thansettakij
thansettakij
‘อนุทิน’ เปิดกู้ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ’3 หมื่นล้าน รัฐช่วยจ่าย 3% ลดต้นทุนเกษตรกร เร่งเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ

‘อนุทิน’ เปิดกู้ดอกเบี้ยคนละครึ่ง 3 หมื่นล้าน รัฐช่วยจ่าย 3% ลดต้นทุนเกษตรกร

03 ก.ค. 69 | 07:24 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.ค. 69 | 07:50 น.

‘อนุทิน’ เปิดกู้ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ’3 หมื่นล้าน รัฐช่วยจ่าย 3% ลดต้นทุนเกษตรกร เร่งเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ หลังรัฐใช้งบอุดหนุนพุ่งปีละ 5 หมื่นล้าน

KEY

POINTS

  • รัฐบาลเปิดตัวโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร
  • รัฐบาลช่วยอุดหนุนดอกเบี้ยให้เกษตรกร 3% จากอัตราเต็ม 6% ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยเพียง 3%
  • เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. สามารถกู้ได้สูงสุดรายละ 100,000 บาท สำหรับใช้เป็นต้นทุนการผลิตพืชเศรษฐกิจ 7 ชนิด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดตัวโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. พระนครศรีอยุธยา จำกัด อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนภาคเกษตร และเกษตรกรเข้าร่วมงานจำนวนมาก

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคเกษตรไทย โดยโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดภาระต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะต้นทุนด้านปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ และปัจจัยการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

“โครงการนี้เป็นการแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยระหว่างรัฐบาลกับเกษตรกรคนละครึ่ง จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 6% ต่อปี รัฐบาลรับผิดชอบ 3% ขณะที่เกษตรกรจ่ายเพียง 3% ทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำ เพื่อนำไปพัฒนาการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ในระยะยาว” นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรีระบุว่า เป้าหมายของโครงการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปล่อยสินเชื่อ แต่ต้องการสร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อยกระดับการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยรัฐบาลร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ธ.ก.ส. จัดให้มีการอบรมพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการต้นทุน การใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมตามค่าวิเคราะห์ดิน การเลือกใช้พันธุ์พืชคุณภาพ ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร อาทิ โดรนเพื่อการเกษตร และเครื่องจักรกลสมัยใหม่

รุกแก้น้ำท่วม หลังใช้งบเยียวยาพุ่งปีละ 5 หมื่นล้าน

นายอนุทินยังกล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะพื้นที่พระนครศรีอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากในช่วงฤดูฝน

“แม้จะไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ แต่รัฐบาลต้องบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการเร่งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ และการพัฒนาโครงการผันน้ำเพื่อบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัย” นายอนุทินกล่าว

บรรยากาศการเปิดตัวโครงการสินเชื่อคนละครึ่ง

พร้อมระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาครัฐต้องใช้งบประมาณเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเฉลี่ยปีละประมาณ 50,000 ล้านบาท หรือรวมกว่า 300,000 ล้านบาทในช่วง 6 ปี จึงจำเป็นต้องเร่งลงทุนโครงการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นซ้ำซากและลดภาระงบประมาณในอนาคต

ให้เกษตรกรกู้สูงสุดรายละ 1 แสนบาท

ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีมติเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เห็นชอบให้ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนการยกระดับภาคเกษตรและขับเคลื่อนนโยบาย “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน”

โครงการกำหนดวงเงินกู้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร 3% ต่อปี ส่งผลให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยเพียง 3% ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

กลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐ ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้

"หลังจากเปิดโครงการตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้อนุมัติสินเชื่อดังกล่าว ให้กับเกษตรกรในจังหวัดอยุธยา และอ่างทอง แล้วกว่า 40 ล้านบาท"

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องผ่านการอบรมหรือพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการต้นทุนและการผลิตทางการเกษตรจาก ธ.ก.ส. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องใช้เงินกู้เพื่อจัดซื้อปัจจัยการผลิตตามเงื่อนไขของโครงการ โดยเฉพาะการจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ ตลอดจนใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานภาครัฐ

สำหรับการชำระหนี้ กำหนดระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 12 เดือน โดยต้องชำระคืนภายในวันที่ 30 เมษายน 2572 ทั้งนี้ เกษตรกรผู้กู้ต้องรับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ธนาคารหักชำระหนี้จากบัญชีดังกล่าว