
หุ้นไทยเปิดลบ 2 จุด ลุ้นแรงซื้อคืนหลังวานนี้ร่วงหนัก จับตา กนง. หนุน SET
SET เปิดลบเล็กน้อย แต่โบรกมองมีโอกาสรีบาวด์จากแรงซื้อคืนหลังดัชนีร่วงกว่า 33 จุด รับอานิสงส์คลายกังวลตะวันออกกลาง จับตาผลประชุม กนง. หากคงดอกเบี้ยหรือปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทย อาจเป็นแรงหนุนหุ้นแบงก์และทิศทางตลาดระยะสั้น
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยเปิดลบเล็กน้อย แต่คาดว่าจะฟื้นตัวจากแรงซื้อคืนหลังดัชนีร่วงหนักในวันก่อนหน้า
- ปัจจัยหนุนที่ต้องจับตาคือการประชุม กนง. ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย และมีโอกาสปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของไทยปี 2569
- การฟื้นตัวของดัชนียังได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่คลี่คลายลง
24 มิ.ย. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 10:31: น. ที่ระดับ 1,538.47 จุด ลดลง 2.43 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.16% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,550.42 - 1,537.36 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 15,696.58 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- DELTA ราคา 310.00 บาท ลดลง 7.00 บาท หรือ 2.21% มูลค่าซื้อขาย 1,796.88 ล้านบาท
- GULF ราคา 61.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.83% มูลค่าซื้อขาย 1,633.93 ล้านบาท
- ADVANC ราคา 353.00 บาท ลดลง 5.00 บาท หรือ 1.40% มูลค่าซื้อขาย 1,047.74 ล้านบาท
- KBANK ราคา 211.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 1.93% มูลค่าซื้อขาย 750.75 ล้านบาท
- AOT ราคา 59.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 2.16% มูลค่าซื้อขาย 648.31 ล้านบาท
หวัง SET ฟื้นตัว หลังวานนี้ปรับตัวลงแรง
นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ (24 มิ.ย.69) ว่า คาด SET Index ฟื้นตัว แรงหนุนจากการเข้าเก็บหลังลงแรงวานนี้และความคลายกังวลตะวันออกกลางประกอบกับมีลุ้นแรงหนุนเพิ่มเติมจาก กนง. โดยเฉพาะหากมีการปรับ GDP ไทยขึ้น หากแต่มองทางขึ้นจำกัดอยู่บ้าง โดยมองนักลงทุนบางส่วนยังมีแนวโน้ม Risk-off ต่อหุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคฯ
ทั้งนี้ คาดแรงหนุนมาจากการเข้าเก็บสะสมหุ้นโดยเฉพาะจากนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง หลังวานนี้ SET Index ปรับตัวลง 33.23 จุด หรือ 2.1% ประกอบกับมี Sentiment เชิงบวกจากความคลายกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลัง 1) Kpler ระบุว่า เรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้อย 36 ลำได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 69 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
และ 2) ประธานาธิบดี ทรัมป์ ระบุว่าน้ำมัน 19 ล้านบาร์เรลได้ถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันที่ 22 มิ.ย. 69 ภาพข้างต้นยังสอดรับกับราคาน้ำมันดิบ WTI (Spot) เช้านี้ที่เปิดบริเวณ 72.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งนับเป็นการปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง
คาด กนง.คงดอกเบี้ย แต่มีลุ้นปรับ GDP ขึ้น
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการประชุม กนง. ในวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ดังนั้น จากอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสิ้นสุดทางลงแล้ว ส่งผลให้เรามองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มธนาคาร เนื่องจากจะส่งผลให้ผลตอบแทนสินเชื่อทรงตัว ขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยจะปรับลดลงได้อีกตามเงินฝากประจำที่จะทยอยปรับลดต้นทุนลง
ขณะที่กลุ่มการบริโภคและการลงทุน มองเป็นกลางเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันนับว่าต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า นอกจากนี้ เรามองว่า SET Index ยังมีโอกาสได้แรงหนุนเพิ่มเติม หาก กนง. มีการปรับ GDP ไทยปี 2569 ขึ้นจากเดิมที่ 1.5% ตามมาตรการภาครัฐที่มีความชัดเจนขึ้น
กังวลเทคฯ และดอกเบี้ยเฟด
อีกปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังคือ แรงกดดันคาดมาจากการ Risk-off ของนักลงทุนบางส่วน โดยเฉพาะต่อหุ้นในกลุ่มเทคฯ สะท้อนจาก PHLX Semiconductor Index ที่ปรับตัวลง 7.9% เมื่อคืนที่ผ่านมา สวนทางกับ VIX Index ที่ปรับขึ้น 12.7% โดยมองเกิดจากความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้าน AI ของภาคธุรกิจ
โดยเฉพาะในบริบทที่หุ้นในกลุ่มเทคฯ มีความเปราะบางจาก Valuation ที่ค่อนข้างตึงตัว สะท้อนจาก PHLX Semiconductor Index ที่แม้ปรับตัวลงแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ Upside ในปัจจุบันเหลือเพียง 6.8% เมื่อเทียบกับเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้าของดัชนีจาก Bloomberg ประกอบกับมีแรงกดดันจากความกังวลทิศทางนโยบายการเงินของเฟด สอดรับกับการที่ Bloomberg คาดว่าเฟดจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี
ปัจจัยเพิ่มเติม
- ครม. เห็นชอบ 1) ร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่ายจำนวน 10,328 ล้านบาท และ 2) ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวนไม่เกิน 3,788,000 ล้านบาท พร้อมเอกสารและให้เสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
- ครม. เห็นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสีและสาย โดยวิธีการในลักษณะของตั๋วร่วมในราคา 17-45 บาท ซึ่งเสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว
- SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2% จากเดิม 1.7%หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ประกอบกับการส่งออกและการลงทุนในบางกลุ่มอุตฯ ยังขยายตัวได้ดี
- จีนเผยยอดขายในเทศกาลช้อปปิ้งออนไลน์ 618 เติบโต 4% จากปีก่อน ลดลงอย่างมากจากอัตราการเติบโต 15.2% ที่ทำได้ในเทศกาลเดียวกันของปีที่แล้วสะท้อนว่าการบริโภคภายในประเทศยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญของเศรษฐกิจจีน
กลยุทธ์การลงทุน
- คาด กนง.คงดอกเบี้ย : BLA, KBANK, KTB, SCB, TLI
- Anti-comm.+คลายกังวลตะวันออกกลาง : AAV, BA, BDMS, BGRIM, BH, CENTEL, CK, GPSC, MINT, SCGP, STECON, TOA
- มาตรการอุดหนุนซื้อ EV : AH, BAY, KKP, MGC, TISCO, TTB, STANLY, SUSCO
- Selective : AMATA, BEM, CPF, ITC, TU, WHA
- เข้า SET50/100 รอบ 2H69 : BCP_50, MRDIY_50, TFG_50, THAI_50, THCOM_100, WHAUP_100







