
กนง. มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ย 1% ชี้เศรษฐกิจไทยโตดีกว่าคาด แต่ยังไม่ทั่วถึง
กนง. มีมติเอกฉันท์ 7-0 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อปี มองเศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 2.3% จากแรงหนุนส่งออก การลงทุน AI และมาตรการรัฐ แม้การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง
KEY
POINTS
- กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี
- เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากภาคการส่งออก การลงทุนด้าน AI และมาตรการภาครัฐ
- การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และภาคครัวเรือนที่ยังคงเปราะบางจากรายได้และค่าครองชีพ
- อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะสั้นจากต้นทุนพลังงาน ก่อนจะทยอยปรับลดลงในปี 2570
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี โดยเห็นว่านโยบายการเงินระดับผ่อนคลายยังเหมาะสมต่อการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย แม้แนวโน้มเศรษฐกิจจะขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้จากแรงหนุนของการส่งออก การลงทุนด้าน AI และมาตรการภาครัฐ แต่การฟื้นตัวยังอยู่ในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะสั้นจากต้นทุนพลังงาน ก่อนทยอยลดลงในปีหน้า
กนง. เอกฉันท์คงดอกเบี้ย 1% ต่อปี
นายดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยผลการประชุม กนง. เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ว่า คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ต่อปี
คณะกรรมการเห็นว่า การดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายควบคู่กับมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด ยังคงมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะนี้ ขณะที่ต้องติดตามพัฒนาการของอัตราเงินเฟ้อและเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางอย่างใกล้ชิด
ปรับมุมมองเศรษฐกิจดีขึ้น รับแรงหนุนส่งออกและ AI
กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 และ 2570 จะขยายตัวที่ 2.3% และ 1.8% ตามลำดับ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการส่งออก การลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานของภาครัฐ
นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ส่งผลให้ผลกระทบต่อภาคการผลิตและภาคการท่องเที่ยวต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ ขณะที่ภาคธุรกิจขนาดใหญ่สามารถปรับตัวรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดีกว่าคาด
ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง SMEs และครัวเรือนยังเปราะบาง
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น แต่ กนง. มองว่าการฟื้นตัวยังคงไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่ยังเผชิญการแข่งขันสูงและมีข้อจำกัดในการปรับตัว
ขณะเดียวกัน ครัวเรือนจำนวนมากยังได้รับแรงกดดันจากรายได้ที่เติบโตช้าลงและค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนชะลอลงหลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐสิ้นสุดลง
เงินเฟ้อปีนี้สูงกว่ากรอบเป้าหมาย ก่อนชะลอลงในปีหน้า
กนง. คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยปี 2569 และ 2570 จะอยู่ที่ 2.8% และ 1.4% ตามลำดับ ใกล้เคียงกับประมาณการเดิม
อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี 2569 มีแนวโน้มปรับตัวสูงกว่ากรอบเป้าหมาย เนื่องจากผลกระทบจากราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ก่อนจะทยอยปรับลดลงในปี 2570 เมื่อแรงกดดันด้านอุปทานเริ่มคลี่คลายและผลของฐานสูงในปีก่อนหมดไป
ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ 1.5% ในปี 2569 และ 1.4% ในปี 2570 ขณะที่เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย
บาทอ่อนตามดอลลาร์ สินเชื่อ SMEs ยังหดตัว
คณะกรรมการระบุว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สอดคล้องกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์จากแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐ
ในส่วนของภาคการเงิน อัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงินโดยรวมยังทรงตัว ขณะที่สินเชื่อรวมขยายตัวในระดับต่ำ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม สินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัวต่อเนื่อง เนื่องจากสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อแก่ลูกหนี้กลุ่มเสี่ยง แม้ว่าคุณภาพสินเชื่อโดยรวมจะยังทรงตัวก็ตาม
ย้ำดอกเบี้ยปัจจุบันเหมาะสมต่อเศรษฐกิจไทย
กนง. ยืนยันว่า ภายใต้กรอบนโยบายการเงินที่มุ่งรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและการรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ยังถือว่าเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี คณะกรรมการจะติดตามแนวโน้มเงินเฟ้อ ความเสี่ยงด้านพลังงาน และการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเหมาะสมของนโยบายการเงินในระยะต่อไป







