thansettakij
thansettakij
'ศูนย์ราชการ มท.' 5.7 พันล้าน ริมเจ้าพระยา ส่อสะดุด ผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง

'ศูนย์ราชการ มท.' 5.7 พันล้าน ริมเจ้าพระยา ส่อสะดุด ผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง

24 มิ.ย. 69 | 08:16 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มิ.ย. 69 | 09:02 น.

สตง.-ป.ป.ท.-ป.ป.ช. รุกตรวจบิ๊กโปรเจกต์ ศูนย์ราชการมหาดไทย ริมเจ้าพระยา มูลค่า 5.7 พันล้าน แนะตั้งคณะทำงานร่วมโดยด่วน พบงานอืดล่าช้าเกือบ 100 วัน ผู้รับจ้างวิกฤตสภาพคล่องหนัก จ่อคิวประเมินเกณฑ์เข้ม ว 1459 เสี่ยงถูกบอกเลิกสัญญาหากเข็นงานไม่ขึ้น

KEY

POINTS

  • โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ มูลค่า 5.7 พันล้านบาท มีความเสี่ยงที่จะหยุดชะงัก เนื่องจากผู้รับเหมาประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง
  • การก่อสร้างมีความล่าช้ากว่าแผนงานไปแล้ว 94 วัน ทำให้ 3 องค์กรตรวจสอบหลักของประเทศ (สตง., ป.ป.ท., ป.ป.ช.) ต้องเข้าร่วมตรวจสอบเชิงป้องกัน
  • โครงการมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกบอกเลิกสัญญา หากผู้รับเหมาไม่สามารถแก้ปัญหาทางการเงินและเร่งรัดการทำงานให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดได้

การขับเคลื่อนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อ 3 หน่วยงานหลักด้านการตรวจสอบของประเทศ ประกอบด้วย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ผนึกกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงป้องกันในที่กระทรวงมหาดไทย คือ "โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่" มูลค่ากว่า 5.7 พันล้านบาท เพื่อเฝ้าระวังความโปร่งใสและเร่งรัดการดำเนินงาน 

โดย 3 หน่วยงาน ประชุมร่วมกับตัวแทนกระทรวงมหาดไทยวันที่ 24 มิ.ย.69 หลัง พบสัญญาณอันตรายจากความล่าช้าและการขาดสภาพคล่องทางการเงินของผู้รับจ้างที่อาจส่งผลให้โครงการหยุดชะงัก

3 หน่วยงาน สตง.-ป.ป.ท.-ป.ป.ช. ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการศูนย์ราชการมหาดไทย 5.7 พันล้

เจาะรายละเอียดอาณาจักรริมน้ำ "ศูนย์ราชการมหาดไทย" 5.7 พันล้าน

โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย (ระยะที่ 1) ถือเป็นบิ๊กโปรเจกต์บนทำเลทองริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน บนพื้นที่ราชพัสดุกว่า 19 ไร่

โดยมีรายละเอียดโครงการที่น่าสนใจดังนี้

  • เจ้าของโครงการ: สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
  • ผู้รับจ้าง: บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ด้วยวงเงินตามสัญญา 5,574,500,000 บาท
  • ที่ปรึกษาควบคุมงาน: บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) วงเงิน 142,000,000 บาท

วิกฤตความล่าช้า: งานอืด 94 วัน ผู้รับจ้างขาดสภาพคล่องหนัก

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานะงานล่าสุด ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2569 คณะตรวจสอบพบประเด็นน่ากังวลด้านความคืบหน้าของงาน โดยผลงานจริงอยู่ที่ 34.09% จากแผนงานที่ต้องได้ 38.39% ส่งผลให้งานล่าช้ากว่าแผนถึง 94 วัน ปัจจุบันงานโครงสร้างเฉลี่ยอยู่เพียงพื้นชั้น 3 เท่านั้น

ไทม์ไลน์ตรวจสอบศูนย์ราชการมหาดไทย มิ.ย.-ก.ย. 2569 สรุปผลสิงหาคมนี้

สาเหตุหลักมาจาก ผู้รับจ้างประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถระดมวัสดุและแรงงานเข้าพื้นที่ได้ตามเป้าหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นขอวงเงินสนับสนุนจากธนาคารกรุงไทยอีก 300 ล้านบาท ซึ่งต้องรอผลการพิจารณาในเดือนกรกฎาคม 2569 และในระหว่างนี้ผู้รับจ้างต้องพยายามหาแหล่งเงินทุนภายนอกมาหมุนเวียนเพื่อให้งานงวดที่ 15 เดินหน้าต่อไปได้

ปมแก้ไขสัญญา "ที่ทิ้งดิน" 5 ครั้ง และการตรวจสอบความโปร่งใส

อีกประเด็นสำคัญที่ 3 หน่วยงานตรวจสอบ ให้ความสนใจคือการแก้ไขสัญญาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่อง สถานที่ทิ้งดิน ซึ่งมีการแก้ไขสัญญาถึง 5 ครั้ง ซึ่งตัวแทนกระทรวงมหาดไทยชี้แจงว่า เนื่องจากสถานที่ทิ้งดินเดิมที่กรมอุตุนิยมวิทยามีข้อจำกัดเรื่องเสาส่งสัญญาณที่เกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากการทิ้งดิน แม้ทางหน่วยงานรัฐจะยืนยันว่าการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของรัฐและไม่กระทบต่อวงเงินหรือระยะเวลา แต่คณะตรวจสอบยังคงต้องติดตามว่าการเปรียบเทียบปริมาณงานและราคาเป็นไปตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังและระเบียบพัสดุอย่างเคร่งครัดหรือไม่

ดาบสองอาญา จ่อใช้มาตรการ ว 1459 ประเมินการบอกเลิกสัญญา

ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงการนำ หนังสือเวียน ว 1459(มาตรการเร่งรัดการปฏิบัติงานสําหรับสัญญาที่ได้รับการช่วยเหลือ) มาใช้เป็นเกณฑ์ในการติดตามงานอย่างเข้มข้น ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญในข้อ 5 ว่า หากระยะเวลาผ่านไปแล้ว 1/2 ของเวลาที่เหลืออยู่ (ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 4 ธันวาคม 2569) แล้วผลงานรวมไม่เป็นไปตามเกณฑ์ หรือผลงานในแต่ละเดือนน้อยกว่า 50% ของแผนงาน หน่วยงานรัฐต้องพิจารณาบอกเลิกสัญญา

ผังระบบบริหารงานก่อสร้างศูนย์ราชการมหาดไทย เพาเวอร์ไลน์ฯ ผู้รับจ้าง วงเงิน 5,574 ล้าน

ซึ่งข้อมูลปัจจุบันระบุว่า ผลงานรายเดือนของผู้รับจ้างยังทำได้ไม่ถึง 50% ของแผน มาตั้งแต่เริ่มมีการแก้ไขสัญญา ทำให้โครงการนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่กระบวนการบอกเลิกสัญญาหากผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ปัญหาสภาพคล่องได้ทันท่วงที

จี้ตั้งคณะทำงานด่วน สกัดงบแผ่นดินเสียหาย

ในการประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าฯ สตง.ได้มีการเสนอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาแผนการดำเนินงานอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาและกำกับดูแลโครงการให้เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อระยะเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 

3 องค์กรย้ำ: มาในฐานะ "พี่เลี้ยง" เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 องค์กรตรวจสอบย้ำว่า การเข้ามาครั้งนี้ไม่ใช่มาเพื่อปราบปราม แต่มาในบทบาท "พี่เลี้ยง" เพื่อให้คำแนะนำและตรวจสอบเชิงป้องกัน มุ่งเน้นการบริหารสัญญาให้เกิดประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความโปร่งใส เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องรับผิดในอนาคต และเพื่อให้บิ๊กโปรเจกต์นี้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายในปี 2569 ซึ่งคณะตรวจสอบได้กำหนดกรอบเวลาสรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้นภายในเดือนสิงหาคม 2569 นี้