thansettakij
thansettakij
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

‘เอกนิติ’ สรุปงบปี 70 เปิดแผลการคลัง พร้อมผ่าตัด งัดแผนระดมทุนนอกงบประมาณ

01 ก.ค. 69 | 14:26 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.ค. 69 | 14:34 น.

รองนายกฯ ‘เอกนิติ’ สรุปงบประมาณปี 2570 รัฐบาลยอมเปิดแผลการคลัง ทำงบโปร่งใส วางวินัยลดขาดดุล ดึงทุกฝ่ายร่วมผ่าตัดพลิกวิกฤตเป็นโอกาสประเทศ งัดแผนระดมทุนนอกงบประมาณ สู้ศึกวิกฤตซ้อนวิกฤต

KEY

POINTS

  • รองนายกฯ 'เอกนิติ' สรุปรัฐบาลจัดทำงบประมาณปี 2570 โดยเน้นความโปร่งใสทางการคลังสูงสุด ด้วยการเปิดเผยรายจ่ายประจำทั้งหมดที่เคยถูกซ่อนไว้ เพื่อให้เห็นสภาพปัญหาที่แท้จริงและนำไปสู่การแก้ไขอย่างยั่งยืน
  • ตั้งเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณจาก 4.4% ให้เหลือต่ำกว่า 3% ของจีดีพีภายในปี 2572 ซึ่งเปรียบเสมือนการ "ผ่าตัด" รักษาปัญหาการคลังที่เรื้อรัง
  • ชดเชยงบลงทุนที่จำกัดด้วยการระดมทุนนอกงบประมาณ ผ่านการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ, กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน, การร่วมลงทุนรัฐ-เอกชน (PPP) และการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อภิปรายสรุปร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ว่า เครื่องมืองบประมาณเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครื่องมือทั้งหมดที่รัฐบาลมีอยู่เพื่อใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาวประกอบด้วยรัฐวิสาหกิจ กองทุนนอกงบประมาณ สถาบันการเงินของรัฐ และการร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน 

ทั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศให้เติบโตมากกว่า 3% และยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศที่มีรายได้ระดับสูงภายใน 12 ปีผ่านการทำงานร่วมกับภาคเอกชนและองค์กรระหว่างประเทศ

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

นายเอกนิติ กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยปัจจุบันกำลังเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤต ซึ่งส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลงและเติบโตต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็นโดยคาดการณ์การเติบโตเพียง 2.2% รัฐบาลจึงตั้งเป้าหมายที่จะนำประเทศไทยกลับขึ้นมาติดอันดับท็อป 20 ของโลกภายใน 4 ปีข้างหน้า 

พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตปากท้องของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นถึง 2.9% ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยอย่างรุนแรงเนื่องจากต้นทุนการผลิตสินค้าขยับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 60% จนอาจนำไปสู่ภาวะคนตกงานหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ในการจัดทำงบประมาณในปี 2570 นี้ ได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน โดยยกเลิกการตั้งงบประมาณแบบไม่เต็มวงเงินหรือการหมกเม็ดรายจ่ายประจำที่เคยปฏิบัติมาในอดีต เพื่อสร้างความโปร่งใสทางการคลังอย่างสูงสุด 

รัฐบาลได้ตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลในรูปแบบที่สามารถตรวจสอบได้ผ่านระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี AI เพื่อให้เห็นถึงสภาพปัญหาที่แท้จริงของฐานะการคลังประเทศ แม้การกระทำดังกล่าวจะทำให้ตัวเลขรายจ่ายประจำดูสูงขึ้นจากการนำรายการที่เคยซุกซ่อนไว้ขึ้นมาปรากฏบนบัญชีทั้งหมด เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

“จะมองตัวเองเป็นหมอรักษาโรคก็ได้ ถึงบอกว่าวันนี้เราเปิดแผลเลยให้ชัดเจน งบตั้งให้โปร่งใส เปิดแผลให้ชัดจะได้รักษาให้ถูกต้อง ผมไม่ใช่หมอที่แค่มาบรรยายโรค แต่ตั้งใจจริงที่จะมาผ่าตัดรักษาโรคของระดับการขาดดุลที่เรื้อรังมานาน ซึ่งการเปิดแผลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการขาดดุลจาก 4.4% ให้เหลือ 3.9% ของจีดีพีในปีนี้และตั้งเป้าจะลดลงให้ต่ำกว่า 3% ภายในปี 2572 ตามมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล” นายเอกนิติ กล่าว

สำหรับการบริหารจัดการงบลงทุนที่ดูเหมือนปรับลดลงประมาณ 70,000 ล้านบาทนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า เป็นผลมาจากการรักษาวินัยทางการคลังและการแสดงตัวเลขรายจ่ายประจำที่แท้จริงโดยไม่ต้องซุกซ่อนรายการผูกพันเดิม

“วันนี้ฐานะการคลังของประเทศเราเหนื่อย เราถึงต้องเน้นวินัยการคลัง เมื่อทำโปร่งใสแล้วเดี๋ยวมาช่วยกันผ่าตัดช่วยกันรักษาโรค ฝียังไม่แตกหรอก เพราะเราเปิดเผยโปร่งใสแล้วเรามาช่วยกันรักษามาช่วยกันผ่าตัด เพื่อให้มีเงินงบประมาณเหลือเพียงพอสำหรับนำไปลงทุนพัฒนาประเทศและจัดสวัสดิการให้แก่ประชาชนได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในอนาคต” รองนายกฯ กล่าว

อย่างไรก็ตามเพื่อทดแทนงบประมาณลงทุนที่จำกัดรัฐบาลได้ใช้กลไกการลงทุนผ่านรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้นจาก 240,000 ล้านบาท เป็น 270,000 ล้านบาท โดยเน้นในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อให้ภาคเอกชนสามารถเข้ามาลงทุนและซื้อขายไฟฟ้าได้โดยตรงอันจะเป็นการลดต้นทุนพลังงานแก่ประชาชน 

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

นอกเหนือจากนี้ยังมีการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทยและการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาโครงการขนาดใหญ่โดยไม่สร้างภาระหนี้สาธารณะเพิ่มให้กับประเทศซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลัง

ขณะเดียวกันในส่วนของเงินนอกงบประมาณรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมผ่านกองทุนต่างๆ และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติในกลุ่มอุตสาหกรรมชิป เซมิคอนดักเตอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์ 

ปัจจุบันมีผู้สมัครขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้วกว่า 1 ล้านล้านบาทในไตรมาสเดียว โดยจะมีการปลดล็อกกฎระเบียบต่างๆ ผ่านโครงการพิเศษเพื่อเร่งให้เกิดการลงทุนจริงประมาณ 900,000 ล้านบาทภายในปีนี้ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยโดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันจะใช้เงื่อนไขการลงทุนเหล่านี้ในการพัฒนาทักษะแรงงานไทยผ่านโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย

รองนายกฯ กล่าวว่า นโยบายการจัดสรรงบประมาณปี 2570 รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับสวัสดิการพื้นฐานของประชาชนอย่างครบถ้วนทั้งงบประมาณสำหรับเด็กแรกเกิด ผู้สูงอายุ อาหารกลางวันเด็ก และสิทธิในการเรียนฟรี โดยการตั้งงบประมาณครั้งนี้เป็นการตั้งวงเงินให้เต็มตามความต้องการใช้งานจริงเพื่อลดการใช้เงินคงคลังไปชดเชยภายหลัง แม้จะทำให้งบประจำพุ่งสูงถึง 3 ล้านล้านบาท 

แต่ถือเป็นความจริงใจในการแสดงรายการผูกพันที่ชัดเจนเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาตรวจสอบได้อย่างรอบคอบ โดยรัฐบาลยืนยันว่าการจัดทำงบประมาณฉบับนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปกับเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ ต่อไป