“เรื่องนี้จะเป็นการเกื้อหนุนระบบเศรษฐกิจโดยรวม และจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านบริการสุขภาพ หรือ medical Hub เพราะหากระบบประกันสุขภาพดี ธุรกิจการรักษาสุขภาพจะดีไปด้วย” นายปกรณ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไปหารือร่วมกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และกองทุนบําเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. ศึกษาวิธีการนำระบบประกันสุขภาพมาใช้เพื่อทดแทนระบบปัจจุบันต่อไป
ส่วนจะรวมถึงสิทธิ์การรักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัวข้าราชการ นายปกรณ์ ระบุว่า ขอคงไว้ก่อนเนื่องจากยังไม่ได้มีการพูดคุยในรายละเอียดว่าจะเป็นอย่างไร แต่เบื้องต้นจะเริ่มใช้ในข้าราชการที่เข้ามาบรรจุใหม่ ส่วนข้าราชการเดิม จะเป็นตัวเลือกให้เลือกได้
ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้รับทราบข้อสั่งการรองนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ด ก.พ. ขอให้สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ศึกษาวิธีการนำระบบ ประกันสุขภาพมาใช้เพื่อทดแทนระบบปัจจุบัน
ทั้งนี้ในแนวทางดังกล่าวจะดำเนินการคู่ขนานไปกับการเร่งมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retirement สำหรับข้าราชการนั้น ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. เร่งดำเนินการให้มีผลในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ต่อไป







