
คลังชง ‘เอกนิติ’ เคาะผลคัดกรอง ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ พรุ่งนี้
คลังชง ‘เอกนิติ’ ประธานบอร์ดสวัสดิการแห่งรัฐ พรุ่งนี้ เคาะผลคัดกรอง ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ก่อนชงครม.ภายใน 14 ก.ค.นี้
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเตรียมเสนอผลการคัดกรองคุณสมบัติผู้มีสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ให้คณะกรรมการฯ ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธานพิจารณาในวันที่ 3 ก.ค. 69
- หลังผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดกรองอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ก.ค. 69
- การคัดกรองครั้งนี้มีผู้ยื่นคุณสมบัติรวม 19.14 ล้านคน โดยยืนยันว่ายังคงใช้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเดิมในการพิจารณา ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระบวนการคัดกรองคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จ โดยกระทรวงการคลังเตรียมนำข้อมูลเบื้องต้นเสนอที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569
หลังจากนั้น จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติภายในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ก่อนนำไปสู่การประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดกรองและมีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
ยันไม่ใช่เกณฑ์ลดหย่อนภาษี
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า การคัดกรองผู้มีสิทธิในครั้งนี้ยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิมเช่นเดียวกับที่ผ่านมา โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขหรือคุณสมบัติแต่อย่างใด รวมถึงไม่ได้มีการนำประเด็นการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบิดามารดามาเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาสิทธิ
สำหรับจำนวนประชาชนที่เข้าสู่กระบวนการคัดกรองครั้งนี้มีทั้งสิ้น 19.14 ล้านคน แบ่งเป็น
- ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่มายืนยันตัวตน จำนวน 12.70 ล้านคน
- กลุ่มประชาชนที่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่ยังไม่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 1.04 ล้านคน
- กลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มตกหล่นที่ไม่เคยอยู่ในฐานข้อมูลของทั้งสองหน่วยงานมาก่อนอีก 5.40 ล้านคน ซึ่งเป็นผลจากการลงพื้นที่สำรวจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เปิด 8 เงื่อนไขหลัก
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ประกอบด้วย 8 เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่
- ต้องมีสัญชาติไทย และมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
- ต้องไม่เป็นบุคคลต้องห้าม อาทิ ภิกษุ สามเณร นักบวช ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน บุคคลในสถานสงเคราะห์ของรัฐ นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ พนักงานราชการ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงพนักงานหรือลูกจ้างหน่วยงานของรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี ผู้รับบำนาญหรือเบี้ยหวัดจากภาครัฐ ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หุ้นส่วนห้างหุ้นส่วน ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้ และผู้ที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญที่ชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
- มีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลอื่นรวมไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
- ไม่มีบัตรเครดิต
- มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท
- มีเงินฝากและสลากออมทรัพย์รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
- มีทรัพย์สินด้านอสังหาริมทรัพย์อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด โดยกรณีห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมต้องมีพื้นที่รวมไม่เกิน 35 ตารางเมตร บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว หรือตึกแถว รวมกันไม่เกิน 25 ตารางวา ขณะที่เกษตรกรต้องมีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่ ส่วนผู้ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมต้องมีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่
- ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ยกเว้นรถจักรยานยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานทางการเกษตร โดยถือครองได้ประเภทละไม่เกิน 1 คัน







