thansettakij
thansettakij
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี

'รัฐบาล' รื้อใหญ่ 'ใช้ประกันสุขภาพ' แทนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ

07 ก.ค. 69 | 05:04 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ค. 69 | 06:13 น.

รองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ ยืนยันรัฐบาลเตรียมปรับระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของราชการ โดยจะเปลี่ยนมาใช้เป็นระบบประกันสุขภาพแทน มอบ 4 หน่วยงานหารือด่วน

KEY

POINTS

  • รัฐบาลมีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ เป็นระบบประกันสุขภาพแทนระบบเดิม
  • การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อควบคุมงบประมาณให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเพื่อส่งเสริมธุรกิจประกันภัยในประเทศ
  • ในระยะแรกจะเริ่มบังคับใช้กับข้าราชการที่บรรจุใหม่ ส่วนข้าราชการปัจจุบันจะได้รับเป็นทางเลือก โดยสิทธิของครอบครัวยังคงเดิม

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลมีแนวคิดเรื่องการปรับระบบสวัสดิการโดยเฉพาะเรื่องระบบการรักษาพยาบาลของราชการ โดยจะเปลี่ยนมาใช้เป็นระบบประกันสุขภาพ เข้ามาแทนสวัสดิการ รักษาพยาบาลในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถคุมวงเงินได้ชัดเจน ว่าในแต่ละปีจะใช้งบประมาณเท่าใด รวมทั้งเป็นการส่งเสริมธุรกิจประกันภัยภายในประเทศ

“เรื่องนี้จะเป็นการเกื้อหนุนระบบเศรษฐกิจโดยรวม และจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านบริการสุขภาพ หรือ medical Hub เพราะหากระบบประกันสุขภาพดี ธุรกิจการรักษาสุขภาพจะดีไปด้วย” นายปกรณ์ กล่าว 

อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไปหารือร่วมกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และกองทุนบําเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. ศึกษาวิธีการนำระบบประกันสุขภาพมาใช้เพื่อทดแทนระบบปัจจุบันต่อไป

ส่วนจะรวมถึงสิทธิ์การรักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัวข้าราชการ นายปกรณ์ ระบุว่า ขอคงไว้ก่อนเนื่องจากยังไม่ได้มีการพูดคุยในรายละเอียดว่าจะเป็นอย่างไร แต่เบื้องต้นจะเริ่มใช้ในข้าราชการที่เข้ามาบรรจุใหม่ ส่วนข้าราชการเดิม จะเป็นตัวเลือกให้เลือกได้

ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้รับทราบข้อสั่งการรองนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ด ก.พ. ขอให้สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ศึกษาวิธีการนำระบบ ประกันสุขภาพมาใช้เพื่อทดแทนระบบปัจจุบัน

ทั้งนี้ในแนวทางดังกล่าวจะดำเนินการคู่ขนานไปกับการเร่งมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retirement สำหรับข้าราชการนั้น ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. เร่งดำเนินการให้มีผลในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ต่อไป