
ส่องแผนคืบหน้า ประมูล “ต่อขยายดอนเมืองโทลล์เวย์” 3.1 หมื่นล้าน
“กรมทางหลวง” กางแผนคืบหน้ามอเตอร์เวย์ส่วนต่อขยายดอนเมืองโทลล์เวย์ 3.1 หมื่นล้าน เล็งเปิดประมูลปลายนี้ ดึงเอกชนร่วมทุน PPP ปักธงตอกเสาเข็มปี 70
KEY
POINTS
- โครงการส่วนต่อขยายดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วงรังสิต-บางปะอิน ระยะทาง 22 กม. วงเงินลงทุน 31,358 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหารถติดบนถนนพหลโยธิน
- คาดว่าจะสามารถออกประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนได้ภายในปลายปี 2569 ลงนามสัญญาภายในกลางปี 2570 และเปิดให้บริการได้ในปี 2575
- เป็นการลงทุนในรูปแบบ PPP Gross Cost สัญญาสัมปทานไม่เกิน 34 ปี โดยเอกชนลงทุนก่อสร้างและรับค่าตอบแทนจากรัฐ ส่วนรัฐเป็นผู้จัดเก็บรายได้ค่าผ่านทางทั้งหมด
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรมทางหลวง (ทล.) เร่งผลักดันโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ช่วงรังสิต-บางปะอิน หรือส่วนต่อขยายดอนเมืองโทลล์เวย์ ระยะทาง 22 กิโลเมตร วงเงิน 31,358 ล้านบาท ปัจจุบันคณะกรรมการคัดเลือกฯ อยู่ระหว่างพิจารณาร่างเอกสารประกาศประกวดราคา (RFP) คาดว่าจะสามารถออกประกาศเชิญชวนได้ภายในปลายปี 2569 และลงนามสัญญาร่วมลงทุนได้ภายในกลางปี 2570 ก่อนดำเนินการก่อสร้างในปี 2570 ตามแผนจะเปิดให้บริการภายในปี 2575
ทั้งนี้โครงการฯ มีรูปแบบการลงทุนเป็น PPP Gross Cost มีระยะเวลาสัญญาไม่เกิน 34 ปี แบ่งเป็น ก่อสร้าง 4 ปี และ ดำเนินการและบำรุงรักษา (O&M) 30 ปี ส่วนรูปแบบการก่อสร้างโครงการฯ เป็นทางยกระดับตามแนวถนนพหลโยธิน โดยก่อสร้างต่อขยายตั้งแต่ช่วงรังสิต- บางปะอิน ขนาด 6 ช่องจราจร (ไป-กลับ) โดยโครงการฯจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนพหลโยธินช่วงรังสิต - บางปะอิน เชื่อมต่อดอนเมืองโทลล์เวย์เข้ากับมอเตอร์เวย์ M6 และ M9 ให้เดินทางและขนส่งระหว่างภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ
ที่ผ่านมากรมทางหลวง (ทล.) ผู้ดูแลรับผิดชอบโครงการนี้ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชน (Market sounding) โดยพบว่ามีเอกชนหลายรายเข้าร่วมกับรับฟังหลายราย เช่น เช่น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ,บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ,บริษัทชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC,บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ,บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ,บริษัทบีทีเอส อินฟราสตรัคเจอร์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด ,บริษัทราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน),บริษัททางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน),China State Construction ฯลฯ
ทั้งนี้จากผลการศึกษาโครงการฯ โดยเอกชนเป็นผู้ออกแบบและลงทุนก่อสร้างงานโยธาทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร งานระบบและองค์ประกอบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภาครัฐจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่เอกชนได้ลงทุนก่อสร้างและรายได้ทั้งหมดจากค่าธรรมเนียมผ่านทาง
ขณะเดียวกันเอกชนจะได้รับเงินค่าตอบแทนจากการให้บริการ (Availability Payment) จากกรมทางหลวงตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญา คิดเป็นจำนวนเงินมูลค่าปัจจุบันไม่เกิน 47,881 ล้านบาท โดยรัฐแบ่งจ่ายคืนค่าตอบแทนเงินลงทุนค่าก่อสร้างไม่น้อยกว่า 15 ปี และค่าตอบแทน O&M เป็นระยะเวลา 30 ปี นับจากวันที่เปิดให้บริการ
สำหรับอัตราค่าผ่านทางของโครงการฯ ดังนี้ รถยนต์ 4 ล้อ ราคา 20 บาทหรือ 40 บาทต่อคัน และรถยนต์มากกว่า 4 ล้อ ราคา 30 บาทหรือ 65 บาทต่อคัน โดยจะปรับอัตราค่าผ่านทางขึ้นทุกๆ 5 ปี ในอัตรา 2.5% ต่อปี คาดการณ์ในปีที่เปิดให้บริการภายในปี 14 ล้านคันต่อปี
ส่วนรูปแบบการก่อสร้างโครงการฯ เป็นทางยกระดับตามแนวถนนพหลโยธิน โดยก่อสร้างต่อขยายตั้งแต่ช่วงรังสิต - บางปะอิน รวมระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร ขนาด 6 ช่องจราจร (ไป-กลับ) ช่องจราจรกว้าง 3.5 เมตร ไหล่ทางด้านซ้ายกว้าง 2 เมตร ไหล่ทางด้านขวากว้าง 1 เมตร จุดขึ้น-ลง/จุดเชื่อมต่อ จำนวน 8 แห่ง และงานอาคารที่เกี่ยวข้อง เช่น อาคารด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง อาคารศูนย์ควบคุมกลาง อาคารกู้ภัย และอาคารสถานีตำรวจทางหลวง
ทั้งนี้แนวเส้นทางโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน (M5) มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับทางยกระดับอุตราภิมุขที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน บริเวณทางแยกต่างระดับรังสิต (ประมาณ กม.33+924 ของถนนพหลโยธิน)
ขณะที่จุดสิ้นสุดโครงการอยู่ที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน (ประมาณ กม.1+800 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้โดยตรงกับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) ครอบคลุมพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และอำเภอบางปะอิน อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อย่างไรก็ดีตลอดสายทางมีจุดขึ้น-ลง/จุดเชื่อมต่อ จำนวน 7 แห่ง ดังนี้ 1. จุดเชื่อมต่อ บริเวณด่านฯ รังสิต 1 2. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ รังสิต 2 3. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ คลองหลวง 4. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ ม.ธรรมศาสตร์ 5. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ นวนคร 6. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ วไลยอลงกรณ์ และ 7. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ ประตูน้ำพระอินทร์







