
ศุลกากรสกัดขนยาเสพติดข้ามแดน ด่านแม่สาย มูลค่ากว่า 74 ล้าน
ศุลกากรผนึกกำลังทุกภาคส่วน สกัดยาบ้า 6 แสนเม็ด–เคตามีนกว่า 111 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 74.7 ล้านบาท ที่ด่านพรมแดนแม่สาย ขานรับนโยบายไม่ให้ไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด
KEY
POINTS
- เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สายร่วมกับหลายหน่วยงาน สกัดจับยาเสพติดลักลอบขนข้ามแดนจากเมียนมา
- ยึดของกลางเป็นยาบ้า 600,000 เม็ด และเคตามีนกว่า 111 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 74 ล้านบาท
- ยาเสพติดถูกซุกซ่อนมาในตะกร้าผลไม้บนรถสามล้อรับจ้าง โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ขับขี่ชาวเมียนมา 1 ราย
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายของรัฐบาล ที่ได้กำหนดให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระสำคัญของประเทศ และเน้นย้ำไม่ให้ประเทศไทยเป็นประเทศทางผ่านของยาเสพติด โดยมอบหมายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ยกระดับการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ชายแดน และด่านศุลกากร เพื่อปกป้องประชาชนและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรแม่สาย ร่วมกับสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ชุดปฏิบัติการสุนัขทหารที่ 10 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่สาย เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 5 เจ้าหน้าที่หน่วยประสานงานชายแดนไทย–เมียนมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สาย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และด่านอาหารและยาแม่สาย ได้ร่วมกันตรวจค้นรถยนต์รับจ้างสามล้อขนาดเล็ก ทะเบียนประเทศเมียนมา ซึ่งมีผู้ขับขี่เป็นชายชาวเมียนมา
จากการตรวจค้นพบตะกร้าพลาสติกสำหรับบรรจุผลไม้ โดยใช้ตะกร้าเปล่าปิดบังไว้ด้านนอก เมื่อตรวจสอบภายในพบตะกร้าที่บรรจุห่อสีน้ำตาล ภายในซุกซ่อนซองซิปล็อกสีน้ำเงินจำนวน 10 ซอง บรรจุยาเม็ดสีส้ม ซองละ 200 เม็ด ห่อละ 10,000 เม็ด รวมจำนวน 60 ห่อ น้ำหนักห่อละ 1.090 กิโลกรัม รวมทั้งสิ้น 600,000 เม็ด ตรวจสอบด้วยน้ำยาทดสอบ ONCB 051 ผลเป็นยาบ้า คิดเป็นมูลค่าประมาณ 30,000,000 บาท
นอกจากนี้ ยังพบตะกร้าบรรจุถุงใบชา เมื่อตรวจสอบพบเป็นเกล็ดสีขาว จำนวน 107 ห่อ น้ำหนักห่อละ 1.045 กิโลกรัม น้ำหนักรวม 111.815 กิโลกรัม ตรวจสอบด้วยน้ำยาทดสอบ ONCB 051 ผลเป็นเคตามีน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 44,726,000 บาท รวมมูลค่าของกลางทั้งสองรายการประมาณ 74,726,000 บาท
จากการสอบถาม ผู้ขับขี่รถชาวเมียนมาให้การรับว่า มีผู้ว่าจ้างให้นำตะกร้าพลาสติกบรรจุของกลางดังกล่าวมาส่งให้ผู้รับในฝั่งประเทศไทย ก่อนจะมีรถอีกคันมารับไปลำเลียงต่อ
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานนำหรือพาของที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นความผิดตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และความผิดฐานนำหรือพาเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาเสพติดให้โทษ อันเป็นความผิดตามมาตรา 91 ประกอบมาตรา 146 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 พร้อมดำเนินการตรวจยึดของกลางและจับกุมผู้ต้องหา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
“กรมศุลกากรจะยังคงยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและสกัดกั้นยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยการบูรณาการด้านข่าวกรอง เทคโนโลยี และความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่ประเทศ ตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ”
สำหรับเคตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ที่แม้จะมีประโยชน์ทางการแพทย์และสัตวแพทย์ แต่ปัจจุบันพบการลักลอบนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างแพร่หลาย ทั้งในรูปแบบการใช้เพื่อความบันเทิง การผสมเป็นสารเสพติดรูปแบบใหม่ และการนำไปใช้ก่ออาชญากรรมหรือล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกายและระบบประสาท







