
'เอกนิติ' ชงคลอดงบปี 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้าน กู้เพิ่ม 7.88 แสนล้าน ดันจีดีพีโต 2%
'เอกนิติ' เสนอสภาฯ คลอด พ.ร.บ. งบปี 70 วงเงิน วงเงิน 3.78 ล้านล้าน กู้เพิ่ม 7.88 แสนล้าน ดันจีดีพีโต 2% ชูนโยบายดูแลเศรษฐกิจ-ประชาชน 5 ด้าน
KEY
POINTS
- รัฐบาลเสนอร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณแบบขาดดุล
- มีการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน 788,000 ล้านบาท และตั้งเป้าลดการขาดดุลให้ต่ำกว่า 3% ภายในปี 2572
- คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปี 2570 จะขยายตัวที่ 2.2% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการค้าโลก
รัฐบาลเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยยังคงใช้นโยบายงบประมาณแบบขาดดุล พร้อมวางเป้าหมายลดการขาดดุลการคลังให้ต่ำกว่า 3% ภายในปี 2572 เพื่อสร้างความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ว่า โดยรัฐบาลกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายไว้ที่ 3,788,000 ล้านบาท เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทั่วประเทศ
คาดจีดีพีปี 70 โต 2.2% เงินเฟ้อ 1%
รัฐบาลคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2570 จะขยายตัวในช่วง 1.7 - 2.7% โดยมี ค่ากลางที่ 2.2% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการฟื้นตัวของการค้าโลกที่จะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกสินค้าและบริการ รวมถึงการเติบโตของอุปสงค์ภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ที่ 0.5 - 1.5% ค่ากลางที่ 1%
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้า และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในด้านนโยบายการเงิน คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ต่อปี เพื่อรักษาเสถียรภาพและดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตยั่งยืน
กู้ชดเชยขาดดุล 7.88 แสนล้าน วางเป้าไม่เกิน 3% ในปี 72
นายเอกนิติ กล่าวว่า เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ รัฐบาลจึงดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุลโดยประมาณการรายได้สุทธิไว้ที่ 3,145,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากปีก่อน และจะมีการ กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน 788,000 ล้านบาท ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าจะปรับลดขนาดการขาดดุลให้เหลือไม่เกิน 3% ภายในปี 2572 เพื่อความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว
ด้านหนี้สาธารณะ ณ เดือนเมษายน 2569 มียอดคงค้างอยู่ที่ 12.78 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 66.66% ของ GDPโดยแบ่งเป็นสัดส่วนหนี้สาธารณะที่เป็นข้อผูกพันของรัฐบาลโดยตรง (เกิดจากการกู้ยืมและค้ำประกันเงินกู้) 12.23 ล้านล้านบาท ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ไม่เกิน 70% ส่วนสถานะเงินคงคลังปัจจุบัน ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 341,018.2 ล้านบาท
เจาะลึกโครงสร้างงบประมาณ 3.788 ล้านล้านบาท
นายเอกนิติ กล่าวว่า วงเงินงบประมาณทั้งหมดถูกจำแนกออกเป็น 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่
- รายจ่ายประจำ 2,786,367.1 ล้านบาท คิดเป็น 73.6%
- รายจ่ายลงทุน 789,171.5 ล้านบาท คิดเป็น 20.8%
- รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 151,520 ล้านบาท คิดเป็น 4%
- รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 71,038.1 ล้านบาท คิดเป็น 1.9%
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ตั้งงบประมาณในส่วนของงบกลางจำนวน 693,800 ล้านบาท คิดเป็น 18.3% เพื่อสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น รวมถึงการเยียวยาภัยพิบัติ และงบชำระหนี้ภาครัฐอีก 462,470.3 ล้านบาท คิดเป็น 12.2%
ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้วางแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ โดยจัดสรรผ่านด้านต่างๆ ดังนี้
- ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
ได้รับจัดสรร 969,161.6 ล้านบาท คิดเป็น 25.4% มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 12.4 ล้านคน เบี้ยความพิการ 3.4 ล้านคน และเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด รวมถึงการดูแลที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย
- ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ
จัดสรร 676,320.2 ล้านบาท คิดเป็น 17.9% เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลอัจฉริยะ (AI Plus) และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน
- ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
จัดสรร 611,194.5 ล้านบาท คิดเป็น 16.1% เน้นนโยบาย "เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา" (Anywhere Anytime) การคืนครูให้นักเรียน และการยกระดับทักษะแรงงานเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล
- ด้านความมั่นคง
จัดสรร 407,165.1 ล้านบาท คิดเป็น 10.7% มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการรักษาความสงบเรียบร้อยในจังหวัดชายแดนภาคใต้
- ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
จัดสรร 348,427.4 ล้านบาท คิดเป็น 9.2% เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวตั้งเป้ารายได้ 3 ล้านล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมทั้งทางบก ราง น้ำ และอากาศ รวมถึงการส่งเสริม SME
- ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
จัดสรร 137,507.8 ล้านบาท คิดเป็น 3.6% มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5
ชูกลยุทธ์ "5T" นโยบายสำคัญ 5 ด้าน
นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลยึดหลักการจัดทำงบประมาณภายใต้หลัก 5T ประกอบด้วย
- Target: ตรงเป้าหมาย ตรงปัญหา
- Transparent: โปร่งใส ตรวจสอบได้
- Transition: ข้ามผ่านวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ
- Transformation: เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจผ่านนวัตกรรม AI และดิจิทัล
- Together: ระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
นอกจากนี้ งบประมาณปี 2570 มุ่งเน้นนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่
- ด้านเศรษฐกิจ ชูโครงการ "คนตัวเล็ก Plus" ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และ "Digital AI Plus" เพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่
- ด้านความมั่นคง เน้นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการแก้ไขปัญหายาเสพติด
- ด้านสังคม นโยบาย "การศึกษาเท่าเทียม Plus" เรียนฟรีมีงานทำ และ "สูงวัย Plus" ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
- ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่ระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำผ่านนโยบาย "สีเขียว Plus" และบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ
- ด้านการบริหารภาครัฐ ปฏิรูปกฎหมายและเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลด้วยนโยบาย "AI Plus" และ "Thailand Plus"
“การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้เป็นการพิจารณาที่ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน ทั้งงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้เม็ดเงินกระจายไปสู่ประชาชนและสร้างการเติบโตให้ประเทศอย่างยั่งยืน”นายเอกนิติ กล่าว







