thansettakij
thansettakij
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

'เอกนิติ' กางยุทธศาสตร์ 5T ฝ่า 3 วิกฤตโลกเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย

04 ก.ค. 69 | 05:04 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.ค. 69 | 05:18 น.

'เอกนิติ' รองนายกฯ กางยุทธศาสตร์โมเดล 5T ฝ่า 3 วิกฤตโลก เตือนไทยเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เร่งแก้ปากท้อง-พลังงานสีเขียว-ลงทุนมนุษย์

KEY

POINTS

  • นายเอกนิติชี้ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ 3 วิกฤตโลกครั้งสำคัญที่เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ได้แก่ โลกแตกขั้ว (Fragmented World), การเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียว (Green Energy Transition) และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI Transformation)
  • เสนอแนวคิดยุทธศาสตร์ "5T" เป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อฝ่าวิกฤต ประกอบด้วย Target (กำหนดเป้าหมาย), Transition (เร่งเปลี่ยนผ่าน), Transform (ปฏิรูปประเทศ), Transparency (ความโปร่งใส) และ Teamwork (การบูรณาการ)
  • ยุทธศาสตร์ 5T มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและดิจิทัล, พัฒนาทักษะคนด้าน AI และปฏิรูปกฎระเบียบเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจโตต่ำและค่าครองชีพสูง

วันนี้ (4 กรกฎาคม 2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษ "โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตโลก" ในงานครบรอบ 29 ปี สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติระบุว่า วิกฤตโลกในปัจจุบันไม่ใช่เพียงปัญหาราคาน้ำมันหรือผลกระทบระยะสั้น แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กำลังปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 3 ด้าน ได้แก่ โลกแตกขั้ว (Fragmented World) การเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียว (Green Energy Transition) และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI Transformation)

โลกเปลี่ยนจาก Globalization สู่ Security First

ทั้งนี้ สงครามและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้โลกเปลี่ยนจากยุคการค้าเสรี (Globalization) ไปสู่ยุคที่ให้ความสำคัญกับ "ความมั่นคง" มากกว่า "ต้นทุนต่ำ" หรือจาก Efficiency First เป็น Security First

โดยเป็นผลที่เกิดขึ้นจากประเทศต่าง ๆ เริ่มใช้มาตรการภาษี การกีดกันทางการค้า และสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดภัยมากกว่าการเลือกฐานการผลิตที่มีต้นทุนต่ำที่สุด ขณะที่นักลงทุนต่างชาติที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จำนวนมากให้เหตุผลตรงกันว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพและสามารถค้าขายได้กับทุกฝ่าย จึงเป็นจุดแข็งสำคัญของไทยในโลกยุคใหม่

Green Energy Transition ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็น

อีกประเด็นสำคัญคือ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อมหรือเป้าหมาย Net Zero เท่านั้น แต่กลายเป็นประเด็นด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

เอกนิติ ระบุว่า สงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของโลก ทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น กระทบต้นทุนขนส่ง ค่าครองชีพ และต้นทุนการผลิต ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสูงที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน โดยมีสัดส่วนเกือบ 10% ของ GDP ทำให้ได้รับผลกระทบมากกว่าหลายประเทศที่เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไปแล้ว เช่น จีน

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

ทั้งนี้ อยากเสนอแนวคิด Green Energy Transition ซึ่งหมายถึงการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดควบคู่กับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพราะหากไทยปรับตัวช้า ต้นทุนเศรษฐกิจจะยิ่งสูงขึ้น

AI การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของโลก

เอกนิติกล่าวว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุค AI Transformation ซึ่งไม่ใช่เพียง Digital Transformation อีกต่อไป ปัจจุบัน AI สามารถช่วยถอดเทป แปลภาษา สรุปข้อมูล และสร้างอินโฟกราฟิกได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ทำให้หลายอาชีพต้องปรับตัว หากประเทศใดไม่สามารถก้าวขึ้นขบวน AI ได้ ก็มีความเสี่ยงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

 3 โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทย

นอกจากแรงกดดันจากวิกฤตโลกแล้ว ไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศอีกหลายด้าน ได้แก่

1. วิกฤตพลังงานและค่าครองชีพไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสูง ส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยซึ่งเคยเกินดุลต่อเนื่อง หลังวิกฤตปี 2540 ปัจจุบันกลับขาดดุลเกือบ 500,000 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 2 เดือน เนื่องจากมูลค่าการนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้น หากไม่เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน วิกฤตค่าครองชีพจะลุกลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือประชาชนรายได้น้อยและผู้ประกอบการ SME

2. เศรษฐกิจไทยโตต่ำ เพราะลงทุนต่ำ ไทยมีอัตราการเติบโตของ GDP เพียง 2-3% ต่อปี ต่ำกว่าศักยภาพและต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน สาเหตุสำคัญคือไทยไม่ได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่มาเป็นเวลานาน โดยยังอาศัยบุญเก่า จากโครงการพัฒนาเขตชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) ท่าเรือแหลมฉบัง และมาบตาพุด

แต่โลกยุคใหม่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด ระบบไฟฟ้าที่รองรับ Data Center และอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งไทยจำเป็นต้องเร่งลงทุนเพิ่มเติม

3. ความเหลื่อมล้ำ ประเทศไทยยังเผชิญปัญหาโตกระจุก จนกระจาย จึงจำเป็นต้องออกแบบนโยบายเศรษฐกิจให้ผลประโยชน์จากการเติบโตกระจายถึงประชาชนฐานรากมากขึ้น

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

แนะโมเดล "5T" พลิกเศรษฐกิจไทย

เอกนิติระบุว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด ต้องดำเนินการผ่านแนวคิด 5T ได้แก่

1. Target กำหนดเป้าหมายการใช้งบประมาณและมาตรการให้ตรงกลุ่ม ทั้งการช่วยเหลือค่าครองชีพ การลงทุน และการช่วยเหลือ SME โดยใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

2. Transition เร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเศรษฐกิจสู่ Green Energy Transition พร้อมสนับสนุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด

3. Transform ปฏิรูปประเทศผ่านการลงทุน 3 ด้าน ได้แก่

  • ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
  • ลงทุนพัฒนาคนและทักษะ AI
  • ปลดล็อกกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกการลงทุน

พร้อมผลักดันระบบ Fast Pass สำหรับนักลงทุน BOI และสนับสนุนการลงทุน Data Center ชิป และอุตสาหกรรม AI

4. Transparency ยกระดับความโปร่งใสของภาครัฐ เปิดเผยข้อมูลงบประมาณในรูปแบบที่นำไปวิเคราะห์ต่อด้วย AI ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ

5. Teamwork บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานเศรษฐกิจ ผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อร่วมกันผลักดันการลงทุน การปฏิรูปกฎระเบียบ การพัฒนาคน และการรักษาเสถียรภาพการคลัง

ดัน AI ช่วยผู้ค้ารายย่อย

เอกนิติ ยังยกตัวอย่างการนำ AI มาใช้ผ่านโครงการนกกระซิบ ซึ่งช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยวิเคราะห์ยอดขาย วิเคราะห์ต้นทุน คำนวณกำไร และจัดทำข้อมูลทางการเงิน เพื่อให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น พร้อมย้ำว่า AI ไม่ควรเป็นเทคโนโลยีของคนกลุ่มใหญ่เท่านั้น แต่ต้องเป็นเครื่องมือช่วยยกระดับผู้ประกอบการรายเล็ก และเป็นต้นแบบที่จะนำเสนอในเวทีการประชุม World Bank และ IMF ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในช่วงปลายปีนี้

ไทยต้องเร่งปรับตัวก่อนสายเกินไป

เอกนิติกล่าวทิ้งท้ายว่า โลกกำลังเปลี่ยนทั้งด้านความมั่นคง พลังงาน และ AI ขณะที่ไทยกำลังเผชิญทั้งวิกฤตค่าครองชีพ การเติบโตต่ำ และความเหลื่อมล้ำหากประเทศไทยไม่เร่งเปลี่ยนผ่าน ทั้งด้านพลังงาน การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาคน ประเทศจะยิ่งสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมย้ำว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศสามารถรับมือกับวิกฤตโลกและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน