thansettakij
thansettakij
เจาะลึกปมโยก DGA คืนกระทรวงดีอี ผนึกรวมงบฯปี 70 กว่า 1.4 หมื่นล้าน

เจาะลึกปมโยก DGA คืนกระทรวงดีอี ผนึกรวมงบฯปี 70 กว่า 1.4 หมื่นล้าน

เปิดเบื้องหลัง มติครม.ปิดดีลโยก DGA กลับอ้อมอกกระทรวงดีอี ที่จะทำให้มีงบประมาณรวม 1.4 หมื่นล้านบาท "อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร." เผย เป็นการ สร้างเอกภาพดิจิทัลภาครัฐ ปลดล็อกการทำงานซ้ำซ้อนเพื่อประชาชน

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรีมีมติโอนย้ายสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) กลับไปสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อสร้างเอกภาพในการบริหารจัดการข้อมูลของประเทศ
  • การผนึกกำลังครั้งนี้ทำให้งบประมาณรวมในปี 2570 ของกระทรวงดีอีและ DGA มีมูลค่าสูงถึงกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการทรานส์ฟอร์มประเทศสู่รัฐบาลดิจิทัล
  • เป้าหมายหลักคือการสร้าง "นิเวศดิจิทัล" (Digital Ecosystem) ที่สมบูรณ์ โดยรวบรวมหน่วยงานด้านดิจิทัลของรัฐไว้ภายใต้การกำกับดูแลเดียวกัน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเกิดการบูรณาการ

การปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐครั้งสำคัญเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาโอนย้าย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA กลับสู่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อสร้างเอกภาพในการบริหารจัดการข้อมูลประเทศ ซึ่งจะทำให้งบประมาณรวม 1.4 หมื่นล้านบาทในงบประมาณปี 2570

งบฯดีอี พุ่งทะยาน 1.3 หมื่นล้าน 

ข้อมูลจากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ที่กำลังมีการำพิจารณาวาระหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎร พบว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงถึง 13,625.7 ล้านบาท หากย้อนกลับไปเทียบกับปี 2569 ได้รับไป 10,197.0 ล้านบาท 

นั่นเท่ากับว่าปี 2570 กระทรวงดีอีมีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นถึง 3,428.7 ล้านบาท หรือเติบโตแบบก้าวกระโดดถึงร้อยละ 33.6 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบฯสูงสุดในเชิงยุทธศาสตร์

DGA โดนหั่นงบฯรับการโดนโยก 

ในส่วนของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) แม้ภาพรวมจะถูกปรับลดงบประมาณลงมาอยู่ที่ 892.3 ล้านบาท ลดลงจากปี 2569 ที่ได้รับ 1,150.3 ล้านบาท เป็นจำนวน 258.0 ล้านบาท

แต่หากพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่า DGA ยังคงมีภารกิจสำคัญใน แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ที่มีงบประมาณรวมทั้งแผนสูงถึง 8,723 ล้านบาท 

บทบาทของ DGA ในปี 2570 จะเน้นหนักไปที่การเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ โดยมีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการรัฐได้ง่ายและโปร่งใสมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการจัดทำระบบการชำระเงิน (Payment Platform) และระบบค้นหาเครื่องมือกลางสำหรับราชการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณะ

เมื่อนำงบประมาณของทั้งสองหน่วยงานมาวางรวมกัน จะเห็นตัวเลขเม็ดเงินรวมสูงถึง 14,518.0 ล้านบาท ที่จะถูกส่งลงไปในสนามการทรานส์ฟอร์มประเทศ

จิ๊กซอว์ Digital Ecosystem ที่สมบูรณ์

นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ที่มากกว่าแค่การย้ายสังกัด แต่คือการวางรากฐาน "นิเวศดิจิทัล" (Digital Ecosystem) ให้สมบูรณ์แบบที่สุดในยุคเศรษฐกิจข้อมูล

ในสายตาของคนทั่วไป การย้ายหน่วยงานหนึ่งจากสำนักนายกรัฐมนตรีไปยังกระทรวงอาจดูเหมือนเรื่องของระเบียบธุรการ แต่สำหรับ เลขาธิการ ก.พ.ร. นี่คือยุทธศาสตร์การรวบรวมขุมกำลังด้านดิจิทัลให้มาอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน 

นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร.

โดยเล่าให้ฟังว่า ในอดีต DGA หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ EGA เคยสังกัดกระทรวงไอซีทีมาก่อน ก่อนจะถูกดึงไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อเร่งขับเคลื่อนนโยบายจากส่วนกลาง

อย่างไรก็ตาม เมื่อบริบทของโลกเปลี่ยนไป กระทรวงดีอีในปัจจุบันแข็งแกร่งขึ้นและมีหน่วยงานเฉพาะทางครบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) , สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเ บอร์แห่งชาติ (สกมช.) , สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) , สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI การนำ DGA กลับเข้ามาจึงเป็นการเติมเต็ม "จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย" เพื่อให้การทำงานด้านดิจิทัลของรัฐเป็นเนื้อเดียวกัน

"รัฐบาลมองว่าการเซต Digital Ecosystem ให้มาอยู่ในลูปเดียวกัน จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แบ่งงานกันทำได้ชัดเจน และเกิดการบูรณาการที่แท้จริง" นางสาวอ้อนฟ้า กล่าว

รีเซ็ตระบบบริการภาครัฐ 100%

นางสาวอ้อนฟ้า ขยายความว่า DGA มีภารกิจสำคัญมากมายที่ต้องทำควบคู่ไปกับหน่วยงานอื่นในกระทรวงดีอี เช่น ระบบ DG-CERT ที่ดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ภาครัฐ และระบบ Citizen Portal หากหน่วยงานเหล่านี้ทำงานแยกส่วนกัน ข้อมูลจะกระจัดกระจายและเกิดความซ้ำซ้อน การรวมศูนย์ครั้งนี้จึงมุ่งหวังที่จะลดขั้นตอนการติดต่อราชการของประชาชนและภาคธุรกิจให้ง่ายเพียงปลายนิ้ว

ความน่าสนใจของการปรับโครงสร้างครั้งนี้คือความรวดเร็วและกระชับในเชิงกฎหมาย นางสาวอ้อนฟ้าระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้ใช้เพียงการออก พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ซึ่งเป็นการแก้ไขเพียง "มาตราเดียว" ในกฎหมายจัดตั้งเดิมของ DGA เท่านั้น สาระสำคัญคือการเปลี่ยนตัว "ผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกา" จากนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี

เลขาธิการ ก.พ.ร. ทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า หลักการทำงานของ ก.พ.ร. ในยุคนี้คือ "ไม่เพิ่มคน และต้องไม่ซ้ำซ้อน" การโยก DGA จึงเป็นตัวอย่างของการปรับโครงสร้างเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดโดยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เดิมมาจัดวางใหม่ให้ถูกที่ถูกทาง